เครือข่ายระหว่างประเทศเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2532 โดยความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์
- เป็นเครือข่ายไม่เป็นทางการที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 4,000 คน จาก 120 ประเทศทั่วโลก
- มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนความรู้
- เคยจัดการประชุมระดับนานาชาติในประเทศไทย (เชียงใหม่) เมื่อปี พ.ศ. 2539
เครือข่ายระหว่างประเทศเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม (International Network for Environmental Compliance and Enforcement หรือ INECE) เป็นเครือข่ายระดับโลกที่รวบรวมผู้ปฏิบัติงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวงจรการกำกับดูแล พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างขีดความสามารถในการนำข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมไปปฏิบัติและบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประวัติและการก่อตั้ง
INECE ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2532 โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงที่อยู่อาศัย การวางผังเมือง และสิ่งแวดล้อมของประเทศเนเธอร์แลนด์ และสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) ปัจจุบันเครือข่ายนี้เชื่อมโยงผู้ปฏิบัติงานมากกว่า 4,000 คน จาก 120 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อัยการ ผู้กำกับดูแล สมาชิกสภา ผู้พิพากษา ตลอดจนตัวแทนจากองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างการดำเนินงานของ INECE แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
- คณะกรรมการวางแผนบริหาร (Executive Planning Committee): ทำหน้าที่เป็นองค์กรกำกับดูแล กำหนดแนวทางความร่วมมือ และตัดสินใจเพื่อให้บรรลุพันธกิจของเครือข่าย โดยมีผู้แทนจากสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (USEPA) กระทรวงสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาเมืองของเนเธอร์แลนด์ และศาลฎีกาของบราซิล ร่วมเป็นประธานร่วม
- สำนักงานเลขาธิการ (Secretariat): ให้การสนับสนุนด้านเทคนิค การบริหารจัดการ และการสื่อสารแก่คณะกรรมการวางแผนบริหาร รวมถึงช่วยขับเคลื่อนแผนงานของ INECE ให้เป็นรูปธรรม
- ผู้เข้าร่วมเครือข่าย (Participants): เนื่องจาก INECE เป็นเครือข่ายแบบไม่เป็นทางการ ผู้ปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้ผ่านทางเว็บไซต์ โดยผู้เข้าร่วมสามารถดำเนินกิจกรรมสนับสนุนพันธกิจของเครือข่ายได้ทั้งในนามบุคคล องค์กร หรือความร่วมมือแบบทวิภาคีและพหุภาคี
โครงการและกิจกรรมหลัก
การประชุมระดับนานาชาติ
INECE จัดการประชุมระดับนานาชาติเพื่อเป็นเวทีให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจากประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และวางแผนยกระดับการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดประชุมมาแล้วหลายครั้ง ตัวอย่างเช่น การประชุมครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2539
กลุ่มทำงานผู้เชี่ยวชาญ (Expert Working Groups)
เครือข่ายได้จัดตั้งกลุ่มทำงานเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเฉพาะด้านและแบ่งปันความรู้ผ่านการสัมมนา สิ่งพิมพ์ และกลุ่มสนทนาทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีกลุ่มที่สำคัญ เช่น:
- เครือข่ายความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในท่าเรือ (Seaport Environmental Security Network)
- เครือข่ายวิชาชีพด้านการฝึกอบรมการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ
- กลุ่มทำงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายของการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading)
- กลุ่มทำงานด้านตัวชี้วัดการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม
โปรแกรมเสริมสร้างขีดความสามารถ
INECE ได้พัฒนาทรัพยากรการฝึกอบรมเพื่อช่วยให้ผู้รับผิดชอบด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมสามารถออกแบบและดำเนินกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงคู่มือและแนวทางปฏิบัติ เช่น:
- หลักการของการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม (The Principles of Environmental Enforcement)
- คู่มือการฝึกอบรมการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม (Conducting Environmental Inspections Training Manual)
- แนวทางการวัดผลการดำเนินงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2)
คำถามที่พบบ่อย
INECE คืออะไร?
INECE คือเครือข่ายระหว่างประเทศที่รวบรวมผู้ปฏิบัติงานด้านการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม เช่น อัยการ ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
ใครสามารถเข้าร่วมเครือข่าย INECE ได้บ้าง?
ผู้ปฏิบัติงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ โดยการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ INECE
INECE มีบทบาทอย่างไรในการช่วยประเทศกำลังพัฒนา?
INECE ช่วยผ่านการจัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงการจัดทำคู่มือการฝึกอบรมและแนวทางการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปปรับใช้ในท้องถิ่น