จรวดนำวิถี Cirit ระบบอาวุธนำวิถีเลเซอร์ขนาด 70 มม. จากตุรกี
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นจรวดนำวิถีเลเซอร์ขนาด 70 มม. ที่ผลิตเป็นแบบ All-up Round ไม่ใช่ชุดติดตั้งเพิ่ม
- มีระยะยิงหวังผลสูงสุด 8 กิโลเมตร และมีความแม่นยำสูงต่อเป้าหมายขนาด 3x3 เมตร
- ใช้หัวรบอเนกประสงค์ที่สามารถเจาะเกราะ ทำลายบุคคลากร และสร้างความเสียหายด้วยความร้อน
- ถูกนำไปต่อยอดเป็นระบบ PUSU สำหรับการต่อต้านโดรนบนรถกระบะ 4x4
Cirit เป็นระบบจรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาด 70 มิลลิเมตร พัฒนาและผลิตโดยบริษัท Roketsan ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของประเทศตุรกี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีที่แม่นยำสูงแต่มีต้นทุนต่ำให้กับกองทัพตุรกี โดยเฉพาะการติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่น T-129 Atak, AH-1P Cobra และ AH-1W Super Cobra
ชื่อของอาวุธชนิดนี้มีที่มาจาก "Cirit" (อ่านว่า จิริต) ซึ่งเป็นเกมกีฬาพื้นเมืองของตุรกีที่ผู้ขี่ม้าสองทีมจะจำลองการรบโดยใช้หอกไม้ที่เรียกว่า cirit ในการปาใส่กัน

ลักษณะทางเทคนิคและสมรรถนะ
Cirit ถูกออกแบบมาให้เป็นจรวดนำวิถีแบบ All-up Round (ผลิตเป็นลูกจรวดที่สมบูรณ์ในตัว) แทนที่จะเป็นชุดอุปกรณ์นำวิถีที่นำมาติดตั้งเพิ่มกับจรวดไม่นำวิถีทั่วไป ทำให้ระบบมีความเสถียรและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ระบบนำวิถีและหัวรบ
จรวดใช้ระบบนำวิถีแบบกึ่งแอคทีฟเลเซอร์ (Semi-Active Laser Homing) ร่วมกับระบบนำทางในช่วงกลางทาง (Midcourse Guidance) ที่ประกอบด้วย MEMS-IMU, MEMS-INS และ Magnetometer เพื่อความแม่นยำสูงสุด
หัวรบของ Cirit เป็นแบบอเนกประสงค์ (Multipurpose Warhead) ที่มีความสามารถในการเจาะเกราะ และมีผลในการทำลายบุคคลากร (Anti-Personnel) รวมถึงการสร้างความเสียหายด้วยความร้อน (Incendiary) โดยใช้ดินระเบิดประเภท Insensitive Munition (IM) Class 5 ซึ่งมีความปลอดภัยสูงต่อการจุดระเบิดโดยไม่ตั้งใจ

สมรรถนะการยิง
- ระยะยิงหวังผลสูงสุด: 8 กิโลเมตร
- ความแม่นยำ: มีโอกาสสูงในการทำลายเป้าหมายที่มีขนาด 3x3 เมตร แม้ในระยะยิงสูงสุด
- การเคลื่อนที่: สามารถโจมตีเป้าหมายที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ในขณะที่แพลตฟอร์มยิง (เช่น AH-1W Super Cobra) เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 220 กม./ชม.
การพัฒนาและประวัติ
โครงการพัฒนา Cirit เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2547 และเปิดตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในงาน IDEF 2007 โดยความร่วมมือระหว่าง Roketsan และ TUBITAK-SAGE ซึ่งเป็นผู้พัฒนาหัวรบ เครื่องยนต์ และตู้บรรจุจรวด

จรวดรุ่นนี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตในปี พ.ศ. 2553 และมีการส่งมอบให้กับลูกค้าแล้วมากกว่า 5,000 ลูก โดยสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องยิงจรวดมาตรฐาน 70 มม. เดิม เช่น LAU-61, LAU-68, LAU-130, LAU-131, M260 และ M261 รวมถึงเครื่องยิงระบบดิจิทัลรุ่นใหม่ที่รองรับมาตรฐาน MIL-STD-1760
การต่อยอดและระบบ PUSU
ในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการผลิต MAM-C ซึ่งเป็นอาวุธนำวิถีขนาดเล็ก (Micro Munition) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างของ Cirit โดยในปี พ.ศ. 2567 Roketsan ได้เปิดตัวระบบ PUSU ซึ่งเป็นระบบอาวุธเคลื่อนที่ติดตั้งบนรถกระบะ 4x4 (เช่น Toyota Hilux) เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มต่อต้านโดรน (Anti-Drone) โดยใช้จรวด Cirit เป็นอาวุธหลัก
การส่งออกและผู้ใช้งาน
Cirit ได้รับความสนใจจากนานาชาติ โดยมีการทำข้อตกลงกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มูลค่า 196.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Eurocopter เพื่อทดสอบการติดตั้งบนเครื่องบิน EC635 รวมถึงความร่วมมือกับบริษัท MBDA ของยุโรปในการผลิตและบูรณาการระบบ

ประเทศผู้ใช้งาน
- ตุรกี
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- แอลเบเนีย
- สเปน
- ฟิลิปปินส์
- ชาด
- บาห์เรน
- บังกลาเทศ
คำถามที่พบบ่อย
จรวด Cirit แตกต่างจากจรวด 70 มม. ทั่วไปอย่างไร?
Cirit เป็นจรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์ (Laser-Guided) ในขณะที่จรวด 70 มม. ทั่วไปมักเป็นจรวดไม่นำวิถี (Unguided) นอกจากนี้ Cirit ยังถูกออกแบบมาเป็น All-up Round คือผลิตเป็นลูกจรวดที่สมบูรณ์ในตัว ไม่ใช่การนำชุดนำวิถีมาติดตั้งเพิ่มกับจรวดเดิม
Cirit สามารถยิงเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้หรือไม่?
ได้ Cirit มีความสามารถในการโจมตีเป้าหมายที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ได้อย่างแม่นยำ แม้ในขณะที่เครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ที่ยิงกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
ระบบ PUSU คืออะไร?
PUSU คือระบบอาวุธเคลื่อนที่ราคาประหยัดที่ติดตั้งจรวด Cirit บนรถกระบะ 4x4 เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มในการป้องกันและทำลายโดรน (C-UAS) ในสนามรบสมัยใหม่
Cirit ใช้กับเฮลิคอปเตอร์รุ่นใดได้บ้าง?
สามารถใช้งานได้กับ T-129 Atak, AH-1P Cobra, AH-1W Super Cobra และได้รับการทดสอบเพื่อติดตั้งกับ Eurocopter EC635

