← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ชาวอาหรับในตุรกี ประวัติศาสตร์ ประชากร และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

สรุปใจความสำคัญ

  • ชาวอาหรับเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในตุรกี รองจากชาวเคิร์ดและชาวเซอร์คาสเซียน
  • มีการตั้งถิ่นฐานของชาวอาหรับในอนาโตเลียมาตั้งแต่ยุคก่อนอิสลาม โดยเฉพาะในอาณาจักรโอสโรเอน
  • ประชากรชาวอาหรับในตุรกีมีความหลากหลายทางศาสนา ทั้งมุสลิมซุนนี, อะลาไวต์, คริสต์ออร์โธดอกซ์ และยิว
  • จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียตั้งแต่ปี 2011

ชาวอาหรับในตุรกี (ตุรกี: Türkiye Arapları; อาหรับ: عرب آلاناكى) คือกลุ่มประชากรที่มีเชื้อสายอาหรับซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศตุรกี โดยมีจำนวนประมาณ 1.5 ล้านคน หรืออาจสูงถึง 5 ล้านคนหากนับรวมผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ชาวอาหรับถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ รองจากชาวเคิร์ดและชาวเซอร์คาสเซียน โดยส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดทางตะวันออกเฉียงใต้ของอนาโตเลีย

นอกจากกลุ่มชาวอาหรับที่เป็นพลเมืองดั้งเดิมแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ตุรกียังได้กลายเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจำนวนหลายล้านคนที่หลบหนีจากสงครามกลางเมืองในซีเรีย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างประชากรและสังคมในปัจจุบัน

ภูมิหลังและการกระจายตัวของประชากร

ประชากรชาวอาหรับในตุรกีส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดกับซีเรียและอิรัก รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยกระจายตัวอยู่ในจังหวัดต่างๆ ดังนี้: บัตมัน (Batman), บิตลิส (Bitlis), กาซีอันเทป (Gaziantep), ฮาทาย (Hatay), มาร์ดิน (Mardin), มุช (Muş), ซีอิร์ต (Siirt), ชิร์นัค (Şırnak), ชันลือุรฟา (Şanlıurfa), เมอร์ซิน (Mersin) และอาดานา (Adana)

ชาวอาหรับจำนวนมากในพื้นที่เหล่านี้ตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ก่อนที่เผ่าตุรกีจะอพยพจากเอเชียกลางเข้าสู่ภูมิภาคอนาโตเลียในศตวรรษที่ 11 โดยหลายกลุ่มยังคงมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับชาวอาหรับในซีเรียและซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะในเมืองรักกะห์ (Raqqa)

ความหลากหลายทางศาสนา

แม้ว่าชาวอาหรับส่วนใหญ่ในตุรกีจะเป็นมุสลิม แต่มีความหลากหลายทางนิกายและศาสนาที่น่าสนใจ:

  • มุสลิมซุนนี: เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นนิกายชาฟิอี
  • อะลาไวต์ (Alawites): มีประชากรประมาณ 300,000 ถึง 350,000 คน ซึ่งมีความแตกต่างจากลัทธิอะเลวิซึม (Alevism) ของชาวตุรกี
  • คริสต์ศาสนิกชน: มีชาวอาหรับคริสเตียนประมาณ 18,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่สังกัดคริสตจักรกรีกออร์โธดอกซ์แห่งแอนติออก
  • ยิว: เคยมีชุมชนชาวอาหรับยิวในฮาทายและพื้นที่ส่วนหนึ่งของจังหวัดอาเลปโปเดิม แต่จำนวนลดลงอย่างมากตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1940 เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานไปยังอิสราเอลและส่วนอื่นๆ ของตุรกี
แผนที่แสดงการกระจายตัวของประชากรอาหรับในตุรกี
แผนที่แสดงพื้นที่ที่มีประชากรเชื้อสายอาหรับอาศัยอยู่หนาแน่นในภูมิภาคอนาโตเลียตะวันออกเฉียงใต้

ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน

ยุคก่อนอิสลาม

การปรากฏตัวของชาวอาหรับในเอเชียไมเนอร์ (Asia Minor) สามารถย้อนกลับไปได้ถึงยุคเฮลเลนิสติก ราชวงศ์อับการิด (Abgarids) ซึ่งเป็นชาวอาหรับได้ปกครองอาณาจักรโอสโรเอน (Kingdom of Osroene) โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเอเดสซา (Edessa) หรือเมืองอุรฟา (Urfa) ในปัจจุบัน หลักฐานระบุว่าชาวอาหรับเริ่มเข้ามามีบทบาทในเอเดสซาตั้งแต่ ค.ศ. 49 นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญชาวอาหรับที่ดำรงตำแหน่งในจักรวรรดิโรมัน เช่น โดมิเทียส โมเดสตัส (Domitius Modestus) นักการเมืองในศตวรรษที่ 4 ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงคอนสแตนติโนเปิล

ยุคอิสลามและการขยายอำนาจ

ในช่วงการพิชิตของรัฐคลาลิฟะห์รอชิดูน (Rashidun Caliphate) กษัตริย์จาบาลาห์ อิบนุ อัล-ไอฮัม (Jabalah ibn al-Aiham) แห่งราชวงศ์กัสซานิด (Ghassanids) พร้อมผู้ติดตามชาวอาหรับกว่า 30,000 คน ได้ลี้ภัยไปยังจักรวรรดิไบแซนไทน์และตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในกรุงคอนสแตนติโนเปิลจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 645

นอกจากนี้ ภูมิภาคอนาโตเลียยังเป็นสมรภูมิหลักในสงครามอาหรับ-ไบแซนไทน์ ซึ่งหนึ่งในบุคคลสำคัญคือ อบู อัยยูบ อัล-อันซารี (Abu Ayyub al-Ansari) สหายของศาสดามุฮัมมัด ซึ่งเสียชีวิตและถูกฝังอยู่ที่กำแพงเมืองคอนสแตนติโนเปิล ต่อมาในยุคออตโตมันได้มีการสร้างมัสยิดเอยูบ สุลต่าน (Eyüp Sultan Mosque) ครอบคลุมหลุมศพของท่าน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นย่านเอยูบ (Eyup) ในปัจจุบัน

มัสยิดเอยูบ สุลต่าน ในอิสตันบูล
มัสยิดเอยูบ สุลต่าน ซึ่งสร้างขึ้นเหนือหลุมศพของอบู อัยยูบ อัล-อันซารี สหายของศาสดามุฮัมมัด

ประชากรในภูมิภาคซิลีเซีย (Cilicia)

ทางตอนใต้ของตุรกีในภูมิภาคซิลีเซีย มีประชากรชาวอาหรับอาศัยอยู่มาอย่างยาวนาน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวอะลาไวต์ (Alawites) รวมถึงซุนนีและคริสต์ออร์โธดอกซ์ จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2543 พบว่ามีชาวอะลาไวต์อาหรับในจังหวัดอาดานาและเมอร์ซินประมาณ 247,000 ถึง 329,000 คน โดยมีความหนาแน่นสูงสุดในเมืองทาร์ซัส (Tarsus) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 15-20 ของประชากรในพื้นที่

ข้อมูลทางประชากรศาสตร์

ตัวเลขประชากรชาวอาหรับในตุรกีมีความแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูล:

  • การศึกษาของตุรกีในปี พ.ศ. 2549 ระบุว่ามีชาวอาหรับประมาณร้อยละ 0.7 ของประชากรทั้งหมด
  • การประมาณการของสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2538 ระบุว่ามีจำนวนระหว่าง 800,000 ถึง 1 ล้านคน
  • Ethnologue ในปี พ.ศ. 2535 ระบุว่ามีผู้ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาแม่ประมาณ 500,000 คน
  • การศึกษาอื่นๆ ประเมินว่าประชากรชาวอาหรับอาจมีสัดส่วนระหว่างร้อยละ 1.1 ถึง 2.4 ของประชากรทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ชาวอาหรับในตุรกีอาศัยอยู่ที่ไหนมากที่สุด?

ส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดทางตะวันออกเฉียงใต้ของอนาโตเลีย เช่น มาร์ดิน, ชันลือุรฟา และฮาทาย รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในจังหวัดอาดานาและเมอร์ซิน

ชาวอาหรับในตุรกีแตกต่างจากผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอย่างไร?

ชาวอาหรับในตุรกีแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่เป็นพลเมืองตุรกีดั้งเดิมซึ่งตั้งถิ่นฐานมานานหลายศตวรรษ และกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่เข้ามาพักพิงตั้งแต่ปี 2011 เนื่องจากสงครามกลางเมือง

ภาษาที่ใช้ในชุมชนชาวอาหรับในตุรกีคือภาษาอะไร?

ชาวอาหรับในตุรกีส่วนใหญ่พูดภาษาตุรกีเป็นหลัก แต่จำนวนมากยังคงรักษาและพูดภาษาอาหรับควบคู่ไปด้วย แม้จะผ่านกระบวนการทำให้เป็นตุรกี (Turkification) มาอย่างยาวนาน

ชาวอาหรับในตุรกีมีความหลากหลายทางศาสนาอย่างไร?

ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมซุนนี (นิกายชาฟิอี) แต่มีกลุ่มชาวอะลาไวต์ (Alawites) จำนวนมากในภูมิภาคซิลีเซีย และมีชุมชนคริสต์ออร์โธดอกซ์และยิวขนาดเล็กที่ยังหลงเหลืออยู่