ไอรา ออสบอร์น เบเกอร์ วิศวกรโยธาและผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างด้วยหิน
สรุปใจความสำคัญ
- ไอรา ออสบอร์น เบเกอร์ เป็นหัวหน้าแผนกวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เป็นเวลา 39 ปี
- เขาเป็นผู้เขียนหนังสือ Treatise on Masonry Construction ซึ่งเป็นตำราด้านงานก่อสร้างด้วยหินเล่มแรกที่ครอบคลุมที่สุด
- เขามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งสมาคมเพื่อการส่งเสริมการศึกษาวิศวกรรม (SPEE) ในปี 1893
ไอรา ออสบอร์น เบเกอร์ เป็นนักวิชาการชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ณ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ Grainger ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์บานา-แชมเพน (University of Illinois Urbana-Champaign) โดยเขามีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาวิศวกรรมโยธาในสหรัฐอเมริกา
ประวัติส่วนตัว
เบเกอร์เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1853 ที่เมืองลินตัน รัฐอินดีแอนา เป็นบุตรของ อะแมนดา ออสบอร์น เบเกอร์ และ ไฮแรม วอล์กเกอร์ เบเกอร์ เขาเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ (ปัจจุบันคือวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ Grainger) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1871 และสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาในปี ค.ศ. 1874
หลังจากจบการศึกษา เบเกอร์ได้เริ่มต้นอาชีพในฐานะผู้ช่วยในสาขาวิศวกรรมโยธาและฟิสิกส์ ก่อนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลแผนกวิศวกรรมโยธาในปี ค.ศ. 1878 เขาบริหารจัดการแผนกนี้เป็นเวลาถึง 39 ปี และมีอายุการทำงานด้านการสอนรวมทั้งสิ้น 48 ปี
ผลงานเขียนและตำราด้านงานก่อสร้างด้วยหิน
เบเกอร์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้เขียนหนังสือ Treatise on Masonry Construction ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1889 โดยถือเป็นหนังสือเล่มแรกที่รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับงานก่อสร้างด้วยหินอย่างครอบคลุมที่สุดในยุคนั้น นอกจากนี้เขายังได้ร่วมมือกับ วิลเลียม เอ. แรดฟอร์ด ในการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการอีกด้วย
การวิจารณ์และผลตอบรับ
ในบันทึกของ New York Engineering and Building Record ได้ระบุว่าตำราของเบเกอร์นั้นครอบคลุมและน่าพึงพอใจ แม้จะมีบางจุดที่ควรปรับปรุง เช่น การยอมรับการใช้หินโดโลไมต์ (dolomites) ซึ่งวิศวกรในนิวยอร์กมองว่าวัสดุในท้องถิ่นบางแหล่งไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ ผู้วิจารณ์ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับภาพประกอบในเล่ม ซึ่งบางภาพถูกนำมาจากรายงานของสมาคมวิศวกรโยธาแห่งอเมริกา (ASCE) และถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับคุณภาพงานก่อสร้างระดับสูง โดยบางภาพเป็นเพียงภาพรั้วฟาร์มในรัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งอาจทำให้ผู้เรียนเข้าใจผิดได้
ประเด็นอื่น ๆ ที่ถูกวิจารณ์คือการใช้คอนกรีตเพื่อทำให้ฐานรากแบบนิวแมติก (pneumatic foundations) กันน้ำได้ ซึ่งผู้วิจารณ์แย้งว่าไม่มีคอนกรีตชนิดใดที่สามารถทำเช่นนั้นได้จริง รวมถึงการขาดบทที่ว่าด้วยการตรวจสอบงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักศึกษาที่จบการศึกษาไปปฏิบัติงานจริง
ความสำเร็จและความนิยม
แม้จะมีข้อวิจารณ์ แต่ตำราของเบเกอร์ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยในปี ค.ศ. 1909 หนังสือเล่มนี้ได้ถูกตีพิมพ์ซ้ำเป็นฉบับปรับปรุงและขยายความครั้งที่ 10 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของตำราเล่มนี้ต่อวงการวิศวกรรม
บทบาทในระดับสากล
ในการจัดงาน World's Columbian Exposition ปี ค.ศ. 1893 เบเกอร์ได้เป็นผู้นำในส่วนของการศึกษาวิศวกรรม ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งสมาคมเพื่อการส่งเสริมการศึกษาวิศวกรรม (Society for the Promotion of Engineering Education หรือ SPEE)
คำถามที่พบบ่อย
ไอรา ออสบอร์น เบเกอร์ คือใคร?
เขาเป็นนักวิชาการและวิศวกรโยธาชาวอเมริกัน ผู้มีชื่อเสียงจากการเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ Grainger มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ และผู้เขียนตำราด้านงานก่อสร้างด้วยหินที่สำคัญ
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
หนังสือเรื่อง Treatise on Masonry Construction ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1889 และได้รับความนิยมจนมีการตีพิมพ์ซ้ำถึง 10 ฉบับภายในปี 1909
เบเกอร์มีส่วนช่วยในการศึกษาวิศวกรรมอย่างไร?
เขาเป็นผู้นำในส่วนการศึกษาวิศวกรรมในการจัดงาน World's Columbian Exposition ปี 1893 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งสมาคมเพื่อการส่งเสริมการศึกษาวิศวกรรม (SPEE)


