← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คาเรล เฟรเดอริก เวนเคบาค บิดาแห่งการศึกษาการนำไฟฟ้าของหัวใจ

สรุปใจความสำคัญ

  • ค้นพบปรากฏการณ์ Wenckebach ซึ่งเป็นการปิดกั้นการนำไฟฟ้าของหัวใจระดับที่ 2 ประเภทที่ 1 (Mobitz type I)
  • ระบุตำแหน่งของมัดนำไฟฟ้า Wenckebach's bundle ที่เชื่อมต่อ SA node กับ AV node
  • เป็นศาสตราจารย์ด้านแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของยุโรป ได้แก่ โกรนิงเกน, สตราสบูร์ก และเวียนนา
  • เป็นผู้บุกเบิกการใช้ยาควินินในการรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

คาเรล เฟรเดอริก เวนเคบาค (Karel Frederik Wenckebach; 24 มีนาคม ค.ศ. 1864 – 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1940) เป็นนักกายวิภาคศาสตร์ชาวดัตช์ เกิดที่กรุงเฮก มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานความรู้ด้านสรีรวิทยาของหัวใจและการนำไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งยังคงถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคหัวใจในปัจจุบัน

ภาพถ่ายของ คาเรล เฟรเดอริก เวนเคบาค
คาเรล เฟรเดอริก เวนเคบาค นักกายวิภาคศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ

ประวัติการศึกษาและการทำงาน

เวนเคบาคศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ที่เมืองอูเทรคต์ (Utrecht) และก้าวหน้าในสายวิชาการอย่างรวดเร็ว โดยในปี ค.ศ. 1901 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโกรนิงเกน (University of Groningen) ต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยสตราสบูร์ก (University of Strasbourg) ระหว่างปี ค.ศ. 1911–1914 และที่มหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) ระหว่างปี ค.ศ. 1914–1929

ผลงานสำคัญด้านโรคหัวใจ

เวนเคบาคเป็นที่จดจำมากที่สุดจากงานวิจัยด้านสรีรวิทยาการนำไฟฟ้าของหัวใจ โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:

ปรากฏการณ์เวนเคบาค (Wenckebach Phenomenon)

ในปี ค.ศ. 1899 เวนเคบาคได้อธิบายถึงลักษณะของชีพจรที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากการปิดกั้นการนำไฟฟ้าบางส่วนระหว่างหัวใจห้องบนและห้องล่าง (Atrioventricular conduction) โดยพบว่าระยะเวลาในการนำไฟฟ้าในเนื้อเยื่อหัวใจจะค่อยๆ ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดการปิดกั้นการนำไฟฟ้าในที่สุด สภาวะนี้ถูกเรียกว่า "การปิดกั้น AV ระดับที่สอง" (Second-degree AV block) และต่อมาถูกเรียกว่า "ปรากฏการณ์เวนเคบาค" (Wenckebach phenomenon) ซึ่งในภายหลัง (ค.ศ. 1924) ได้ถูกจัดประเภทใหม่เป็น Mobitz type I block ตามงานเขียนของ Mobitz

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้ที่โหนดไซโนเอเทรียล (Sinoatrial node) ซึ่งทำให้เกิดการปิดกั้น SA ระดับที่สอง ประเภทที่ 1 (Type I second-degree SA block) และถูกเรียกว่า Wenckebach block เช่นกัน แม้ว่าทั้งสองสภาวะจะมีลักษณะที่แตกต่างกันเมื่อตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

มัดนำไฟฟ้าเวนเคบาค (Wenckebach's Bundle)

เวนเคบาคได้รับเครดิตในการค้นพบมัดนำไฟฟ้าส่วนกลางของหัวใจที่เชื่อมต่อระหว่างโหนดไซโนเอเทรียล (SA node) และโหนดเอตริโอเวนตริคูลาร์ (AV node) ซึ่งถูกเรียกว่า "มัดนำไฟฟ้าเวนเคบาค" (Wenckebach's bundle) หรือทางเดินนำไฟฟ้าส่วนกลาง (Middle internodal tract) โดยเป็นหนึ่งในสามทางเดินนำไฟฟ้าหลักระหว่างโหนดในหัวใจ

การรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

เวนเคบาคเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนยุคแรกๆ ที่นำยาควินิน (Quinine) มาใช้ในการรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วแบบเป็นครั้งคราว (Paroxysmal atrial fibrillation)

ครอบครัวและมรดก

เวนเคบาคมาจากครอบครัวที่มีความสามารถหลากหลาย บิดาของเขาคือ เอดูอาร์ด (Eduard) ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พัฒนาสายส่งโทรเลขสายแรกในเนเธอร์แลนด์ ระหว่างเมืองฮาร์เลมและอัมสเตอร์ดัม เขามีพี่ชายสองคนคือ อองรี โยฮัน เอดูอาร์ด (Henri Johan Eduard) ผู้อำนวยการเหมืองแร่ของรัฐ และลุดวิก วิลเลม เรย์เมิร์ต (Ludwig Willem Reymert) จิตรกรและนักวาดภาพประกอบหนังสือที่มีชื่อเสียง

บุตรชายของเขาคือ ออสวาลด์ (Oswald) ได้กลายเป็นประติมากรและจิตรกร ผู้มีชื่อเสียงจากการสร้างอนุสาวรีย์สงครามและออกแบบเหรียญกษาปณ์ของเนเธอร์แลนด์ที่ใช้ระหว่างปี ค.ศ. 1948 ถึง 1981

ผลงานเขียนที่สำคัญ

  • Arythmie als Ausdruck bestimmter Funktionsstörungen des Herzens (ค.ศ. 1903)
  • Die unregelmässige Herztätigkeit und ihre klinische Bedeutung (ค.ศ. 1914)
  • Herz- und Kreislaufinsufficienz (ค.ศ. 1931)

คำถามที่พบบ่อย

ปรากฏการณ์เวนเคบาค (Wenckebach phenomenon) คืออะไร?

คือสภาวะที่การนำไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนไปยังห้องล่างค่อยๆ ช้าลงในแต่ละจังหวะ จนกระทั่งมีจังหวะหนึ่งที่สัญญาณไฟฟ้าไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้เกิดการปิดกั้นการนำไฟฟ้า (AV block) ระดับที่ 2 ประเภทที่ 1

Wenckebach's bundle คืออะไร?

คือมัดนำไฟฟ้าส่วนกลาง (Middle internodal tract) ในหัวใจที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าจากโหนดไซโนเอเทรียล (SA node) ไปยังโหนดเอตริโอเวนตริคูลูลาร์ (AV node)

คาเรล เฟรเดอริก เวนเคบาค มีความสำคัญต่อการแพทย์สมัยใหม่หรือไม่?

มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการค้นพบของเขาช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจผ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ได้อย่างแม่นยำขึ้น

เวนเคบาคศึกษาและทำงานที่ไหนบ้าง?

เขาศึกษาวิชาแพทย์ที่อูเทรคต์ และเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโกรนิงเกน, สตราสบูร์ก และเวียนนา