Labdoor บริการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 2012 โดย Neil Thanedar ในซานฟรานซิสโก
- ให้บริการตรวจสอบความบริสุทธิ์และความถูกต้องของฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ระดมทุนได้ประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกลุ่มนักลงทุน เช่น Y Combinator
- มีโมเดลรายได้จากการทำ Affiliate Marketing และการให้บริการทดสอบแก่ผู้ผลิต
Labdoor เป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตั้งสำนักงานอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2012 โดย Neil Thanedar โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งในสหรัฐอเมริกานั้น ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ก่อนออกวางจำหน่าย
ประวัติการก่อตั้งและการเติบโต
Neil Thanedar ผู้ก่อตั้ง Labdoor สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) ในสาขาชีววิทยาเซลล์และโมเลกุล (Cellular & Molecular Biology) และบริหารธุรกิจ ก่อนหน้านี้เขาได้ร่วมกับบิดาในการก่อตั้ง Avomeen Analytical Services ในปี 2010
ในเดือนพฤษภาคม 2012 Neil Thanedar ได้ร่วมกับ Rafael Ferreira, Helton Souza และ Tercio Junker ก่อตั้งบริษัท Labdoor (เดิมใช้ชื่อว่า Labrdr Inc) โดยบริษัทได้ระดมทุนจากกลุ่มนักลงทุนหลายรายในช่วงปี 2012, 2015 และ 2016 ซึ่งรวมถึง Y Combinator, Floodgate Fund และ Rock Health โดยมียอดระดมทุนรวมประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลิตภัณฑ์และบริการ
Labdoor ดำเนินธุรกิจโดยการจัดซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยตรงจากผู้ค้าปลีก จากนั้นจะส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปยังห้องปฏิบัติการที่จดทะเบียนกับ FDA เพื่อทำการวิเคราะห์และนำผลลัพธ์มาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง
รูปแบบการดำเนินงานและรายได้
- การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing): ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2013 รายได้หลักของบริษัทมาจากการทำ Affiliate กับผู้ค้าปลีก (เช่น Amazon) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก Labdoor
- บริการทดสอบสำหรับผู้ผลิต: Labdoor ให้บริการทดสอบแก่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเน้นการประเมินใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความถูกต้องของส่วนประกอบ (Accuracy), ความบริสุทธิ์ (Purity) และมาตรฐานสำหรับนักกีฬา (Sport)
- การรับรองผลิตภัณฑ์: หากผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์การทดสอบ Labdoor จะช่วยส่งเสริมการขายผ่านโปรแกรมการรับรองและการแนะนำไปยังผู้ค้าปลีก
นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2018 Labdoor ได้เปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลชื่อ "TEST" เพื่อสร้างระบบจูงใจให้บุคคลหรือองค์กรสามารถสร้างเงินรางวัล (Bounty) สำหรับการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบในห้องปฏิบัติการอิสระแบบไม่ระบุตัวตน
การปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐและประเด็นทางกฎหมาย
ข้อมูลการวิเคราะห์ของ Labdoor เคยส่งผลให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องดื่มชูกำลังมากขึ้น นอกจากนี้ Labdoor ยังเคยวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ Alex Jones ซึ่งระบุว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนส่วนผสมที่กล่าวอ้างนั้นมีความน่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2015 Labdoor ได้ร่วมกับรายการ Marketplace ของสถานีโทรทัศน์ CBC ในแคนาดา ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางรายการ ซึ่งผลการทดสอบในตอนแรกถูกเผยแพร่ออกไป แต่ต่อมาได้มีการถอนรายงานดังกล่าวหลังจากทำการทดสอบซ้ำ และพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการระบุฉลากอย่างถูกต้อง ไม่มีการปนเปื้อน และมีปริมาณสารอาหารครบถ้วนตามที่ระบุไว้
ปัจจุบัน Labdoor มีนโยบายอนุญาตให้ผู้ผลิตสามารถโต้แย้งรายงานผลการทดสอบได้โดยการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบซ้ำ หรือเลือกที่จะไม่อนุญาตให้เผยแพร่รายงานผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ของตนบนเว็บไซต์ของ Labdoor
คำถามที่พบบ่อย
Labdoor คืออะไร?
Labdoor คือบริษัทเอกชนที่ให้บริการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมามีส่วนประกอบตรงตามฉลากและมีความบริสุทธิ์เพียงใด
Labdoor มีรายได้มาจากทางไหน?
รายได้หลักของ Labdoor มาจากการตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) กับผู้ค้าปลีก และการให้บริการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์แก่ผู้ผลิตอาหารเสริม
ผลการทดสอบของ Labdoor เชื่อถือได้หรือไม่?
โดยส่วนใหญ่ Labdoor ใช้ห้องปฏิบัติการที่จดทะเบียนกับ FDA ในการวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม เคยมีกรณีที่ต้องถอนรายงานผลการทดสอบในปี 2015 หลังจากพบว่าผลการทดสอบซ้ำยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีความถูกต้องตามฉลาก
ผู้ผลิตอาหารเสริมสามารถทำอะไรได้หากไม่เห็นด้วยกับผลการทดสอบ?
ผู้ผลิตสามารถเลือกที่จะโต้แย้งผลการทดสอบโดยการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบซ้ำ หรือเลือกที่จะไม่อนุญาตให้เผยแพร่รายงานผลการทดสอบของตนบนเว็บไซต์ได้
Labdoor ทดสอบอะไรบ้างในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร?
Labdoor เน้นการทดสอบใน 3 ด้านหลัก คือ ความถูกต้อง (Accuracy) ของปริมาณสารอาหาร, ความบริสุทธิ์ (Purity) จากสารปนเปื้อน และมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับนักกีฬา (Sport)