← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์ ดยุกผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยลูเวน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยลูเวน (University of Louvain) ในปี 1425
  • ขึ้นครองอำนาจเป็นดยุกแห่งบราบันต์ในปี 1415 หลังบิดาเสียชีวิตในยุทธการที่อาแฌงคอร์ต
  • สมรสกับจาเคลีน เคาน์เตสแห่งไนนอท นำไปสู่การรวมตัวกันของหลายดินแดนในสหภาพส่วนบุคคล
  • เสียชีวิตในปี 1427 ขณะอายุ 23 ปี โดยไม่มีทายาท

จอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์ (11 มิถุนายน 1403 – 17 เมษายน 1427) เป็นดยุกแห่งบราบันต์ ลิมบวร์ก และลอทิเออร์ โดยเป็นผู้ปกครองบราบันต์คนที่สองจากราชวงศ์วาลัวส์ (House of Valois) เขาเป็นบุตรของอองตวนแห่งเบอร์กันดี ดยุกแห่งบราบันต์ และฌานแห่งแซงต์-โปล

จอห์นที่ 4 เป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยลูเวน (University of Louvain/Leuven) ในปี 1425 ซึ่งกลายเป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญในภูมิภาค

ภาพพอร์ตเทรตของจอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์
จอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์

การขึ้นสู่อำนาจและการสืบราชสมบัติ

จอห์นเกิดที่เมืองอาร์ราส และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งดยุกแห่งบราบันต์ในปี 1415 หลังจากบิดาของเขาเสียชีวิตในยุทธการที่อาแฌงคอร์ต (Battle of Agincourt) อย่างไรก็ตาม การสืบทอดอำนาจของเขาไม่ได้เป็นที่ยอมรับในทันที โดยจักรพรรดิซิกิสมุนด์แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้คัดค้านการขึ้นครองอำนาจของเขา เนื่องจากต้องการลดอิทธิพลของราชวงศ์วาลัวส์ โดยเฉพาะอิทธิพลของดยุกแห่งเบอร์กันดีซึ่งเป็นอาของจอห์น

ด้วยการสนับสนุนจากจอห์นผู้ไร้ความกลัว (John the Fearless) ดยุกแห่งเบอร์กันดี และสภาแห่งบราบันต์ (States of Brabant) ทำให้จอห์นที่ 4 สามารถรักษาอำนาจไว้ได้และป้องกันไม่ให้เกิดสงครามการสืบราชสมบัติครั้งที่สองในดัชชีบราบันต์ นอกจากนี้ สภาแห่งบราบันต์ยังได้รับสิทธิ์ในการปกครองแทนจนกว่าดยุกผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ

การสมรสกับจาเคลีน เคาน์เตสแห่งไนนอท

ในปี 1418 จอห์นที่ 4 ได้สมรสกับจาเคลีน เคาน์เตสแห่งไนนอท (Jacqueline, Countess of Hainaut) การสมรสครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้จอห์นทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องสิทธิในมรดกของจาเคลีนจากการอ้างสิทธิ์ของจอห์นที่ 3 ผู้เป็นอาของเธอ การรวมตัวกันผ่านการสมรสทำให้เคาน์ตีแห่งฮอลแลนด์, เซแลนด์, ไนนอท และดัชชีแห่งบราบันต์และลิมบวร์ก รวมกันเป็นสหภาพส่วนบุคคล (Personal Union)

อย่างไรก็ตาม ชีวิตสมรสของทั้งคู่ประสบปัญหาและนำไปสู่การแยกทางกันในปี 1420 สาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวของจอห์นในการปกป้องสิทธิของจาเคลีนในฮอลแลนด์และเซแลนด์ รวมถึงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่ม "ฮุก" (Hook) ซึ่งสนับสนุนจาเคลีน และกลุ่ม "คอด" (Cod) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษาใกล้ชิดของจอห์น

ภายใต้อิทธิพลของที่ปรึกษา จอห์นได้แต่งตั้งจอห์นที่ 3 (อาของจาเคลีน) ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแห่งฮอลแลนด์ในปี 1420 ซึ่งเป็นการสนับสนุนศัตรูของภรรยาตนเอง ส่งผลให้จาเคลีนหลบหนีจากราชสำนักและประกาศให้การสมรสเป็นโมฆะ

หลังจากจอห์นที่ 3 เสียชีวิตในปี 1425 ฮอลแลนด์กลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของจอห์นที่ 4 อีกครั้ง แต่เขาก็แต่งตั้งฟิลิปผู้ดี (Philip the Good) ดยุกแห่งเบอร์กันดี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา ให้เป็นผู้สำเร็จราชการและเป็นทายาทในกรณีที่เขาเสียชีวิตโดยไม่มีบุตร

ความตึงเครียดภายในดัชชีบราบันต์

ตราอาร์มของเบอร์กันดี-บราบันต์
ตราอาร์มของเบอร์กันดี-บราบันต์

ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในชีวิตสมรส แต่ยังลามไปถึงภายในดัชชีบราบันต์ เมืองต่างๆ และชนชั้นสูงเกิดความไม่พอใจต่อที่ปรึกษาผู้ทรงอิทธิพลของดยุก เมื่อจาเคลีนแยกทางกับจอห์นในปี 1420 สภาแห่งบราบันต์ได้เข้าข้างเธอและแต่งตั้งฟิลิปแห่งแซงต์-โปล พี่ชายของจอห์น ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแห่งบราบันต์

การลุกฮือของสมาคมช่างฝีมือ (Guilds) ในบรัสเซลส์ทำให้จอห์นไม่สามารถใช้กำลังตอบโต้ได้อย่างเต็มที่ จนนำไปสู่สนธิสัญญาประนีประนอมในปี 1421 และเขากลับมามีอำนาจเต็มอีกครั้งในปี 1422 โดยแลกกับการขยายสิทธิพิเศษของเมืองและเพิ่มอำนาจให้แก่สภาแห่งบราบันต์ ซึ่งเรียกว่า Nieuw Regiment

จอห์นที่ 4 เสียชีวิตที่เมืองบรัสเซลส์ในปี 1427 ขณะมีอายุได้ 23 ปี โดยไม่มีบุตร สิทธิในการครอบครองฮอลแลนด์ เซแลนด์ และไนนอท จึงตกเป็นของฟิลิปผู้ดี ส่วนดัชชีบราบันต์และลิมบวร์กตกเป็นของฟิลิปแห่งแซงต์-โปล ผู้เป็นน้องชาย

เหรียญของจอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์
เหรียญ Maastricht dubbele groot ของจอห์นที่ 4

มรดกและมุมมองทางประวัติศาสตร์

ในทางประวัติศาสตร์ จอห์นที่ 4 มักถูกมองว่าเป็นเจ้าผู้ครองนครที่อ่อนแอ ซึ่งถูกชักจูงได้ง่ายโดยผู้ที่มีความสามารถทางการเมืองมากกว่า เช่น ฟิลิปผู้ดี และจอห์นที่ 3 แห่งฮอลแลนด์ อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าอายุที่ยังน้อยและความด้อยประสบการณ์ในขณะดำรงตำแหน่งมีส่วนสำคัญต่อภาพลักษณ์ดังกล่าว

คำถามที่พบบ่อย

จอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์ มีผลงานที่สำคัญที่สุดคืออะไร?

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการก่อตั้งมหาวิทยาลัยลูเวน (University of Louvain) ในปี 1425 ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญในภูมิภาคเบลเยียมปัจจุบัน

ทำไมการสมรสของจอห์นที่ 4 กับจาเคลีนจึงล้มเหลว?

เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่ม Hook และ Cod รวมถึงความล้มเหลวของจอห์นในการปกป้องสิทธิในมรดกของจาเคลีนในดินแดนฮอลแลนด์และเซแลนด์

ใครคือทายาทของจอห์นที่ 4 แห่งบราบันต์?

เนื่องจากเขาเสียชีวิตโดยไม่มีบุตร ดัชชีบราบันต์และลิมบวร์กจึงตกเป็นทายาทคือ ฟิลิปแห่งแซงต์-โปล ผู้เป็นน้องชาย ส่วนดินแดนอื่นๆ ที่ได้จากการสมรสตกเป็นของฟิลิปผู้ดี ดยุกแห่งเบอร์กันดี

จอห์นที่ 4 ถูกมองว่าเป็นผู้ปกครองแบบใดในสายตาของนักประวัติศาสตร์?

เขามักถูกมองว่าเป็นเจ้าผู้ครองนครที่อ่อนแอและถูกชักจูงได้ง่าย เนื่องจากอายุที่ยังน้อยและขาดประสบการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น