Isaac Watts: บิดาแห่งเพลงสวดภาษาอังกฤษ
Isaac Watts: บิดาแห่งเพลงสวดภาษาอังกฤษ Isaac Watts (17 กรกฎาคม 1674 – 25 พฤศจิกายน 1748) เป็นศาสนาจารย์นิกายคอนกรีเกชันนัลลิสต์ (Congregational minister), นักเขียนเพลงสวด, นักเทววิทยา และนักตรรกศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้มีอ
สรุปใจความสำคัญ
- Isaac Watts เป็นที่รู้จักในนาม "บิดาแห่งเพลงสวดภาษาอังกฤษ"
- เขาแต่งเพลงสวดไว้ประมาณ 750 บท
- เขาสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยการนำบทกวีใหม่ๆ ที่ให้ความสะท้อนถึงประสบการณ์คริสเตียนมาใช้ในการนมัสการ แทนที่จะร้องเพียงเพลงสดุดีที่แปลมาเท่านั้น
- เขาไม่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษได้เนื่องจากความเชื่อทางศาสนาที่เป็น nonconformist
Isaac Watts (17 กรกฎาคม 1674 – 25 พฤศจิกายน 1748) เป็นศาสนาจารย์นิกายคอนกรีเกชันนัลลิสต์ (Congregational minister), นักเขียนเพลงสวด, นักเทววิทยา และนักตรรกศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการนมัสการในคริสตจักร โดยเขาได้รับฉายาว่า "บิดาแห่งเพลงสวดภาษาอังกฤษ" เนื่องจากผลงานเพลงสวดกว่า 750 บท ซึ่งหลายบทยังคงถูกนำมาใช้จนถึงปัจจุบันและได้รับการแปลเป็นหลายภาษาทั่วโลก

ชีวิตและการศึกษา
Watts เกิดที่เมืองเซาแทมป์ตัน แคว้นแฮมป์เชียร์ ประเทศอังกฤษ ในปี 1674 เขาเติบโตในครอบครัวที่เคร่งครัดในความเชื่อแบบ nonconformist ซึ่งบิดาของเขาเคยถูกจำคุกถึงสองครั้งเนื่องจากความเชื่อทางศาสนา Watts ได้รับการศึกษาแบบคลาสสิกที่โรงเรียน King Edward VI School ในเซาแทมป์ตัน โดยได้ศึกษาภาษาละติน กรีก และฮีบรู
เขามีพรสวรรค์ด้านการแต่งคำคล้องจองมาตั้งแต่เด็ก ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกถามว่าทำไมถึงลืมตาในขณะที่อธิษฐาน ซึ่งเขาตอบกลับด้วยบทกลอนสั้นๆ ว่า:
A little mouse for want of stairs
ran up a rope to say its prayers.
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาถูกลงโทษทางร่างกาย ซึ่งเขาก็ยังตอบโต้ด้วยบทกลอนว่า:
O father, father, pity take
And I will no more verses make.
เนื่องจากเขาเป็น nonconformist เขาจึงไม่สามารถเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดหรือเคมบริดจ์ได้ ซึ่งในขณะนั้นจำกัดเฉพาะชาวแองกลิกันเท่านั้น เขาจึงเข้าเรียนที่ Dissenting Academy ที่ Stoke Newington ในปี 1690 และใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตที่หมู่บ้านแห่งนี้
บทบาททางศาสนาและงานเขียน
หลังจากจบการศึกษา Watts ได้รับแต่งตั้งเป็นศิษยาภิบาลของ Mark Lane Congregational Chapel ในลอนดอน โดยเขาได้ช่วยฝึกฝนนักเทศน์แม้ว่าจะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนัก ความเชื่อทางศาสนาของเขาค่อนข้างเป็นแบบพหุนิยม (ecumenical) มากกว่าที่จะยึดติดกับนิกายใดนิกายหนึ่ง โดยเขามีความสนใจในการส่งเสริมการศึกษาและวิชาการมากกว่าการเทศนาเพื่อดึงดูดคนเข้าสู่นิกายของตน
Watts ได้ทำงานเป็นครูสอนพิเศษส่วนตัวและอาศัยอยู่กับครอบครัว Hartopp ที่ Fleetwood House ใน Stoke Newington ต่อมาเขาได้รู้จักกับ Sir Thomas Abney และ Lady Mary และได้อาศัยอยู่ในบ้านของครอบครัว Abney เป็นเวลาถึง 36 ปี โดยเฉพาะที่ Abney House ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบบ้านในการเขียนหนังสือและเพลงสวดจำนวนมาก
Watts เสียชีวิตในปี 1748 และถูกฝังที่ Bunhill Fields ทิ้งมรดกทางปัญญาและจิตวิญญาณไว้ในรูปแบบของเพลงสวด, บทความทางเทววิทยา, งานเขียนด้านการศึกษา และความเรียงจำนวนมาก
การปฏิวัติเพลงสวดภาษาอังกฤษ
Watts ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการนมัสการ โดยการนำเสนอ "เพลงสวดที่เกิดจากประสบการณ์คริสเตียน" (original songs of Christian experience) แทนที่การร้องเพลงสดุดี (Psalms) ตามแบบแผนเดิมที่เน้นการแปลบทเพลงสดุดีจากคัมภีร์ไบเบิลโดยตรง
เขาเสนอให้มีการปรับปรุงการนำเสนอเพลงสดุดีให้เป็นบทกลอนที่สะท้อนมุมมองของคริสเตียนในยุคพันธสัญญาใหม่ โดยเขากล่าวว่าเพลงสดุดีควรจะ "เลียนแบบภาษาของพันธสัญญาใหม่" (imitated in the language of the New Testament) ซึ่งทำให้เพลงสวดของเขามีความหมายลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับความเชื่อในพระเยซูคริสต์ได้มากขึ้น
ผลงานที่โดดเด่นของเขา ได้แก่ "When I Survey the Wondrous Cross", "Joy to the World" และ "O God, Our Help in Ages Past" ซึ่งเป็นเพลงที่ยังคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
Isaac Watts คือใคร?
เขาเป็นศาสนาจารย์นิกายคอนกรีเกชันนัลลิสต์, นักเขียนเพลงสวด, นักเทววิทยา และนักตรรกศาสตร์ชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 18 ผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อเพลงสวดในคริสตจักร
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า 'บิดาแห่งเพลงสวดภาษาอังกฤษ'?
เพราะเขาเป็นผู้บุกเบิกการนำบทกวีดั้งเดิมที่สะท้อนถึงประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคริสเตียนมาใช้ในการนมัสการ แทนการใช้เพียงบทเพลงสดุดี (Psalms) ที่แปลมาจากคัมภีร์ไบเบิลเท่านั้น
เพลงสวดชื่อดังของ Isaac Watts คือเพลงอะไรบ้าง?
ผลงานที่โดดเด่นของเขา ได้แก่ 'Joy to the World', 'When I Survey the Wondrous Cross' และ 'O God, Our Help in Ages Past'

