← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เลเวอร์เฮาส์ ต้นแบบสถาปัตยกรรมโมเดิร์นกลางแมนแฮตตัน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอาคารสูงแห่งที่สองในนิวยอร์กที่ใช้ระบบผนังกระจก (Glass Curtain Wall)
  • ออกแบบโดยบริษัท Skidmore, Owings & Merrill (SOM) ในสไตล์อินเตอร์เนชันแนล
  • ได้รับการประกาศให้เป็นสถานที่สำคัญของนครนิวยอร์กในปี 1982 และทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติในปี 1983
  • เป็นต้นแบบที่เปลี่ยนโฉมหน้าถนนพาร์คอเวนิวจากอาคารก่ออิฐสู่ตึกระฟ้ากระจกสมัยใหม่

เลเวอร์เฮาส์ (Lever House) เป็นอาคารสำนักงานที่มีความสูง 307 ฟุต (94 เมตร) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 390 พาร์คอเวนิว ในย่านมิดทาวน์แมนแฮตตัน นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1950 ถึง 1952 โดยได้รับการออกแบบโดย กอร์ดอน บันชาร์ฟต์ (Gordon Bunshaft) และ นาตาลี เดอ บลัวส์ (Natalie de Blois) จากบริษัทสถาปนิกชื่อดัง Skidmore, Owings & Merrill (SOM) ในรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์อินเตอร์เนชันแนล (International Style) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 20

อาคารเลเวอร์เฮาส์ ตึกระฟ้า 23 ชั้นที่มีผนังกระจกสีเขียว ตั้งอยู่ที่จุดตัดของพาร์คอเวนิวและถนนสายที่ 53
อาคารเลเวอร์เฮาส์ ตึกระฟ้าที่มีผนังกระจกสีเขียวโดดเด่นกลางย่านมิดทาวน์แมนแฮตตัน

ประวัติและการก่อสร้าง

เดิมทีเลเวอร์เฮาส์ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท เลเวอร์ บราเธอร์ส (Lever Brothers) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสบู่และเป็นบริษัทในเครือของยูนิลีเวอร์ (Unilever) อาคารแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นอาคารสูงแห่งที่สองในนครนิวยอร์กที่ใช้ระบบผนังกระจก (Glass Curtain Wall) ต่อจากอาคารสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ

การออกแบบเลเวอร์เฮาส์ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของ เลอ คอร์บูซีเย (Le Corbusier) และ ลุดวิก มีส ฟาน เดอร์ โรเอ (Ludwig Mies van der Rohe) โดยนำลักษณะเด่นของทั้งสองมาผสมผสานกัน คือการใช้ผนังกระจกและโลหะตามแบบฉบับของมีส ฟาน เดอร์ โรเอ และการยกตัวอาคารขึ้นสูงด้วยเสา (Pilotis) เพื่อสร้างพื้นที่ลานกว้างด้านล่างตามแนวทางของเลอ คอร์บูซีเย

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

ตัวอาคารประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน 21 ชั้น และส่วนงานระบบเครื่องกลด้านบนอีก 3 ชั้น โดยมีลักษณะเด่นดังนี้:

  • ลานสาธารณะ (Plaza): ชั้นล่างของอาคารเป็นลานกว้างและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งชั้นที่สองของอาคารจะยื่นออกมาเหนือลานนี้โดยมีเสารองรับ ทำให้เกิดพื้นที่เปิดโล่งที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย
  • รูปทรงอาคาร (Slab Design): ตัวอาคารมีลักษณะเป็นแผ่นสแลบ (Slab) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายผังเมืองปี 1916 ของนิวยอร์ก โดยหลีกเลี่ยงการทำขั้นบันไดลดหลั่น (Setbacks) ตามแบบอาคารยุคเก่า
  • ผนังกระจก: การใช้กระจกและโลหะเป็นวัสดุหลักทำให้เลเวอร์เฮาส์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยในยุคนั้น และส่งผลให้อาคารสำนักงานบนถนนพาร์คอเวนิวเปลี่ยนจากอาคารก่ออิฐแบบเดิมมาเป็นอาคารสไตล์อินเตอร์เนชันแนล
มุมมองตามแนวถนนพาร์คอเวนิว แสดงให้เห็นเสาที่รองรับตัวอาคารเลเวอร์เฮาส์เหนือลานกว้าง
โครงสร้างเสารองรับตัวอาคารที่สร้างพื้นที่เปิดโล่งบริเวณชั้นล่าง

การอนุรักษ์และการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงทศวรรษ 1980 เลเวอร์เฮาส์เกือบถูกรื้อถอนเพื่อสร้างตึกระฟ้าขนาด 40 ชั้น แต่เนื่องจากคุณค่าทางสถาปัตยกรรม อาคารแห่งนี้จึงได้รับการประกาศให้เป็นสถานที่สำคัญของนครนิวยอร์ก (New York City designated landmark) ในปี 1982 และถูกบรรจุเข้าในทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) ในปีถัดมา

ในปี 1997 ยูนิลีเวอร์ได้ย้ายสำนักงานส่วนใหญ่ออกไป และ RFR Realty ภายใต้การนำของ อะบี โรเซน (Aby Rosen) ได้เข้าครอบครองอาคาร ต่อมามีการปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่ระหว่างปี 2000-2001 โดยบริษัท SOM เพื่อเปลี่ยนให้เป็นอาคารสำนักงานสำหรับผู้เช่าหลายราย และในช่วงต้นทศวรรษ 2020 Brookfield Properties และ WatermanClark ได้เข้าถือหุ้นส่วนใหญ่และว่าจ้าง SOM ให้ดำเนินการปรับปรุงอาคารอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

เลเวอร์เฮาส์มีความสำคัญอย่างไรต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่?

เลเวอร์เฮาส์เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดของสถาปัตยกรรมสไตล์อินเตอร์เนชันแนลในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นผู้บุกเบิกการใช้ผนังกระจกและลานสาธารณะใต้ตัวอาคาร ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการออกแบบอาคารสำนักงานสมัยใหม่ในเวลาต่อมา

ใครเป็นผู้ออกแบบอาคารเลเวอร์เฮาส์?

อาคารนี้ออกแบบโดย กอร์ดอน บันชาร์ฟต์ และ นาตาลี เดอ บลัวส์ จากบริษัทสถาปนิก Skidmore, Owings & Merrill (SOM)

ทำไมเลเวอร์เฮาส์ถึงเกือบถูกรื้อถอนในยุค 80?

เนื่องจากอาคารมีขนาดเล็กกว่าอาคารสำนักงานอื่นๆ ในย่านมิดทาวน์แมนแฮตตัน จึงมีการเสนอให้รื้อถอนเพื่อสร้างตึกระฟ้าขนาด 40 ชั้นที่สามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า แต่สุดท้ายได้รับการคุ้มครองในฐานะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์