Jisc องค์กรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการศึกษาและวิจัยของสหราชอาณาจักร
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไอทีและเครือข่ายสำหรับภาคการศึกษาและวิจัยในสหราชอาณาจักร
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2536 เพื่อให้เกิดการบูรณาการด้านระบบสารสนเทศในระดับชาติ
- ให้บริการครอบคลุมทั้งการศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education) และอาชีวศึกษา (Further Education)
- มีความร่วมมือกับองค์กรด้านดิจิทัลในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และออสเตรเลีย
Jisc เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหราชอาณาจักรที่มุ่งเน้นการให้บริการเครือข่าย เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และทรัพยากรดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education) การศึกษาระดับอาชีวศึกษา (Further Education) รวมถึงหน่วยงานวิจัยและภาครัฐ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอล และมีสำนักงานสาขาในลอนดอน แมนเชสเตอร์ และออกซฟอร์ด ปัจจุบันนำโดย Heidi Fraser-Krauss ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2564
ประวัติและการก่อตั้ง
Jisc ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2536 ในชื่อ Joint Information Systems Committee (JISC) ตามคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องถึงสภาทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education Funding Councils) ของอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ เพื่อสร้างคณะกรรมการร่วมในการจัดการระบบเครือข่ายและบริการข้อมูลเฉพาะทาง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำระดับชาติเพื่อประโยชน์ของภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งหมด
ในช่วงเริ่มต้น Jisc ได้รับมอบหมายหน้าที่ต่อจากคณะกรรมการระบบสารสนเทศ (Information Systems Committee - ISC) และคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ (Computer Board) โดยต้องเผชิญกับความท้าทายในการสนับสนุนชุมชนสถาบันที่กว้างขึ้น ซึ่งรวมถึงวิทยาลัยเทคนิค (ex-polytechnics) และวิทยาลัยการศึกษาระดับอุดมศึกษา
การขยายตัวและการปรับโครงสร้าง
องค์กรมีการขยายขอบเขตการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:
- พ.ศ. 2538: กระทรวงศึกษาธิการของไอร์แลนด์เหนือเข้าเป็นพันธมิตรอย่างเต็มตัว
- พ.ศ. 2542: หน่วยงานให้ทุนการศึกษาระดับอาชีวศึกษา (Further Education funding bodies) เข้ามาเป็นพันธมิตร ส่งผลให้มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายขึ้น เช่น คณะกรรมการด้านการพิสูจน์ตัวตนและความปลอดภัย (JCAS) และคณะกรรมการด้านเครือข่าย (JCN)
ในปี พ.ศ. 2543 Sir Brian Follett ได้รับการแต่งตั้งให้ตรวจสอบการดำเนินงานของ Jisc อย่างเป็นอิสระ ซึ่งรายงานระบุว่า Jisc เป็นความสำเร็จของสหราชอาณาจักรในการสร้างเครือข่ายมาตรฐานระดับโลกและเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันระหว่างชุมชนผู้ใช้และหน่วยงานให้ทุน
บทบาทด้านนโยบายและมาตรฐานสากล
Jisc มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลในสหราชอาณาจักร เช่น การสนับสนุนการบังคับใช้พระราชบัญญัติเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล (Freedom of Information Act 2000) ในชุมชนวิชาการ และการผลักดันกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา
นอกจากนี้ Jisc ยังได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติเพื่อพัฒนามาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น:
- SURFFoundation (เนเธอร์แลนด์): ความร่วมมือด้านทรัพยากรดิจิทัล
- กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (DEST) ของออสเตรเลีย: สนับสนุนโครงการ e-Framework เพื่อพัฒนาระบบไอทีแบบ Service-oriented
- Deutsche Forschungsgemeinschaft (เยอรมนี), DEFF (เดนมาร์ก) และ SURF: ร่วมกันสร้าง Knowledge exchange เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไอทีและบริการดิจิทัล
การสนับสนุนด้านการวิจัยและทรัพยากรดิจิทัล
Jisc ได้ดำเนินโครงการสำคัญเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูล เช่น การศึกษาเรื่อง "Orphan Works" (งานกำพร้า) ในปี พ.ศ. 2552 เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของงานที่ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ชัดเจนต่อการให้บริการของภาครัฐ และการส่งเสริมการเข้าถึงเนื้อหาดิจิทัลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ
คำถามที่พบบ่อย
Jisc คืออะไร?
Jisc คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหราชอาณาจักรที่ให้บริการเครือข่าย ไอที และทรัพยากรดิจิทัล เพื่อสนับสนุนสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา รวมถึงภาครัฐ
Jisc ให้บริการอะไรบ้าง?
Jisc ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย (เช่น SuperJANET) ทรัพยากรดิจิทัล และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้สถาบันการศึกษาและวิจัยสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใครเป็นผู้บริหารสูงสุดของ Jisc ในปัจจุบัน?
Heidi Fraser-Krauss ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2564
Jisc มีความสำคัญอย่างไรต่อภาคการศึกษาของสหราชอาณาจักร?
Jisc ช่วยให้สถาบันการศึกษาเข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลและมาตรฐานไอทีระดับโลก ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน และสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันในระดับชาติและนานาชาติ

