จิม บัลซิลลี ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ BlackBerry
สรุปใจความสำคัญ
- อดีต co-CEO ของ Research In Motion (RIM) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน BlackBerry
- มีบทบาทสำคัญในการบริหารด้านธุรกิจและการขาย ทำให้ BlackBerry กลายเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในยุคแรก
- ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในปี ค.ศ. 2012 ท่ามกลางการลดลงของส่วนแบ่งการตลาดและการแข่งขันจาก iPhone และ Android
- ผู้ก่อตั้ง Balsillie School of International Affairs และ Centre for International Governance and Innovation (CIGI)
จิม บัลซิลลี (Jim Balsillie) เกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1961 เป็นนักธุรกิจและนักการกุศลชาวแคนาดา เขาเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตประธานและผู้ร่วมดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (co-CEO) ของบริษัท Research In Motion (RIM) ซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ BlackBerry ที่เคยสร้างยอดขายรายปีสูงสุดถึง 1.99 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 2011

ประวัติและการศึกษา
บัลซิลลีเกิดที่เมืองซีฟอร์ธ รัฐออนแทรีโอ โดยมีบิดาเป็นช่างเทคนิคอิเล็กทรอนิกส์ที่ Ontario Hydro และมารดาชื่อลอเรล บัลซิลลี ครอบครัวของเขาย้ายไปอยู่ที่เมืองปีเตอร์โบโรเมื่อเขาอายุได้ 5 ปี
ด้านการศึกษา บัลซิลลีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาพาณิชยศาสตร์ (BComm) จาก Trinity College มหาวิทยาลัยโทรอนโตในปี ค.ศ. 1984 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Harvard Business School ในปี ค.ศ. 1989 นอกจากนี้ เขายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย Wilfrid Laurier อีกด้วย
เส้นทางอาชีพ
ช่วงเริ่มต้นของการทำงาน
หลังจากจบการศึกษาจาก Harvard Business School บัลซิลลีได้ดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ด้านเทคโนโลยีของบริษัท Sutherland-Schultz ซึ่งเป็นบริษัทบริการด้านการออกแบบและก่อสร้างในเมืองเคมบริดจ์ รัฐออนแทรีโอ ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งในปี ค.ศ. 1992 เมื่อบริษัทถูกขายให้กับกลุ่ม Vollmer Group
การนำพา Research In Motion และ BlackBerry สู่ความสำเร็จ
ในปี ค.ศ. 1992 บัลซิลลีได้ลงทุน 125,000 ดอลลาร์แคนาดาในบริษัท Research In Motion (RIM) และเข้าร่วมงานในฐานะ co-CEO ร่วมกับไมค์ ลาซาริดิส (Mike Lazaridis) ผู้ก่อตั้งบริษัท ในขณะนั้น RIM มีพนักงานไม่ถึง 10 คน แต่ภายใต้การนำของทั้งสอง บัลซิลลีรับผิดชอบด้านการขาย ธุรกิจ และการบัญชี ในขณะที่ลาซาริดิสดูแลด้านเทคโนโลยี จนทำให้บริษัทเติบโตเป็นองค์กรระดับโลกที่มีพนักงานสูงสุดถึง 28,000 คน
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการบริหารแบบ co-CEO ถูกวิจารณ์ว่าทำให้การตัดสินใจล่าช้าและเป็นอุปสรรคในการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง iPhone ของ Apple และระบบปฏิบัติการ Android ของ Google
วิกฤตการบริหารและจุดตกต่ำของ BlackBerry
ในปี ค.ศ. 2007 บัลซิลลีต้องลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทหลังจากมีการตรวจสอบพบข้อผิดพลาดในการบัญชีหุ้น (stock option accounting errors) มูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี ค.ศ. 2009 เขาถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทตามคำสั่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์รัฐออนแทรีโอ (OSC) เนื่องจากความล้มเหลวในการกำกับดูแลกิจการ
ส่วนแบ่งการตลาดของ BlackBerry OS เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วในปี ค.ศ. 2010 โดยลดลงจากจุดสูงสุดที่กว่า 22% ในปี ค.ศ. 2009 และมูลค่าหุ้นของบริษัทดิ่งลงจาก 137.41 ดอลลาร์ในปี ค.ศ. 2008 เหลือเพียง 14.80 ดอลลาร์ ณ สิ้นปี ค.ศ. 2011
ในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2012 บัลซิลลีและไมค์ ลาซาริดิส ได้ลาออกจากตำแหน่ง co-CEO และถูกแทนที่โดย Thorsten Heins ต่อมาในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2012 บัลซิลลีได้ลาออกจากคณะกรรมการบริษัทเนื่องจากความเห็นต่างทางกลยุทธ์กับ Heins
บทบาทหลังการลาออกจาก BlackBerry
หลังจากออกจาก BlackBerry ในปี ค.ศ. 2012 บัลซิลลีได้หันไปให้ความสำคัญกับงานด้านสังคมและวิชาการ เขาได้ก่อตั้ง Balsillie School of International Affairs ที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู และก่อตั้งศูนย์คิด (think tank) Centre for International Governance and Innovation (CIGI) นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งประธานของ Canadian Council of Innovators อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย
จิม บัลซิลลี มีบทบาทอย่างไรใน BlackBerry?
เขาดำรงตำแหน่ง co-CEO ร่วมกับไมค์ ลาซาริดิส โดยบัลซิลลีดูแลด้านการขาย ธุรกิจ และการบัญชี ในขณะที่ลาซาริดิสดูแลด้านเทคโนโลยี
ทำไม จิม บัลซิลลี ถึงลาออกจาก BlackBerry?
เขาลาออกจากตำแหน่ง co-CEO ในปี ค.ศ. 2012 และลาออกจากคณะกรรมการบริษัทในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน เนื่องจากความขัดแย้งทางกลยุทธ์กับผู้บริหารคนใหม่ และการตกต่ำของมูลค่าหุ้นและส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท
จิม บัลซิลลี ทำอะไรหลังจากออกจาก BlackBerry?
เขาได้ก่อตั้งสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ Balsillie School of International Affairs ที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู และก่อตั้งศูนย์คิด CIGI เพื่อศึกษาด้านการกำกับดูแลระดับโลก

