เคลาส์ ทชึทเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งลิกเตนสไตน์
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งลิกเตนสไตน์ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2013
- ผลักดันการปฏิรูปภาษีเพื่อลดสถานะการเป็นสวรรค์ทางภาษีของประเทศ
- นำลิกเตนสไตน์เข้าเป็นสมาชิกเขตเชงเกนในปี 2011
- ลาออกจากตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ของรัสเซียในปี 2022 เนื่องจากการรุกรานยูเครน
เคลาส์ ทชึทเชอร์ (Klaus Tschütscher เกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1967) เป็นนักการเมืองชาวลิกเตนสไตน์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งลิกเตนสไตน์ระหว่างปี ค.ศ. 2009 ถึง 2013 และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในช่วงปี ค.ศ. 2005 ถึง 2009 ภายใต้รัฐบาลของอ็อตมาร์ ฮาสเลอร์

ประวัติการศึกษาและอาชีพเริ่มต้น
ทชึทเชอร์เติบโตและเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในเมืองวาดุซ (Vaduz) จากนั้นเข้าศึกษาต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเซนต์กัลเลน (University of St. Gallen) ระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1993 และได้รับประกาศนียบัตรในปี ค.ศ. 1996 โดยในช่วงปี ค.ศ. 1993 ถึง 1995 เขาได้ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
ในด้านการทำงาน ทชึทเชอร์เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกบริหารจัดการด้านบริการทางกฎหมายและเศรษฐกิจของหน่วยงานสรรพากรลิกเตนสไตน์ และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการหน่วยงานสรรพากร นอกจากนี้ เขายังเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยลิกเตนสไตน์ระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2005 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยซูริก (University of Zurich) ในช่วงปี ค.ศ. 2002 ถึง 2005
การดำรงตำแหน่งทางการเมือง
หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี ค.ศ. 2005 พรรคพลเมืองก้าวหน้า (Progressive Citizens' Party) สูญเสียเสียงข้างมากเด็ดขาด ทำให้ต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรครวมรักชาติ (Patriotic Union) ส่งผลให้ทชึทเชอร์ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของอ็อตมาร์ ฮาสเลอร์ โดยรับผิดชอบกระทรวงยุติธรรม กระทรวงเศรษฐกิจ และกระทรวงกีฬา

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี ค.ศ. 2009 พรรครวมรักชาติได้รับชัยชนะ ทำให้ทชึทเชอร์ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งลิกเตนสไตน์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2009 ผลงานที่โดดเด่นในช่วงการดำรงตำแหน่งของเขาคือความพยายามในการปฏิรูปประเทศเพื่อลดภาพลักษณ์การเป็น "สวรรค์ทางภาษี" (Tax Haven) รวมถึงการผลักดันกฎหมายการจดทะเบียนคู่ชีวิตเพศเดียวกัน และการนำลิกเตนสไตน์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตเชงเกน (Schengen Area) ในปี ค.ศ. 2011
ทชึทเชอร์ตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี ค.ศ. 2013 และส่งมอบตำแหน่งให้นายเอเดรียน ฮาสเลอร์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 2013
บทบาทหลังการเมืองและชีวิตส่วนตัว
ในปี ค.ศ. 2014 ทชึทเชอร์ได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ของรัสเซียประจำลิกเตนสไตน์ อย่างไรก็ตาม เขาได้ลาออกจากตำแหน่งนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 หลังจากเกิดเหตุการณ์รัสเซียรุกรานยูเครน นอกจากนี้ เขายังเป็นกรรมการบริหารของมหาวิทยาลัยลิกเตนสไตน์ระหว่างปี ค.ศ. 2018 ถึง 2023 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024 เป็นต้นมา เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Grand Resort Bad Ragaz

ด้านชีวิตส่วนตัว ทชึทเชอร์สมรสกับ ฌาเนตต์ เอกเกนเบอร์เกอร์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1994 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน ก่อนจะหย่าร้างกันในเวลาต่อมา จากนั้นเขาได้สมรสกับ อาร์ซู อาลันย urt (Arzu Alanyurt) ชาวตุรกี-ออสเตรีย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 และมีบุตรด้วยกันอีก 2 คน ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่เมืองรุกเกิล (Ruggell)
รางวัลและเกียรติยศ
- ประเทศออสเตรีย: เครื่องราชอิสริยาภรณ์ Grand Decoration of Honour in Gold with Sash สำหรับการทำประโยชน์ให้แก่สาธารณรัฐออสเตรีย (ได้รับในปี ค.ศ. 2011)
คำถามที่พบบ่อย
เคลาส์ ทชึทเชอร์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาใด?
เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งลิกเตนสไตน์ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2009 ถึง 27 มีนาคม ค.ศ. 2013
ผลงานที่สำคัญของทชึทเชอร์ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรีมีอะไรบ้าง?
ผลงานสำคัญ ได้แก่ การพยายามนำประเทศออกจากสถานะสวรรค์ทางภาษี การผ่านกฎหมายจดทะเบียนคู่ชีวิตเพศเดียวกัน และการนำประเทศเข้าสู่เขตเชงเกนในปี 2011
ปัจจุบันเคลาส์ ทชึทเชอร์ ทำอาชีพอะไร?
ตั้งแต่ปี 2024 เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Grand Resort Bad Ragaz

