การจัดอันดับบริษัทชั้นนำโดย LinkedIn (LinkedIn Top Companies)
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการจัดอันดับบริษัทที่มอบโอกาสการเติบโตทางอาชีพที่ดีที่สุด โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมจริงจากผู้ใช้ LinkedIn ทั่วโลก
- ระเบียบวิธีในปี 2021 เน้น 7 มิติหลัก เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การเติบโตของทักษะ และความหลากหลาย
- บริษัทที่เข้าเกณฑ์ต้องมีพนักงาน 500 คนขึ้นไป โดยยกเว้น LinkedIn และ Microsoft
- เริ่มจัดอันดับครั้งแรกในปี 2016 และเผยแพร่เป็นรายปี (ยกเว้นปี 2020)
LinkedIn Top Companies คือชุดการจัดอันดับทางธุรกิจที่จัดทำและเผยแพร่โดย LinkedIn เพื่อระบุบริษัทในสหรัฐอเมริกาและอีก 19 ประเทศในยุโรป เอเชีย ละตินอเมริกา และโอเชียเนีย ที่มอบโอกาสที่ดีที่สุดให้แก่พนักงานในการเติบโตและก้าวหน้าในสายอาชีพ รายชื่อเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเริ่มครั้งแรกในปี 2016 โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้งาน LinkedIn ทั่วโลกกว่า 756 ล้านคนในช่วง 12 เดือนล่าสุด
ระเบียบวิธีในการจัดอันดับ
การจัดอันดับของ LinkedIn ไม่ได้ใช้การสำรวจความพึงพอใจ แต่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล (Big Data) จากการกระทำของผู้ใช้ที่ลงทะเบียนในเว็บไซต์ โดยมีวิวัฒนาการของเกณฑ์การวัดผลดังนี้:
เกณฑ์การวัดผลในช่วงปี 2018
ในปี 2018 ระเบียบวิธีเน้นไปที่การวัดความสนใจในตำแหน่งงานและบุคลากรของบริษัท รวมถึงความสามารถของบริษัทในการรักษาพนักงาน (Employee Retention) โดยมีตัวชี้วัดหลัก ได้แก่:
- อัตราการเข้าชมและการสมัครงานในประกาศรับสมัครงาน ทั้งแบบชำระเงินและแบบไม่ชำระเงิน
- จำนวนผู้เข้าชมหน้าเพจอาชีพ (Career Page) ของบริษัท
- จำนวนผู้ที่ไม่ได้เป็นพนักงานแต่ส่งคำขอเชื่อมต่อ (Connect) กับพนักงานของบริษัทนั้นๆ
- ระยะเวลาที่พนักงานปฏิบัติงานในบริษัท (โดยพิจารณาว่าพนักงานอยู่ทำงานอย่างน้อยหนึ่งปีหรือไม่)
การปรับปรุงระเบียบวิธีในปี 2021
LinkedIn ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ เช่น ศาสตราจารย์ Charles Bidwell และ Adam Grant จาก Wharton และศาสตราจารย์ Francesca Gino จาก Harvard Business School เพื่อขยายการวิเคราะห์ให้ครอบคลุมมิติการก้าวหน้าทางอาชีพ โดยในปี 2021 ได้ปรับเกณฑ์มาเน้น 7 หัวข้อหลัก ได้แก่:
- ความสามารถในการเลื่อนตำแหน่ง (Ability to Advance)
- การเติบโตของทักษะ (Skills Growth)
- ความมั่นคงของบริษัท (Company Stability)
- โอกาสในการทำงานภายนอกหลังจากออกจากบริษัท (External Opportunity)
- ความหลากหลายทางเพศ (Gender Diversity)
- ความผูกพันต่อองค์กร (Company Affinity)
- ความหลากหลายของพื้นฐานการศึกษาของพนักงาน (Employees' Diversity of Educational Backgrounds)
ทั้งนี้ การจัดอันดับจะไม่มีการนำปัจจัยด้านเชื้อชาติหรือระดับเงินเดือนมาคำนวณ และจะมีการปรับค่ามาตรฐาน (Normalize) เพื่อให้บริษัทถูกเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยบริษัทที่เข้าเกณฑ์ต้องเป็นบริษัทมหาชนหรือบริษัทเอกชนที่มีพนักงานตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม LinkedIn และบริษัทแม่คือ Microsoft จะถูกยกเว้นจากการจัดอันดับนี้
ลักษณะเด่นของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ
บริษัทที่ติดอันดับมักมีสวัสดิการและวัฒนธรรมองค์กรที่โดดเด่น ตัวอย่างเช่น ในปี 2018 บริษัทด้านเทคโนโลยี สื่อ และการเงินมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ โดย Amazon มีนโยบายช่วยจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาให้พนักงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพในอนาคต ขณะที่ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) มีการออกแบบสำนักงานที่ทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สวนสุนัขและผนังปีนเขาจำลอง
ในปี 2021 ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้บริษัทในกลุ่มดูแลสุขภาพ (Healthcare) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในรายชื่อ เช่น UnitedHealth Group, CVS Health และ Johnson & Johnson นอกจากนี้ บริษัทที่มีโครงการส่งเสริมความหลากหลาย (Diversity Initiatives) และบริษัทที่สนับสนุนการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-life Balance) เริ่มมีความโดดเด่นมากขึ้นในผลการจัดอันดับ
การจัดอันดับในสหรัฐอเมริกา
การจัดอันดับในสหรัฐอเมริกามักมีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ครองอันดับต้นๆ โดยมีตัวอย่างผลลัพธ์ดังนี้:
- ปี 2021: Amazon ครองอันดับ 1 ตามด้วย Alphabet, JPMorgan Chase, AT&T และ Bank of America
- ปี 2019: Alphabet ครองอันดับ 1 ตามด้วย Facebook และ Amazon
- ปี 2018: Amazon ครองอันดับ 1 ตามด้วย Alphabet และ Facebook
- ปี 2017: Alphabet ครองอันดับ 1 ตามด้วย Amazon และ Facebook
- ปี 2016 (ปีแรก): Google ครองอันดับ 1 ตามด้วย Salesforce และ Facebook
หมายเหตุ: ในปี 2020 ไม่มีการเผยแพร่รายชื่อการจัดอันดับนี้
การจัดอันดับในประเทศอื่นๆ
LinkedIn จัดอันดับบริษัทในหลายประเทศทั่วโลก โดยในปี 2022 มีบริษัทที่โดดเด่นในแต่ละภูมิภาค เช่น:
| ประเทศ | บริษัทอันดับ 1 (ปี 2022) |
|---|---|
| อาร์เจนตินา | Accenture |
| ออสเตรเลีย | Commonwealth Bank |
| ออสเตรีย | Raiffeisen Bankengruppe |
| เบลเยียม | BNP Paribas |
| บราซิล | Itaú Unibanco |
| แคนาดา | RBC Bank |
| เดนมาร์ก | Novo Nordisk |
| ฝรั่งเศส | Crédit Agricole |
| เยอรมนี | Siemens |
| อินเดีย | Tata Consultancy Services |
| อินโดนีเซีย | Telkom Indonesia |
| ญี่ปุ่น | Rakuten |
คำถามที่พบบ่อย
LinkedIn Top Companies ใช้เกณฑ์อะไรในการจัดอันดับ?
ใช้ข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้ LinkedIn เช่น อัตราการสมัครงาน การเข้าชมหน้าเพจอาชีพ การเชื่อมต่อกับพนักงาน และในเวอร์ชันปรับปรุงปี 2021 ได้เพิ่มเกณฑ์ด้านการเลื่อนตำแหน่ง ความมั่นคง และความหลากหลายทางเพศและพื้นฐานการศึกษา
บริษัททุกแห่งสามารถติดอันดับ LinkedIn Top Companies ได้หรือไม่?
ไม่ บริษัทต้องเป็นบริษัทมหาชนหรือเอกชนที่มีพนักงานตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป และ LinkedIn กับ Microsoft จะไม่ถูกนำมาคำนวณในการจัดอันดับนี้
ทำไมบริษัทด้านสุขภาพถึงติดอันดับมากขึ้นในปี 2021?
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์และการเติบโตในสายอาชีพด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทในกลุ่ม Healthcare มีความโดดเด่นมากขึ้นในข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้
การจัดอันดับนี้พิจารณาเรื่องเงินเดือนหรือไม่?
ไม่ ระเบียบวิธีในการจัดอันดับของ LinkedIn ไม่ได้รวมปัจจัยด้านระดับเงินเดือนหรือเชื้อชาติในการคำนวณ
ใครเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาเกณฑ์การจัดอันดับนี้?
LinkedIn ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและจิตวิทยาองค์กรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Wharton และ Harvard Business School
