← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบห้องสมุดในประเทศโครเอเชีย

สรุปใจความสำคัญ

  • หอสมุดแห่งชาติและมหาวิทยาลัยในซาเกร็บเป็นห้องสมุดศูนย์กลางของประเทศโครเอเชีย
  • ห้องอ่านหนังสืออิลลีเรียนในศตวรรษที่ 19 มีบทบาทสำคัญในการปลุกจิตสำนึกทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมโครเอเชีย
  • กฎหมายห้องสมุดปี 1997 กำหนดให้ชุมชนที่มีประชากรเกิน 5,000 คนต้องมีห้องสมุดสาธารณะ
  • ห้องสมุดในโครเอเชียได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพ โดยมีห้องสมุดและหอจดหมายเหตุถูกทำลายมากกว่า 200 แห่ง

ระบบห้องสมุดในประเทศโครเอเชีย ซึ่งในภาษาโครเอเชียเรียกว่า knjižnice และ čitaonice (ห้องอ่านหนังสือ) ประกอบด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั้งห้องสมุดสาธารณะ (narodne knjižnice) ในระดับเมือง เทศบาล โรงเรียน และมหาวิทยาลัย รวมถึงห้องสมุดส่วนบุคคล โดยมี หอสมุดแห่งชาติและมหาวิทยาลัยในซาเกร็บ (National and University Library in Zagreb) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักของระบบห้องสมุดทั่วประเทศ การดำเนินงานของห้องสมุดเหล่านี้ได้รับการประสานงานโดยสมาคมห้องสมุดโครเอเชีย (Croatian Library Association หรือ Hrvatsko knjižničarsko društvo)

ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการ

ยุคกลางจนถึงศตวรรษที่ 19

ห้องสมุดในโครเอเชียมีรากฐานยาวนานมาตั้งแต่ยุคกลาง โดยห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดคือห้องสมุดของอาสนวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) ในเมืองสปลิต ซึ่งมีหลักฐานเป็นต้นฉบับพระวรสารภาษากรีก-ละตินจากศตวรรษที่ 7

ภาพบรรยากาศห้องสมุดเก่าแก่ในโครเอเชีย
ตัวอย่างของแหล่งเก็บรักษาเอกสารและหนังสือโบราณในโครเอเชีย

ในช่วงยุคเรเนซองส์และบาโรก เริ่มมีการจัดตั้งห้องสมุดส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น ห้องสมุดของ มาร์โก มารูลิช (Marko Marulić) นักมนุษยนิยมยุคเรเนซองส์ และ Bibliotheca Zriniana ซึ่งเป็นคอลเลกชันหนังสือที่โดดเด่นของ นิโคลัสที่ 7 ซรินสกี (Nikola VII Zrinski) ผู้ว่าราชการโครเอเชียในปี ค.ศ. 1662

ในช่วงปลายทศวรรษ 1830 ได้เกิดปรากฏการณ์ "ห้องอ่านหนังสือ" (čitaonice) ซึ่งเป็นต้นแบบของห้องสมุดสาธารณะในเวลาต่อมา ห้องอ่านหนังสือเหล่านี้เป็นสถานที่พบปะและอภิปรายของกลุ่มชายที่มีทัศนคติทางการเมืองคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต่อต้านการปกครองของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เพื่อส่งเสริมภาษา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชาติโครเอเชีย ห้องอ่านหนังสือเหล่านี้มักถูกเรียกว่า "ห้องอ่านหนังสืออิลลีเรียน" (Illyrian reading rooms) ตามชื่อขบวนการทางวัฒนธรรมและการเมืองอิลลีเรียน โดยแห่งแรกเปิดขึ้นที่เมืองวาราซดิน (Varaždin) ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1838 และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีมากกว่า 180 แห่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

ศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน

ในศตวรรษที่ 20 ห้องสมุดที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเริ่มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่าความก้าวหน้าจะชะลอตัวลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และช่วงที่โครเอเชียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย ซึ่งมีการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลและสิทธิของชาติ อย่างไรก็ตาม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฐานะสาธารณรัฐหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย ได้มีการเปิดห้องสมุดจำนวนมาก และมีการประกาศใช้กฎหมายบรรณารักษศาสตร์ในปี ค.ศ. 1960 ซึ่งช่วยสร้างกรอบทางกฎหมายและวิชาชีพที่เข้มแข็ง

อาคารห้องสมุดในโครเอเชีย
สถาปัตยกรรมห้องสมุดที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม

ในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชีย ห้องสมุดมากกว่า 200 แห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ซึ่งรวมถึงคอลเลกชันทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ การฟื้นฟูห้องสมุดจึงกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 โดยได้รับอิทธิพลจากรูปแบบการจัดการห้องสมุดในโลกตะวันตก

หลังได้รับเอกราช โครเอเชียได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแบบตลาด ในปี ค.ศ. 1997 รัฐบาลได้ออกกฎหมายห้องสมุด (Library Act) ซึ่งกำหนดให้ชุมชนที่มีประชากรมากกว่า 5,000 คนต้องจัดตั้งห้องสมุดสาธารณะ โดยในปี ค.ศ. 2010 มีการประมาณการว่ามีห้องสมุดทั้งหมด 1,731 แห่ง แบ่งเป็นห้องสมุดสาธารณะ, ห้องสมุดแห่งชาติ, ห้องสมุดมหาวิทยาลัย, ห้องสมุดศาสนา และห้องสมุดเฉพาะทาง

การบริหารจัดการและทิศทางในศตวรรษที่ 21

การกำกับดูแลห้องสมุดในโครเอเชียแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์ การศึกษา และกีฬา ซึ่งดูแลห้องสมุดวิชาการและห้องสมุดเฉพาะทาง และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งดูแลห้องสมุดสาธารณะ โดยทั้งสองหน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับของสภาห้องสมุดโครเอเชีย (Croatian Library Council)

ภายในห้องสมุดสมัยใหม่ในโครเอเชีย
การปรับตัวของห้องสมุดสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ดิจิทัล

ในปี ค.ศ. 2016 บรรณารักษ์สาธารณะของโครเอเชียได้ร่วมมือกับ EIFL เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาห้องสมุด โดยมุ่งเน้น 4 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างทักษะดิจิทัลขั้นสูงเพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงานของเยาวชน, การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์, การเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลสำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นที่ชนบท และการส่งเสริมความเท่าเทียมทางสังคม

ประเภทของห้องสมุดที่สำคัญ

  • ห้องสมุดสาธารณะ: เช่น ห้องสมุดเมืองซาเกร็บ (Zagreb City Libraries), ห้องสมุดเมืองปูลา (Pula City Library) และห้องสมุดเมืองริเยกา (Rijeka City Library)
  • ห้องสมุดเฉพาะทาง: เช่น ห้องสมุดสำหรับผู้พิการทางสายตาของโครเอเชีย (Croatian Library for the Blind)
  • ห้องสมุดแห่งชาติและมหาวิทยาลัย: ศูนย์กลางการเก็บรักษาเอกสารสำคัญของชาติ

คำถามที่พบบ่อย

ห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในโครเอเชียคือที่ไหน?

ห้องสมุดของอาสนวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) ในเมืองสปลิต ถือเป็นห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุด โดยมีหลักฐานเป็นต้นฉบับพระวรสารจากศตวรรษที่ 7

ห้องอ่านหนังสืออิลลีเรียน (Illyrian reading rooms) คืออะไร?

คือสถานที่พบปะและอ่านหนังสือที่เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1830 เพื่อส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมโครเอเชีย และต่อต้านการปกครองของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งเป็นต้นแบบของห้องสมุดสาธารณะในเวลาต่อมา

ปัจจุบันห้องสมุดในโครเอเชียบริหารจัดการอย่างไร?

แบ่งการดูแลเป็นสองส่วน คือ กระทรวงวัฒนธรรมดูแลห้องสมุดสาธารณะ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ การศึกษา และกีฬา ดูแลห้องสมุดวิชาการและเฉพาะทาง โดยมีสภาห้องสมุดโครเอเชียเป็นผู้กำกับดูแลภาพรวม