ปริศนาแสงไฟแห่งไคโคร่า เหตุการณ์ UFO UFO ในนิวซีแลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี 1978 เหนือเทือกเขาไคโคร่า ประเทศนิวซีแลนด์
- มีการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม 16 มม. และมีพยานหลักฐานจากทั้งนักบินและทีมงานโทรทัศน์
- ตรวจพบวัตถุบนเรดาร์ของหอควบคุมการบินที่สนามบินเวลลิงตันและเรดาร์บนเครื่องบิน
- ข้อสรุปที่ขัดแย้งกันระหว่างนักฟิสิกส์ชาวสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าเป็น UFO และหน่วยงานรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่เชื่อว่าเป็นเรือประมง
แสงไฟแห่งไคโคร่า เป็นชื่อที่สื่อมวลชนนิวซีแลนด์ใช้เรียกชุดเหตุการณ์การพบเห็นวัตถุบินไม่อาจระบุเอกลักษณ์ (UFO) ที่เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี 1978 เหนือเทือกเขาไคโคร่า ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะใต้ในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นอย่างดีที่สุดครั้งหนึ่ง
21 ธันวาคม 1978 จุดเริ่มต้นของปริศนา
การพบเห็นครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม โดยนักบินของสายการบิน Safe Air Ltd ซึ่งเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า Armstrong Whitworth AW.660 Argosy ได้สังเกตเห็นแสงไฟประหลาดหลายดวงรอบๆ เครื่องบินขณะบินจากเบลนไฮม์ไปยังไครสต์เชิร์ช
สิ่งที่น่าสนใจคือ วัตถุเหล่านี้ถูกตรวจพบโดยเรดาร์ของหอควบคุมการบินที่สนามบินเวลลิงตันด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่แคลเรนซ์บริดจ์และเคเครุนกูยังรายงานว่าเห็นแสงไฟประหลาดในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ในขณะนั้นพวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้มากนัก

30–31 ธันวาคม 1978 การบันทึกภาพด้วยฟิล์ม
ในช่วงดึกของวันที่ 30 ธันวาคม ทีมงานโทรทัศน์จากช่อง 0 ของเมลเบิร์นได้ร่วมเดินทางไปกับเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Safe Air เพื่อบันทึกภาพบรรยากาศสำหรับรายการเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 21 ธันวาคม โดยในทีมประกอบด้วยผู้สื่อข่าว เควิน ฟอการ์ตี, ช่างภาพ เดวิด คร็อกเก็ต และภรรยาของเขา ไนแอร์ คร็อกเก็ต พร้อมด้วยนักบิน บิล สตาร์ทอัพ และ บ็อบ การ์ด
ขณะที่ทีมงานกำลังถ่ายทำรายการอยู่นั้น บิล สตาร์ทอัพ ได้ตะโกนให้ทีมงานขึ้นมาบนห้องนักบิน เนื่องจากพวกเขาพบเห็นแสงไฟประหลาดอีกครั้ง แสงไฟเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ได้ด้วยฟิล์ม 16 มม. โดยบิล สตาร์ทอัพ รายงานว่าเห็น "แสงสีขาวสว่างจ้าพร้อมโทนสีแดง" ซึ่งดูเหมือนจะบินติดตามเครื่องบินของเขา ทั้งด้านบน ด้านล่าง และด้านหน้า
การเผชิญหน้าครั้งที่สองในคืนเดียวกัน
หลังจากส่งสินค้าที่ไครสต์เชิร์ชแล้ว เครื่องบินได้บินกลับไปยังเบลนไฮม์ในเวลา 02:16 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม โดยมีฟอการ์ตีและเดวิด คร็อกเก็ต ยังคงอยู่บนเครื่อง ในขณะที่ไนแอร์ คร็อกเก็ต เลือกที่จะพักอยู่ที่ไครสต์เชิร์ชเนื่องจากความกลัว
เมื่อเครื่องบินไต่ระดับถึงความสูงประมาณ 2,000 ฟุต (610 เมตร) พวกเขาได้พบกับแสงไฟห้าดวงและวัตถุรูปทรงกลมขนาดใหญ่ที่ส่องแสง ซึ่งบินขนานไปกับปีกเครื่องบินเป็นเวลาเกือบ 15 นาที เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ทั้งในรูปแบบฟิล์มและเทปบันทึกเสียง ซึ่งฟอการ์ตีพูดในเทปว่า "หวังว่าพวกเขาจะเป็นมิตรนะ"
เรดาร์ของเครื่องบินซึ่งทำงานในโหมดแผนที่พื้นดิน ตรวจพบวัตถุขนาดใหญ่ที่ตำแหน่งเดียวกับแสงไฟที่มองเห็น
การวิเคราะห์และการโต้แย้ง
นักดาราศาสตร์บางส่วนเสนอว่าแสงที่เห็นอาจเป็นดาวพฤหัสบดีหรือดาวอังคาร แต่ก็ยอมรับว่าดาวเคราะห์ไม่สามารถปรากฏบนเรดาร์ได้ นอกจากนี้ยังมีการเสนอว่าอาจเป็นปรากฏการณ์บอลไลท์นิ่ง (Ball Lightning) หรืออุกกาบาต
นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ แพทริก มัวร์ มองว่าแสงไฟเหล่านี้มีต้นกำเนิดจากพื้นโลก เช่น การสะท้อนของแสง, บอลลูน หรือเครื่องบินลำอื่น
ในขณะเดียวกัน บรูซ แมคคาบี นักฟิสิกส์ด้านทัศนศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์ฟิล์มและคำนวณว่าวัตถุนั้นมีความสว่างมากและมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เมตรหรือมากกว่า ซึ่งทำให้เป็นไปได้ยากที่จะเป็นพลาสมาหรือบอลไลท์นิ่ง แมคคาบีสรุปว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับ "วัตถุหรือปรากฏการณ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ซึ่งตรงตามคำจำกัดความของ UFO"
อย่างไรก็ตาม หน่วยงาน DSIR ของนิวซีแลนด์โต้แย้งว่า แสงไฟเหล่านั้นน่าจะเป็นเรือประมงหมึกที่จอดนิ่งอยู่ในทะเลด้านล่าง ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งที่แมคคาบีไม่เห็นด้วย โดยเขายืนยันว่าไม่มีหลักฐานว่ามีเรือประมงในพื้นที่นั้นในช่วงเวลาดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อย
แสงไฟแห่งไคโคร่าคืออะไร?
เป็นชุดเหตุการณ์การพบเห็นวัตถุบินไม่อาจระบุเอกลักษณ์ (UFO) ในนิวซีแลนด์ เมื่อปี 1978 ซึ่งมีการบันทึกภาพและหลักฐานทางเรดาร์ประกอบ
ใครเป็นผู้บันทึกภาพเหตุการณ์นี้?
ทีมงานโทรทัศน์จากช่อง 0 ของเมลเบิร์น และนักบินของสายการบิน Safe Air Ltd
คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่พยายามอธิบายเหตุการณ์นี้คืออะไร?
มีการเสนอคำอธิบายหลายอย่าง เช่น เป็นดาวเคราะห์, บอลไลท์นิ่ง, อุกกาบาต, หรือแม้แต่แสงไฟจากเรือประมงหมึกในทะเล
