← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศ เจาะลึกระบบขับเคลื่อนสู่ห้วงอวกาศ

สรุปใจความสำคัญ

  • ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศต้องเร่งความเร็วสัมภาระให้ถึง 7,814 เมตรต่อวินาที เพื่อเข้าสู่วงโคจรรอบโลก
  • NASA แบ่งประเภทจรวดนำส่งตามน้ำหนักบรรทุกเป็น 4 ระดับ: Small-lift, Medium-lift, Heavy-lift และ Super-heavy lift
  • SpaceX เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่สามารถนำจรวดนำส่ง (First Stage) กลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จในเชิงพาณิชย์

ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า จรวดนำส่ง คือยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากจรวด ซึ่งออกแบบมาเพื่อบรรทุกบรรทุกสัมภาระ (Payload) เช่น ยานอวกาศที่มีลูกเรือ หรือดาวเทียม จากพื้นผิวโลกหรือชั้นบรรยากาศส่วนล่างขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

จรวดนำส่งอวกาศ
ตัวอย่างของยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศที่เตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยตัว

ประเภทของยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศ

ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งานและวงโคจรที่ต้องการ:

  • ยานพาหนะส่งแบบซับออร์บิทัล (Sub-orbital): ส่งสัมภาระขึ้นไปถึงขอบเขตของอวกาศแต่ไม่เข้าสู่วงโคจร
  • ยานพาหนะส่งแบบออร์บิทัล (Orbital): ส่งสัมภาระเข้าสู่วงโคจรรอบโลก โดยต้องเร่งความเร็วให้ถึงระดับที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างแรงดึงดูดของโลกกับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางได้
  • ยานพาหนะส่งแบบระหว่างดาวเคราะห์ (Interplanetary): ออกแบบมาเพื่อส่งยานสำรวจไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ
  • ยานพาหนะส่งแบบระหว่างดวงดาว (Interstellar): ยานพาหนะที่ออกแบบมาเพื่อเดินทางไปยังระบบดาวฤกษ์อื่น

ความเร็วและเงื่อนไขการส่ง

เพื่อให้ยานพาหนะส่งแบบออร์บิทัลสามารถนำสัมภาระเข้าสู่วงโคจรได้ จะต้องยกสัมภาระขึ้นไปที่ขอบเขตของอวกาศ (ประมาณ 150 กิโลเมตร) และเร่งความเร็วในแนวราบให้ได้อย่างน้อย 7,814 เมตรต่อวินาที (17,480 ไมล์ต่อชั่วโมง)

การจำแนกประเภทตามความสามารถในการบรรทุก

NASA ได้จำแนกยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศตามความสามารถในการบรรทุกสัมภาระเข้าสู่ระนาบวงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit - LEO) ดังนี้:

ประเภทความสามารถในการบรรทุก (กิโลกรัม)ตัวอย่าง
Small-lift launch vehicleน้อยกว่า 2,000 กิโลกรัมVega
Medium-lift launch vehicle2,000 ถึง 20,000 กิโลกรัมSoyuz ST
Heavy-lift launch vehicle20,000 ถึง 50,000 กิโลกรัมAriane 5
Super-heavy lift vehicleมากกว่า 50,000 กิโลกรัมSaturn V
แผนภูมิความสามารถในการบรรทุกของจรวด
การเปรียบเทียบขนาดและความสามารถในการบรรทุกของยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศประเภทต่างๆ

เทคโนโลยีการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusability)

ในอดีต ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศส่วนใหญ่เป็นแบบ Expendable Launch Vehicles (ELV) ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้ง โดยส่วนขับเคลื่อน (Boosters) จะแยกตัวออกและเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศหรือตกลงสู่พื้นดิน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการพัฒนา Reusable Launch Vehicles (RLV) ซึ่งออกแบบมาให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น จรวด Falcon 9 ของบริษัท SpaceX ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการขนส่งอวกาศได้อย่างมหาศาล

ประวัติศาสตร์และการพัฒนา

หลังจากการแข่งขันทางอวกาศ (Space Race) การสำรวจอวกาศได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคของการร่วมมือระหว่างประเทศ และการขยายตัวของภาคเอกชน เช่น SpaceX และบริษัทอื่นๆ ที่พัฒนาจรวดนำส่งที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและราคาถูกลง ทำให้การเข้าถึงห้วงอวกาศเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและเปิดโอกาสให้เกิดการท่องเที่ยวอวกาศในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศแตกต่างจากยานอวกาศอย่างไร?

ยานพาหนะส่งกำลังบำรุงทางอวกาศ (Launch Vehicle) คือ 'ตัวขับเคลื่อน' ที่ทำหน้าที่ส่งยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ แต่เมื่อถึงระดับความสูงและความเร็วที่กำหนด ยานพาหนะส่งจะแยกตัวออก และปล่อยให้ยานอวกาศ (Spacecraft) ทำหน้าที่เดินทางต่อในอวกาศ

ทำไมจรวดนำส่งส่วนใหญ่จึงต้องมีหลายท่อน (Multistage)?

เพื่อให้สามารถลดน้ำหนักของโครงสร้างและถังเชื้อเพลิงที่ว่างเปล่าออกไประหว่างการเดินทาง ทำให้จรวดสามารถเร่งความเร็วได้มากขึ้นโดยใช้เชื้อเพลิงที่น้อยลงตามสมการจรวด (Rocket Equation)

จรวดแบบ Reusable ต่างจากแบบ Expendable อย่างไร?

จรวดแบบ Expendable คือจรวดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากต้องสร้างใหม่ทุกครั้ง ส่วนจรวดแบบ Reusable คือจรวดที่สามารถนำส่วนขับเคลื่อนกลับมาลงจอดและนำมาปรับปรุงเพื่อใช้งานซ้ำได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการส่งสัมภาระขึ้นสู่อวกาศ