เจมส์ แวน เรมเซน จูเนียร์ นักปักษีวิทยาผู้เชี่ยวชาญนกในเขตร้อนของอเมริกาใต้
สรุปใจความสำคัญ
- ผู้ก่อตั้งคณะกรรมการจำแนกประเภทนกในอเมริกาใต้ (SACC) ในปี ค.ศ. 1999
- ผู้เชี่ยวชาญด้านปักษีวิทยาในเขตร้อน (Neotropical avifauna) โดยเฉพาะในแถบแอมะซอนและเทือกเขาแอนดีส
- ได้รับรางวัล Brewster Medal ในปี ค.ศ. 2013 จากสมาคมปักษีวิทยาแห่งอเมริกา
- มีนกชนิด Doliornis remseni ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในปี ค.ศ. 1994
เจมส์ แวนเดอร์บีค "แวน" เรมเซน จูเนียร์ (James Vanderbeek "Van" Remsen Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1949 เป็นนักปักษีวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีความเชี่ยวชาญหลักในด้านปักษีวิทยาในเขตร้อน (Neotropical avifauna) ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการก่อตั้งคณะกรรมการจำแนกประเภทนกในอเมริกาใต้ (South American Classification Committee หรือ SACC) ในปี ค.ศ. 1999 ซึ่งเป็นการปฏิวัติระบบการจำแนกประเภทนกในภูมิภาคนี้ให้มีความทันสมัยและโปร่งใส
ประวัติการศึกษาและจุดเริ่มต้นทางวิชาการ
เรมเซนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายจาก Phillips Academy ในเมืองแอนโดเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในปี ค.ศ. 1967 ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาชีววิทยาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) โดยสำเร็จการศึกษาทั้งสองปริญญาในปี ค.ศ. 1971
ต่อมาเขาได้รับปริญญาเอกด้านสัตววิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ในปี ค.ศ. 1978 ภายใต้การดูแลของ แฟรงก์ ไพเทลกา (Frank Pitelka) โดยวิทยานิพนธ์ของเขาในหัวข้อ "Geographical ecology of Neotropical Kingfishers" เป็นผลมาจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามในประเทศโคลอมเบียและโบลิเวียในแถบแอมะซอนเป็นเวลาเกือบสองปี
เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ
ในปี ค.ศ. 1978 เรมเซนเริ่มดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และภัณฑารักษ์ดูแลคอลเลกชันนกที่มหาวิทยาลัยรัฐลุยเซียนา (Louisiana State University - LSU) ซึ่งเขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการวิจัยนกในพื้นที่ห่างไกลของลุ่มน้ำแอมะซอนและเทือกเขาแอนดีส
การตีพิมพ์และงานเขียนที่สำคัญ
เรมเซนเริ่มตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยมีบทความเรื่อง "On taking field notes" ในวารสาร American Birds ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากเหล่านักดูนกและผู้สังเกตการณ์นกในสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา
ผลงานเขียนที่สำคัญของเขา ได้แก่:
- An Annotated List of the Birds of Bolivia (ค.ศ. 1989): เขียนร่วมกับ เมลวิน อัลวาห์ เทรย์เลอร์ จูเนียร์ (Melvin Alvah Traylor Jr.)
- Community Ecology of Neotropical Kingfishers (ค.ศ. 1991): งานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของนกกระเต็นในเขตร้อน
- Studies in Neotropical Ornithology Honoring Ted Parker (ค.ศ. 1997): การรวบรวมบทความวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed) จำนวน 51 บทความ
- Birds of Bolivia (ค.ศ. 2016): คู่มือภาคสนามที่มีภาพประกอบสวยงาม ซึ่งเขียนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่าน
การก่อตั้ง SACC และการปฏิรูประบบจำแนกประเภท
ในปี ค.ศ. 1997 เรมเซนได้เสนอให้สมาคมปักษีวิทยาแห่งอเมริกา (American Ornithologists' Union - AOU) จัดตั้งคณะกรรมการจำแนกประเภทนกในอเมริกาใต้ เพื่อให้เป็นคู่ขนานกับคณะกรรมการที่ดูแลนกในซีกโลกตะวันตกตั้งแต่ปานามาขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งข้อเสนอนี้ได้รับการอนุมัติในปี ค.ศ. 1999 และนำไปสู่การก่อตั้ง South American Classification Committee (SACC)
ระบบที่เรมเซนออกแบบสำหรับ SACC มีความโดดเด่นด้านความโปร่งใส โดยกำหนดให้ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงการจำแนกประเภททั้งหมดต้องเผยแพร่ทางออนไลน์ ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึง อ่านความคิดเห็น และร่วมลงคะแนนได้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาข้อมูลทางปักษีวิทยาได้อย่างกว้างขวาง
เกียรติยศและการยอมรับ
ด้วยผลงานอันโดดเด่น เรมเซนได้รับรางวัล Brewster Medal จากสมาคมปักษีวิทยาแห่งอเมริกาในปี ค.ศ. 2013 เพื่อเป็นเกียรติแก่การอุทิศตนในการศึกษา การจำแนกประเภท และการกำหนดชื่อนกในอเมริกาใต้
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1994 ชื่อวิทยาศาสตร์ของนกชนิดหนึ่งคือ Doliornis remseni (Chestnut-bellied Cotinga) ซึ่งเป็นนกที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ พบได้ในโคลอมเบีย เอกวาดอร์ และเปรู ได้ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
คำถามที่พบบ่อย
เจมส์ แวน เรมเซน จูเนียร์ คือใคร?
เขาเป็นนักปักษีวิทยาชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านนกในเขตร้อนของอเมริกาใต้ และเป็นผู้ก่อตั้งคณะกรรมการจำแนกประเภทนกในอเมริกาใต้ (SACC)
ผลงานที่สำคัญที่สุดของเรมเซนคืออะไร?
การก่อตั้ง SACC ซึ่งเป็นระบบการจำแนกประเภทนกที่โปร่งใสและเปิดกว้างให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกสามารถตรวจสอบและเสนอการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางปักษีวิทยาทางออนไลน์ได้
เรมเซนได้รับรางวัลอะไรบ้าง?
เขาได้รับรางวัล Brewster Medal ในปี ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผลงานด้านปักษีวิทยาจากสมาคมปักษีวิทยาแห่งอเมริกา

