← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ฌัก อาเบย นักเขียนผู้สร้างสรรค์โลกจินตนาการและจิตวิญญาณเหนือจริง

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักเขียนชาวฝรั่งเศสที่ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากลัทธิเหนือจริง (Surrealism)
  • สร้างสรรค์ชุดนวนิยาย Le Cycle des contrées ซึ่งเป็นจักรวาลสมมติที่โดดเด่น
  • หันมาเขียนหนังสือหลังจากพบว่าตนเองมีอาการตาบอดสี ทำให้ไม่สามารถเป็นจิตรกรได้ตามที่ตั้งใจ
  • ได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดตลอดชีวิตจาก Prix Wepler ในปี 2010

ฌัก อาเบย (Jacques Abeille; 17 มีนาคม 1942 – 23 มกราคม 2022) เป็นนักเขียนชาวฝรั่งเศสที่มีผลงานโดดเด่นในด้านนวนิยาย กวีนิพนธ์ และวรรณกรรมอีโรติก โดยได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากลัทธิเหนือจริง (Surrealism) ซึ่งเขาได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ผลงานที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาคือชุดนวนิยาย Le Cycle des contrées ซึ่งสร้างจักรวาลสมมติที่เริ่มต้นจากการตีพิมพ์หนังสือ Jardins statuaires ในปี 1982

ชีวิตช่วงต้นและการเปลี่ยนผ่านสู่การเขียน

อาเบยเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1942 ในเมืองลียง (Lyon) เขาเป็นบุตรนอกสมรสและได้รับการเลี้ยงดูโดยลุงฝั่งบิดาหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิตในปี 1944 บิดาของเขาคือ วาเลนติน อาเบย (Valentin Abeille) ซึ่งเป็นสมาชิกของขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส (French Resistance) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ในวัยเด็ก อาเบยมีความปรารถนาที่จะเป็นจิตรกร แต่เมื่อเข้าสู่วัยยี่สิบปี เขาพบว่าตนเองมีอาการตาบอดสี ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรม ความผิดหวังนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาหันมาทุ่มเทให้กับการเขียน โดยเขาเคยกล่าวว่า "ผมเป็นนักเขียนบนพื้นฐานของการเป็นจิตรกรที่ล้มเหลว"

เส้นทางอาชีพและผลงานวรรณกรรม

วรรณกรรมอีโรติกและนามปากกา

อาเบยเริ่มต้นอาชีพการเขียนในปี 1971 ด้วยการตีพิมพ์งานเขียนแนวอีโรติกเรื่อง La Crépusculaire ภายใต้นามปากกา "Bartleby" และต่อมาได้ใช้นามปากกาอื่น ๆ เช่น Léo Barthe ในการเผยแพร่ผลงานแนวนี้ตลอดช่วงชีวิตของเขา

ชุดนวนิยาย Le Cycle des contrées

ในปี 1982 อาเบยได้ตีพิมพ์ Les Jardins statuaires ซึ่งเป็นเล่มแรกของชุดนวนิยาย Le Cycle des contrées ผลงานชุดนี้ถือเป็นงานชิ้นเอกที่สร้างชื่อเสียงให้เขาในฝรั่งเศส โดยมีเล่มต่อมาคือ Le Veilleur du jour (1986) และเล่มอื่น ๆ อีก 7 เล่ม ซึ่งเล่มสุดท้าย La Vie de l'explorateur perdu ตีพิมพ์ในปี 2020

ในการสร้างสรรค์โลกในนวนิยาย อาเบยได้รับอิทธิพลจากนักเขียนหลายท่าน เช่น Gérard de Nerval, Blaise Pascal, Leonora Carrington, Jean Ray, Gustav Meyrink และ Julien Gracq โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรยากาศของเมืองบอร์โด (Bordeaux) และความทรงจำเกี่ยวกับปรากในงานของ Gustav Meyrink ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเมือง "Terrèbre" เมืองหลวงของจักรวรรดิแห่ง Contrées

ความเกี่ยวข้องกับลัทธิเหนือจริง (Surrealism)

อาเบยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มศิลปินและนักเขียนแนวเหนือจริงในเมืองบอร์โด โดยเฉพาะกลุ่ม Parapluycha ที่นำโดย Pierre Chaveau และคนอื่น ๆ นอกจากนี้เขายังได้ติดต่อกับ André Breton ผู้นำลัทธิเหนือจริง และมีส่วนร่วมในวารสาร La Brèche ที่ก่อตั้งโดย Breton ในปี 1961

หลังจากที่ André Breton เสียชีวิต และมีการประกาศสิ้นสุดยุคเหนือจริงทางประวัติศาสตร์ในปี 1969 อาเบยเป็นหนึ่งในผู้ที่ปฏิเสธการยุบกลุ่ม และได้เข้าร่วมคณะบรรณาธิการของ Bulletin de liaison surréaliste ระหว่างปี 1970 ถึง 1976 โดยเขียนบทความรวม 4 บทความในวารสารดังกล่าว

การศึกษาและอาชีพด้านการสอน

เดิมทีอาเบยต้องการศึกษาด้านมานุษยวิทยา แต่ด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสภาพของสาขาวิชาในขณะนั้น เขาจึงเปลี่ยนไปศึกษาจิตวิทยาและจบลงที่สาขาปรัชญา เขาทำงานเป็นผู้ช่วยสอนวิชาปรัชญาเป็นเวลา 10 ปี ก่อนจะสอบผ่านการสอบแข่งขัน agrégation ในสาขาศิลปะพลาสติก (plastic arts) และได้รับสถานะครูเต็มตัว โดยเขาเกษียณอายุการทำงานด้านการสอนในปี 2002

รางวัลและความสำเร็จ

ตลอดชีวิตการทำงาน อาเบยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล ได้แก่:

  • รางวัล Prix Wepler (2010): รางวัลความสำเร็จสูงสุดตลอดชีวิต (Lifetime Achievement Award)
  • รางวัล Jean-Arp Prize (2015): สำหรับวรรณกรรมภาษาฝรั่งเศส
  • รางวัล Grand prix de l'Imaginaire (2021): รางวัลพิเศษสำหรับผลงานด้านจินตนาการ

คำถามที่พบบ่อย

ฌัก อาเบย มีชื่อเสียงจากผลงานเรื่องใดมากที่สุด?

เขามีชื่อเสียงมากที่สุดจากชุดนวนิยาย Le Cycle des contrées ซึ่งเริ่มต้นด้วยเล่ม Jardins statuaires ในปี 1982 และเป็นเรื่องราวในจักรวาลสมมติ

ทำไม ฌัก อาเบย ถึงเปลี่ยนจากความตั้งใจจะเป็นจิตรกรมาเป็นนักเขียน?

เพราะเขาพบว่าตนเองมี suffered จากอาการตาบอดสี ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถสร้างสรรค์งานจิตรกรรมได้อย่างที่ต้องการ จึงหันมาใช้การเขียนเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางศิลปะแทน

ฌัก อาเบย มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิเหนือจริงอย่างไร?

เขาเป็นสมาชิกของกลุ่มศิลปินเหนือจริงในเมืองบอร์โด ติดต่อกับ André Breton และมีส่วนร่วมในวารสารเหนือจริงหลายฉบับ รวมถึงการต่อสู้เพื่อรักษาการรวมกลุ่มของลัทธิเหนือจริงหลังจากยุคของ Breton

อาเบยใช้นามปากกาในการเขียนงานประเภทใด?

เขาใช้นามปากกา เช่น Bartleby และ Léo Barthe ในการเขียนและตีพิมพ์วรรณกรรมแนวอีโรติก