ความแตกต่างของภาษาเกาหลีระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
สรุปใจความสำคัญ
- ภาษาเกาหลีในเหนือและใต้เริ่มแยกจากกันอย่างชัดเจนหลังการก่อตั้งรัฐในปี ค.ศ. 1948
- เกาหลีเหนือเน้นนโยบายการทำให้ภาษาบริสุทธิ์เพื่อกำจัดคำยืมจากต่างประเทศ
- เกาหลีใต้มีการปรับปรุงกฎอักขรวิธีและภาษามาตรฐานครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1988 และ 2017
ภาษาเกาหลีเกิดการแยกตัวและมีความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เนื่องจากการแบ่งแยกประเทศที่ยาวนานและความขัดแย้งระหว่างสองรัฐ ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนามาตรฐานทางภาษาที่แตกต่างกันตามนโยบายของแต่ละรัฐบาล
ประวัติและการพัฒนาทางภาษา
ในปี ค.ศ. 1933 สมาคมภาษาเกาหลีได้จัดทำ "ข้อเสนอสำหรับอักขรวิธีเกาหลีแบบรวม" (Hangeul Matchumbeop Tong-iran) เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) และสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ในปี ค.ศ. 1948 ทั้งสองประเทศได้ดำเนินนโยบายทางภาษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การพัฒนาในเกาหลีเหนือ
เกาหลีเหนือเริ่มกำหนดกฎเกณฑ์อักขรวิธีของตนเองในปี ค.ศ. 1954 (Chosŏnŏ Ch'ŏlchapŏp) แม้ในช่วงแรกจะมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย แต่ความแตกต่างเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากปี ค.ศ. 1964 เมื่อคิม อิล-ซุง ได้ให้คำสอนเกี่ยวกับการพัฒนาภาษาเกาหลี และต่อมาในปี ค.ศ. 1966 ได้มีการออกกฎ "ภาษาเกาหลีมาตรฐาน" (Chosŏnmalgyubŏmchip) โดยคณะกรรมการปรับปรุงภาษาแห่งชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะรัฐมนตรี กฎเกณฑ์เหล่านี้ถูกปรับปรุงอีกครั้งในปี ค.ศ. 1987 และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการออกกฎการเว้นวรรคในการเขียนภาษาเกาหลีในปี ค.ศ. 2000 และปรับปรุงอีกครั้งในปี ค.ศ. 2003
การพัฒนาในเกาหลีใต้
เกาหลีใต้ยังคงใช้มาตรฐานจากปี ค.ศ. 1933 จนกระทั่งมีการแก้ไขเป็น "อักขรวิธีเกาหลี" (Hangeul Matchumbeop) และ "ระเบียบภาษามาตรฐาน" (Pyojuneo Gyujeong) ในปี ค.ศ. 1988 และมีการปรับปรุงล่าสุดในปี ค.ศ. 2017
ความท้าทายในการวิจัยและข้อโต้แย้ง
การศึกษาความแตกต่างทางภาษาระหว่างสองประเทศเป็นเรื่องยาก เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและปัญหาด้านความถูกต้องของข้อมูล ตัวอย่างเช่น ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือมักพูดภาษาถิ่นมากกว่าภาษามาตรฐาน ทำให้ยากต่อการระบุว่าภาษามาตรฐานของเกาหลีเหนือที่แท้จริงเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง "การทำให้ภาษาบริสุทธิ์" (Language Purification) โดยเกาหลีเหนืออ้างว่าภาษาของตนมีความบริสุทธิ์มากกว่าเกาหลีใต้ ในขณะที่นักวิชาการเกาหลีใต้บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ภาษามาตรฐานของเกาหลีเหนือ (ซึ่งอ้างอิงจากสำเนียงเปียงยาง) อาจมีความคล้ายคลึงกับสำเนียงโซลก่อนการแบ่งแยกประเทศมากกว่าที่คิด ทั้งในด้านการออกเสียงและไวยากรณ์
สรุปความแตกต่างที่สำคัญ
| หัวข้อ | เกาหลีเหนือ (Cultural Language) | เกาหลีใต้ (Standard Language) |
|---|---|---|
| แนวทางหลัก | เน้นความบริสุทธิ์ของภาษา ลดการใช้คำยืมจากต่างประเทศ | ยอมรับการใช้คำยืม (โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ) ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม |
| อักขรวิธี | ใช้กฎ Chosŏnmalgyubŏmchip (ปรับปรุง 1987) | ใช้กฎ Hangeul Matchumbeop (ปรับปรุง 2017) |
| อิทธิพลภายนอก | ในอดีตได้รับอิทธิพลจากภาษารัสเซียและจีน | ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากภาษาอังกฤษ |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมภาษาเกาหลีในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ถึงแตกต่างกัน?
เนื่องจากการแบ่งแยกประเทศทางการเมืองเป็นเวลานาน ทำให้นโยบายการจัดการภาษาของแต่ละรัฐบาลแตกต่างกัน โดยเกาหลีเหนือเน้นความบริสุทธิ์ของภาษาและลดคำยืม ส่วนเกาหลีใต้เปิดรับคำยืมจากต่างประเทศมากขึ้น
ภาษามาตรฐานของเกาหลีเหนือใช้สำเนียงใดเป็นหลัก?
เกาหลีเหนือระบุว่าภาษามาตรฐานคือภาษาที่ใช้ในเปียงยาง อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่ามีพื้นฐานมาจากสำเนียงโซลก่อนการแบ่งแยกประเทศ
การศึกษาความแตกต่างทางภาษาระหว่างสองประเทศทำได้ยากเพราะอะไร?
เพราะข้อมูลจากเกาหลีเหนือเข้าถึงได้ยาก และผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือที่ถูกนำมาศึกษา มักพูดภาษาถิ่นมากกว่าภาษามาตรฐานของรัฐบาล
เกาหลีเหนือมีการปรับปรุงกฎการเขียนครั้งล่าสุดเมื่อใด?
กฎอักขรวิธีหลักถูกปรับปรุงในปี ค.ศ. 1987 และกฎการเว้นวรรคถูกปรับปรุงในปี ค.ศ. 2003

