การเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอล ค.ศ. 1996
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของอิสราเอลที่แยกการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีออกจากสมาชิกสภาคเนสเซต
- เบนจามิน เนทันยาฮู ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงต่างจากชิมอน เพเรส เพียงไม่ถึง 1%
- เหตุการณ์ระเบิดพลีชีพโดยกลุ่มฮามาสในช่วงก่อนเลือกตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คะแนนนิยมของชิมอน เพเรส ลดลง
- พรรคแรงงานเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในสภา แต่ผู้ชนะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาจากพรรคลิคุด
การเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1996 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองของอิสราเอล เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ระบบเลือกตั้งที่แยกการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีออกจากกาเลือกสมาชิกสภาคเนสเซต (Knesset)

ผลการเลือกตั้งและจุดพลิกผัน
ผลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีสร้างความประหลาดใจอย่างมาก เมื่อ เบนจามิน เนทันยาฮู ได้รับชัยชนะเหนือชิมอน เพเรส ด้วยคะแนนเสียงต่างกันเพียง 29,457 คะแนน หรือน้อยกว่า 1% ของคะแนนเสียงทั้งหมด ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนบัตรเสียด้วยซ้ำ
ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง เนื่องจากผลสำรวจก่อนการเลือกตั้ง (Exit Polls) ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าชิมอน เพเรส จะเป็นผู้ชนะ จนเกิดวลีที่โด่งดังในอิสราเอลว่า "เข้านอนพร้อมกับเพเรส แต่ตื่นมาพร้อมกับเนทันยาฮู" อย่างไรก็ตาม แม้เพเรสจะพ่ายแพ้ในการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พรรคแรงงาน (Labor Party) ของเขายังคงเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในสภาคเนสเซต โดยได้รับที่นั่งมากกว่าพันธมิตรพรรคลิคุด-เกเชอร์-โซเมต (Likud–Gesher–Tzomet)

บริบทและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
กระบวนการสันติภาพและข้อตกลงออสโล
ก่อนการเลือกตั้ง อิสราเอลอยู่ในช่วงเวลาแห่งความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาค โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
- ข้อตกลงออสโล (Oslo Accords): ลงนามเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1993 ระหว่างอิสราเอลและองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) เพื่อถ่ายโอนอำนาจการปกครองให้แก่ทางการปาเลสไตน์ชั่วคราว เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต
- สนธิสัญญาสันติภาพอิสราเอล-จอร์แดน: ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1994 เพื่อยุติสถานะสงครามที่มีมาตั้งแต่ปี 1948
- ข้อตกลงชั่วคราวฉบับปรับปรุง: นายกรัฐมนตรียิซฮัก ราบิน และยัสเซอร์ อาราฟัต ได้ลงนามในข้อตกลงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1995 เพื่อให้ผู้นำ PLO ย้ายกลับไปยังเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา

การลอบสังหารยิซฮัก ราบิน
เหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนที่สุดคือการลอบสังหารนายกรัฐมนตรี ยิซฮัก ราบิน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 โดย ยิกัล อามีร์ นักศึกษาด้านกฎหมายและกลุ่มขวาจัดชาวเยิว ผู้คัดค้านข้อตกลงออสโลอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความโศกเศร้าทั่วประเทศและส่งผลให้ชิมอน เพเรส ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน
การรณรงค์หาเสียงและปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์
ชิมอน เพเรส ตัดสินใจประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนดเพื่อสร้างความชอบธรรม (Mandate) ให้กับรัฐบาลในการผลักดันกระบวนการสันติภาพต่อไป อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้กระแสความนิยมพลิกผัน:
- การโจมตีระลอกใหญ่: ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ค.ศ. 1996 กลุ่มฮามาสได้ก่อเหตุระเบิดพลีชีพหลายครั้ง รวมถึงการโจมตีรถบัสในเยรูซาเล็ม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 59 ราย ส่งผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเริ่มกังวลเรื่องความมั่นคงและหันไปสนับสนุนแนวทางสายแข็งของเนทันยาฮู
- ความขัดแย้งในเลบานอน: ปฏิบัติการทางทหาร "Grapes of Wrath" ในเลบานอนที่ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ชาวอาหรับในอิสราเอลจำนวนมากตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้ง ซึ่งปกติแล้วกลุ่มนี้จะสนับสนุนพรรคแรงงาน
- การสนับสนุนจากกลุ่มทางศาสนา: แรบไบชั้นนำและกลุ่มฮาเรดิม (Haredim) สนับสนุนเนทันยาฮู เนื่องจากไม่ต้องการให้พรรคเมเรตซ์ (Meretz) ซึ่งมีแนวคิดทางโลกอย่างรุนแรงกลับเข้ามามีอำนาจในรัฐบาล
- อิทธิพลจากต่างประเทศ: ประธานาธิบดีบิล คลินตัน ของสหรัฐฯ พยายามสนับสนุนเพเรสอย่างไม่เป็นทางการ ในขณะที่กษัตริย์ฮุสเซนแห่งจอร์แดน ซึ่งตอนแรกวางตัวเป็นกลาง กลับแสดงความสนับสนุนเนทันยาฮูในภายหลังเนื่องจากความไม่ไว้วางใจในตัวเพเรส
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมการเลือกตั้งปี 1996 ถึงมีความพิเศษกว่าครั้งก่อนๆ?
เพราะเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลใช้ระบบเลือกตั้งแบบแยกส่วน โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงในบัตรใบหนึ่ง และเลือกพรรคการเมืองเพื่อเข้าสู่สภาคเนสเซตในบัตรอีกใบหนึ่ง
ปัจจัยใดที่ทำให้เบนจามิน เนทันยาฮู ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้?
ปัจจัยหลักคือการก่อการร้ายระลอกใหญ่จากกลุ่มฮามาสที่สร้างความหวาดกลัวด้านความมั่นคง, การบอยคอตการเลือกตั้งของชาวอาหรับในอิสราเอล และการสนับสนุนจากกลุ่มทางศาสนาสายเคร่ง
วลี 'เข้านอนพร้อมกับเพเรส ตื่นมาพร้อมกับเนทันยาฮู' หมายถึงอะไร?
หมายถึงความพลิกผันของผลการเลือกตั้ง เนื่องจากผลสำรวจก่อนการเลือกตั้ง (Exit Polls) ระบุว่าชิมอน เพเรส จะเป็นผู้ชนะ แต่ผลการนับคะแนนจริงกลับเป็นเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ได้รับชัยชนะ

