← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เจมส์ แชนซ์ ศิลปินผู้บุกเบิกดนตรีโนเวฟแห่งนิวยอร์ก

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นบุคคลสำคัญของขบวนการดนตรี No Wave ในนิวยอร์กช่วงปลายทศวรรษ 1970
  • มีชื่อเสียงจากการผสมผสานดนตรีแจ๊สด้นสดเข้ากับพังก์และฟังก์
  • เป็นผู้ก่อตั้งวง The Contortions และร่วมก่อตั้ง Teenage Jesus and the Jerks
  • มีชื่อเสียงในด้านการแสดงสดที่ก้าวร้าวและมักเกิดการปะทะกับผู้ชมบนเวที

เจมส์ แชนซ์ (James Chance) หรือชื่อจริงคือ เจมส์ ซิกฟรีด (James Siegfried; 20 เมษายน 1953 – 18 มิถุนายน 2024) เป็นนักแซกโซโฟน นักคีย์บอร์ด และนักร้องชาวอเมริกัน ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในขบวนการดนตรี โนเวฟ (No Wave) ในนครนิวยอร์กช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดยผลงานของเขามีเอกลักษณ์ในการผสมผสานดนตรีแจ๊สแบบด้นสด (Improvisational Jazz) เข้ากับความดุดันของดนตรีพังก์ (Punk)

เจมส์ แชนซ์ ในงานเทศกาลภาพยนตร์ Tribeca ปี 2009
เจมส์ แชนซ์ ในงานเทศกาลภาพยนตร์ Tribeca ปี 2009

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

เจมส์ ซิกฟรีด เกิดในปี 1953 ที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน เขาเติบโตในเมืองมิลวอกีและย่านบรูกฟิลด์ โดยได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต (Michigan State University) และต่อด้วยวิทยาลัยดนตรีวิสคอนซิน (Wisconsin Conservatory of Music) ในมิลวอกี ในช่วงนี้เขาได้ร่วมวงดนตรีชื่อ Death ซึ่งเริ่มต้นจากการเล่นเพลงคัฟเวอร์ของวง The Stooges และ The Velvet Underground ก่อนจะเริ่มแต่งเพลงของตัวเองในเวลาต่อมา

เส้นทางอาชีพและขบวนการ No Wave

หลังจากวง Death ยุบตัวลงและนักร้องนำเสียชีวิตในช่วงปลายปี 1975 ซิกฟรีดได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยและย้ายไปยังนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเริ่มเข้าสู่แวดวงดนตรีฟรีแจ๊ส (Free Jazz) และโนเวฟพังก์ร็อก (No Wave Punk Rock)

การก่อตั้งวงและผลงานสำคัญ

  • Flaming Youth (1976): วงควอเต็ตบรรเลงที่มีไวโอลิน กลอง และเบส ซึ่งเป็นวงแรกของเขาในนิวยอร์ก
  • Teenage Jesus and the Jerks: ก่อตั้งร่วมกับ ลิเดีย ลันช์ (Lydia Lunch) ในปี 1976 ซึ่งถือเป็นกลุ่มดนตรีโนเวฟที่ทรงอิทธิพล
  • The Contortions (1977): หลังจากศึกษาดนตรีกับ เดวิด เมอร์เรย์ (David Murray) ได้ระยะหนึ่ง เขาได้ก่อตั้งวง The Contortions โดยนำดนตรีแจ๊สแบบด้นสดมาผสมกับจังหวะฟังก์ (Funky Rhythms) วงนี้ได้รับความสนใจในวงกว้างจากการมีส่วนร่วมในอัลบั้มรวมเพลง No New York ที่รวบรวมโดย ไบรอัน อีโน (Brian Eno)

บุคลิกบนเวทีและการแสดงออก

เจมส์ แชนซ์ เป็นที่รู้จักในด้านการแสดงสดที่รุนแรงและท้าทายผู้ชม เขามักจะบังคับให้ผู้ชมลุกจากที่นั่ง หรือแม้กระทั่งเกิดการปะทะทางกายภาพกับผู้ชมและนักวิจารณ์ดนตรี เช่น โรเบิร์ต คริสต์เกา (Robert Christgau) ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นการพยายามกระตุ้นผู้ชมชาวนิวยอร์กที่มักจะมีท่าทีเฉยเมย อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเหล่านี้เริ่มลดลงเมื่อผู้ชมเริ่มคาดหวังว่าการปะทะจะเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง

การเปลี่ยนแปลงชื่อและผลงานในยุคต่อมา

ในช่วงเวลาหนึ่งเขาใช้ชื่อในวงการว่า เจมส์ ไวท์ (James White) และก่อตั้งวง James White and the Blacks ซึ่งออกอัลบั้ม Off White ในปี 1980 และ Sax Maniac ในปี 1982 โดยอัลบั้มหลังนี้เขาอุทิศให้กับ อันยา ฟิลลิปส์ (Anya Phillips) คู่รักและผู้จัดการส่วนตัวที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 1981 ซึ่งฟิลลิปส์เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างตัวตนและภาพลักษณ์บนเวทีของเขา

การกลับมาและผลงานช่วงท้าย

หลังจากหายหน้าไปจากวงการชั่วคราวและย้ายไปพำนักที่ปารีส แชนซ์ได้กลับมายังนิวยอร์กในปี 1983 เพื่อบันทึกอัลบั้ม James White Presents The Flaming Demonics ต่อมาในปี 2001 เขาได้รวมตัวกับสมาชิกดั้งเดิมของ The Contortions เพื่อทำการแสดงในงานเทศกาล All Tomorrow's Parties และงาน PS1 Warm Up ในปี 2008

ในช่วงปี 2006 เป็นต้นมา เขาได้ร่วมงานกับนักดนตรีชาวฝรั่งเศสในนาม James Chance & Les Contortions และออกอัลบั้ม Incorrigible! ในปี 2012 นอกจากนี้เขายังได้ร่วมงานกับวง Blondie และทำการแสดงในพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ร่วมกับวง Ancient Heat ในปี 2012 โดยนำเพลงของ กิล สก็อตต์-เฮรอน (Gil Scott-Heron) มาคัฟเวอร์

คำถามที่พบบ่อย

เจมส์ แชนซ์ คือใคร?

เจมส์ แชนซ์ (หรือ เจมส์ ไวท์) เป็นนักแซกโซโฟนและนักร้องชาวอเมริกัน ผู้บุกเบิกดนตรีแนว No Wave ในนิวยอร์ก โดยมีสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานแจ๊สและพังก์เข้าด้วยกัน

ดนตรีแนว No Wave คืออะไรในบริบทของเจมส์ แชนซ์?

เป็นดนตรีทดลองที่ปฏิเสธโครงสร้างดนตรีแบบเดิม โดยแชนซ์ได้นำการด้นสดแบบฟรีแจ๊สมาผสมกับจังหวะที่ดุดันแบบพังก์และฟังก์

วง The Contortions มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นวงที่ทำให้ชื่อเสียงของเจมส์ แชนซ์ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะการได้ร่วมอยู่ในอัลบั้มรวมเพลง No New York ที่โปรดิวซ์โดย ไบรอัน อีโน