← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คาสเปอร์ ยูลมันด์ เส้นทางผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเดนมาร์ก

สรุปใจความสำคัญ

  • พาสโมสรนอร์ดเชลลันด์คว้าแชมป์เดนิช ซูเปอร์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรปี 2012
  • นำทีมชาติเดนมาร์กเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร 2020)
  • เคยคุมทีมในบุนเดสลีกา เยอรมนี ทั้งกับไมนซ์ 05 และไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน

คาสเปอร์ ยูลมันด์ (Kasper Hjulmand เกิดวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1972) เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลและอดีตนักฟุตบอลชาวเดนมาร์ก ผู้มีชื่อเสียงจากการนำทีมสโมสรและทีมชาติประสบความสำเร็จในระดับสูง โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการพาสโมสรนอร์ดเชลลันด์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเดนมาร์กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และการนำทีมชาติเดนมาร์กเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020

ภาพถ่ายของคาสเปอร์ ยูลมันด์
คาสเปอร์ ยูลมันด์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเดนมาร์ก

อาชีพนักฟุตบอล

ยูลมันด์เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลในตำแหน่งกองหลัง โดยเคยลงเล่นให้กับสโมสรเฮอร์เลฟ ไอเอฟ (Herlev IF) เป็นเวลาสองฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมบี.93 (B.93) ในช่วงฤดูหนาวปี 1995 นอกจากนี้ ในปี 1994 เขาเคยไปเล่นให้กับทีมโนร์ท ฟลอริดา ออสเพรย์ส (North Florida Ospreys) ในสหรัฐอเมริกา โดยทำได้ 6 ประตูจากการลงสนาม 18 นัด อย่างไรก็ตาม อาชีพการค้าแข้งของเขาต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในวัย 26 ปี เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า

เส้นทางการบริหารทีม

ช่วงเริ่มต้นและการสร้างชื่อกับนอร์ดเชลลันด์

ยูลมันด์เริ่มก้าวเข้าสู่บทบาทผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวกับสโมสรลินกบี (Lyngby) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2006 จนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2008 ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่นอร์ดเชลลันด์ (Nordsjælland) และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเต็มตัวในวันที่ 1 กรกฎาคม 2011 ต่อจากมอร์เทน วีโกรสต์

ภายใต้การคุมทีมของยูลมันด์ นอร์ดเชลลันด์สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เดนิช ซูเปอร์ลีก (Danish Superliga) ได้เป็นครั้งแรกของสโมสรในปี 2012 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งเนื่องจากสโมสรมีงบประมาณต่ำที่สุดทีมหนึ่งในลีก นอกจากนี้เขายังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้อีกด้วย

ประสบการณ์ในเยอรมนีกับไมนซ์ 05

ในเดือนพฤษภาคม 2014 ยูลมันด์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมไมนซ์ 05 (Mainz 05) ในบุนเดสลีกา ต่อจากโธมัส ทูเคิล แม้ว่าในช่วง 8 นัดแรกของลีกทีมจะทำผลงานได้ดีและไม่แพ้ใครจนรั้งอันดับ 3 ของตาราง แต่หลังจากนั้นผลงานกลับดิ่งลง โดยชนะเพียงนัดเดียวจาก 13 นัดถัดมา ส่งผลให้เขาถูกปลดจากตำแหน่งในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2015

การกลับมานอร์ดเชลลันด์และก้าวสู่ทีมชาติ

ยูลมันด์กลับมาคุมทีมที่นอร์ดเชลลันด์อีกครั้งในวันที่ 1 มกราคม 2016 และนำทีมทำผลงานได้ดีจนกระทั่งตกลงแยกทางกับสโมสรด้วยความเห็นชอบร่วมกันในเดือนมีนาคม 2019 เพื่อเตรียมรับหน้าที่คุมทีมชาติเดนมาร์ก

เขาเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเดนมาร์กในเดือนมิถุนายน 2019 แทนที่โอเก ฮาเรเด โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูโร 2020 (ซึ่งเลื่อนไปแข่งในปี 2021 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19) โดยพ่ายแพ้ให้กับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ นอกจากนี้เขายังพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 และยูโร 2024 ก่อนจะประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 19 กรกฎาคม 2024

การคุมทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน

ในวันที่ 8 กันยายน 2025 ยูลมันด์ถูกประกาศแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน (Bayer Leverkusen) ด้วยสัญญา 2 ปี โดยนัดแรกที่เขาคุมทีมสามารถพาทีมเอาชนะไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต 3-1 ในบุนเดสลีกา อย่างไรก็ตาม เขาได้แยกทางกับสโมสรเลเวอร์คูเซินในวันที่ 4 มิถุนายน 2026

เกียรติประวัติ

  • นอร์ดเชลลันด์: แชมป์เดนิช ซูเปอร์ลีก (2011–12)

คำถามที่พบบ่อย

คาสเปอร์ ยูลมันด์ ประสบความสำเร็จสูงสุดในระดับสโมสรกับทีมใด?

ความสำเร็จสูงสุดของเขาคือการพาสโมสรนอร์ดเชลลันด์คว้าแชมป์เดนิช ซูเปอร์ลีก ในฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นแชมป์ครั้งแรกของสโมสร

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของยูลมันด์กับทีมชาติเดนมาร์กคืออะไร?

การนำทีมชาติเดนมาร์กเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในการแข่งขันยูโร 2020 โดยพ่ายแพ้ให้กับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ

ทำไมยูลมันด์ถึงต้องเลิกเล่นฟุตบอลในวัยเยาว์?

เขาต้องเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในวัย 26 ปี เนื่องจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า

ยูลมันด์เคยคุมทีมในเยอรมนีหรือไม่?

เคย โดยเขาเคยคุมทีมไมนซ์ 05 และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน ในปี 2025