โจเซฟ สติลเวลล์ นายพลผู้เผชิญความขัดแย้งในสมรภูมิเอเชีย
สรุปใจความสำคัญ
- ได้รับฉายาว่า 'Vinegar Joe' จากบุคลิกที่แข็งกร้าวและตรงไปตรงมา
- เป็นผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในสมรภูมิจีน พม่า และอินเดีย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
- มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับ เจียง ไคเชก ผู้นำชาตินิยมจีน เกี่ยวกับการบริหารกองทัพและการใช้ทรัพยากร
- เป็นผู้แนะนำกีฬาบาสเกตบอลเข้าสู่โรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์
โจเซฟ วอร์เรน สติลเวลล์ (Joseph Warren Stilwell; 19 มีนาคม ค.ศ. 1883 – 12 ตุลาคม ค.ศ. 1946) หรือที่รู้จักในฉายา "Vinegar Joe" เป็นนายพลแห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ผู้มีบทบาทสำคัญในสมรภูมิจีน พม่า และอินเดีย (China Burma India theater) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว และยังทำหน้าที่เป็นรองผู้บัญชาการให้กับทั้งลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบตเทน และเจียง ไคเชก ผู้นำชาตินิยมจีน

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
สติลเวลล์เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 1883 ที่เมืองพาลัตกา รัฐฟลอริดา เติบโตในเมืองยอนเกอร์ส รัฐนิวยอร์ก ภายใต้การเลี้ยงดูที่เข้มงวดของบิดาซึ่งเน้นเรื่องศาสนาอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สติลเวลล์ในวัยเยาว์มีพฤติกรรมต่อต้านและดื้อรั้น ซึ่งนำไปสู่การถูกไล่ออกจากโรงเรียนมัธยมยอนเกอร์สหลังจากก่อเหตุวุ่นวายกับกลุ่มเพื่อน
ด้วยการช่วยเหลือจากเส้นสายของครอบครัวที่เข้าถึงประธานาธิบดีวิลเลียม แมคคินลีย์ สติลเวลล์จึงสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ (United States Military Academy at West Point) ได้สำเร็จ แม้ว่าจะส่งใบสมัครเกินกำหนดก็ตาม ในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่นี่ เขาแสดงความสามารถโดดเด่นด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส และยังมีบทบาทสำคัญในการนำกีฬาบาสเกตบอลเข้ามาเผยแพร่ในสถาบันแห่งนี้ สติลเวลล์สำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1904 โดยอยู่ในลำดับที่ 32 จากนักเรียนนายร้อยทั้งหมด 124 คน

เส้นทางอาชีพทหารในช่วงแรก
หลังจากสำเร็จการศึกษา สติลเวลล์ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์ที่เวสต์พอยต์ และผ่านการอบรมหลักสูตรทหารราบขั้นสูง รวมถึงวิทยาลัยการทัพบกและเสนาธิการ (Command and General Staff College) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาได้รับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองพลที่ 4 และมีส่วนร่วมในการวางแผนการบุกเซนต์-มิฮีล (St. Mihiel Offensive) ซึ่งทำให้เขาได้รับเหรียญ Distinguished Service Medal จากกองทัพบกสหรัฐฯ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฝรั่งเศส

บทบาทในสงครามโลกครั้งที่ 2 และความขัดแย้ง
สติลเวลล์กลายเป็นวีรบุรุษในสายตาชาวอเมริกันช่วงต้นสงคราม หลังจากนำกองกำลังเดินเท้าออกจากพม่าในปี ค.ศ. 1942 อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งกับบุคคลสำคัญหลายฝ่าย ทั้งลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบตเทน ผู้บัญชาการอังกฤษ, แคลร์ เชนโนลท์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เจียง ไคเชก
สติลเวลล์มองว่ากองทัพชาตินิยมจีนมีความคอร์รัปชันและเชื่อว่าเจียง ไคเชก กักตุนเสบียงและอาวุธที่ได้รับจากโครงการ Lend-Lease เพื่อเตรียมไว้ใช้ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน แทนที่จะใช้ต่อสู้กับญี่ปุ่น ในขณะที่เจียง ไคเชก มองว่าสติลเวลล์เป็นคนมุทะลุ ไร้ระเบียบวินัย และเป็นสาเหตุที่ทำให้ทหารจีนสูญเสียอย่างหนักในการรบ
ความตึงเครียดถึงจุดสูงสุดในปี ค.ศ. 1944 เมื่อสติลเวลล์ร้องขอการสนับสนุนจากประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ และส่งข้อความข่มขู่เจียง ไคเชก ว่าสหรัฐฯ จะตัดความช่วยเหลือหากสติลเวลล์ไม่ได้รับอำนาจสั่งการกองทัพจีนทั้งหมด เจียง ไคเชก ปฏิเสธข้อเสนอนี้โดยมองว่าเป็นการละเมิดเอกราชของจีน และได้เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้บัญชาการ ซึ่งนำไปสู่การปลดสติลเวลล์ออกจากตำแหน่งในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1944
หน่วย Merrill's Marauders
สติลเวลล์ได้จัดตั้งหน่วยรบพิเศษ Merrill's Marauders ซึ่งเป็นหน่วยทหารบกสหรัฐฯ เพียงหน่วยเดียวในสมรภูมินี้ อย่างไรก็ตาม การที่เขายืนกรานให้หน่วยที่อ่อนแอจากโรคภัยไข้เจ็บเข้าสู่การรบอย่างหนัก ส่งผลให้หน่วยนี้ต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างมหาศาลในการล้อมเมืองไมต์คินา (siege of Myitkyina) จนต้องถูกยุบหน่วยในที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมโจเซฟ สติลเวลล์ ถึงได้รับฉายาว่า 'Vinegar Joe'?
ฉายา 'Vinegar Joe' มาจากบุคลิกที่ดุดัน ตรงไปตรงมา และมักจะแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย ซึ่งเปรียบได้กับความเปรี้ยวและฉุนของน้ำส้มสายชู
สาเหตุหลักของความขัดแย้งระหว่างสติลเวลล์และเจียง ไคเชก คืออะไร?
สติลเวลล์มองว่ากองทัพชาตินิยมจีนมีความคอร์รัปชันและเชื่อว่าเจียง ไคเชก ใช้ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์จีนแทนที่จะรบกับญี่ปุ่น
หน่วย Merrill's Marauders คืออะไร?
เป็นหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการในพม่าภายใต้การนำของสติลเวลล์ ซึ่งต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างหนักจากการรบและโรคภัยไข้เจ็บ