ลิซ่า โรมา นักร้องโซปราโนชาวอเมริกันและอาจารย์ด้านโอเปร่า
สรุปใจความสำคัญ
- ลิซ่า โรมา เป็นนักร้องโซปราโนชาวอเมริกันที่เคยร่วมทัวร์กับคีตกวี มอริซ ราเวล ในปี 1928
- เธอเคยดำรงตำแหน่งประธานสาขาแกรนด์โอเปร่าที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) ตั้งแต่ปี 1930
- เธอเป็นหนึ่งในศิลปินบันเทิงยุคแรกๆ ที่เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกเพื่อเข้าสู่โลกภาพยนตร์พูดได้
ลิซ่า โรมา (1892–1965) เป็นนักร้องโซปราโนชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ซึ่งเคยร่วมทัวร์ในสหรัฐอเมริกาพร้อมกับคีตกวีชื่อดังอย่าง มอริซ ราเวล (Maurice Ravel) ในปี 1928 นอกจากบทบาทในการเป็นศิลปิน เธอยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาดนตรี โดยดำรงตำแหน่งประธานสาขาแกรนด์โอเปร่า ณ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) ในลอสแอนเจลิส ตั้งแต่ปี 1930 และในเวลาต่อมาเธอยังได้เป็นเจ้าของนิตยสาร Musical Courier อีกด้วย

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
โรมาเกิดเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 1892 ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ท่ามกลางครอบครัวที่มีฐานะและรักในเสียงดนตรี แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะไม่ใช่นักดนตรีอาชีพก็ตาม อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในปี 1917 เมื่อพ่อและแม่เสียชีวิตห่างกันเพียงสามเดือน ทิ้งให้ลิซ่าและพี่น้องอีกหกคนต้องดูแลตัวเอง
ในช่วงเวลานั้น เธอได้ทำงานเป็นพนักงานบัญชีเพื่อเลี้ยงชีพ แต่เธอยังคงหาเวลาศึกษาด้านดนตรี เทนนิส ฟันดาบ และการเต้นรำ ซึ่งต่อมาเธอได้นำความรู้เหล่านี้ไปสอนผู้อื่นด้วย ในที่สุดเธอได้กลายเป็นนักร้องเดี่ยวของสมาคมประสานเสียงฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Choral Society) และได้ศึกษาต่อกับ เดวิด บิสแฟม (David Bispham) บาริโทนโอเปร่าชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับชื่อเสียงในระดับสากล นอกจากนี้ โรมายังได้เดินทางไปศึกษาต่อกับ ทราบาเดลโล (Trabadello) ในปารีส และ แม็กซ์ ฟอน ชิลลิงส์ (Max von Schillings) ในเบอร์ลิน
การเปิดตัวและการก้าวสู่ความสำเร็จ
โรมาเปิดตัวครั้งแรกกับ วิกเตอร์ เฮอร์เบิร์ต (Victor Herbert) โดยมีเหตุการณ์ที่น่าจดจำในปี 1920 ระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตที่ Willow Grove Park ใกล้ฟิลาเดลเฟีย ในขณะที่เธอกำลังร้องเพลงประสานเสียง เธอก็ถูกเรียกตัวให้ขึ้นมาแทนที่นักร้องนำจาก Metropolitan Opera ที่เกิดอาการกล่องเสียงอักเสบกะทันหันในบทบาท Naughty Marietta
ในวันนั้น โรมาต้องผ่านวันที่แสนเหนื่อยล้า เธอตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกเทคนิคการร้องเพลง เตรียมอาหารเช้าให้พี่น้องทั้งหกคน ทำงานบัญชีจนถึงเที่ยง จากนั้นรีบขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึกสำนักงานเพื่อสอนเทนนิสและฟันดาบให้พนักงาน และสอนการร้องเพลงให้ครูสอนดนตรีกลุ่มหนึ่งก่อนจะสวมชุดประสานเสียงขึ้นแสดง ในวันนั้นเธอสวมเพียงชุดทำงานธรรมดาไว้ใต้ชุดคลุมประสานเสียง และต้องยืมชุดราตรีจากผู้อื่นเพื่อขึ้นแสดง การแสดงครั้งนั้นได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม และวิกเตอร์ เฮอร์เบิร์ต ได้แนะนำเธอให้ผู้ชมรู้จักอย่างภาคภูมิใจ
ความสำเร็จของเธอยังขยายไปถึงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเธอได้รับเชิญให้ร้องเพลงในทำเนียบขาวขณะร่วมงานกับ เบเนียมิโน จิกลี (Beniamino Gigli) และเมื่อเดินทางไปเยอรมนี เธอได้รับโอกาสให้ร้องบท Mimi ในเรื่อง La Boheme ของปุชชินี ที่ Berlin State Opera แทนที่ดาราหลักที่ป่วยกะทันหัน ส่งผลให้เธอได้รับเลือกเป็นศิลปินรับเชิญสำหรับฤดูกาลปี 1925
บทบาททางวิชาการและชีวิตส่วนตัว
ในปี 1930 โรมาได้เดินทางทัวร์ยุโรปในฐานะผู้ถ่ายทอดผลงานของคีตกวีชาวฝรั่งเศส มอริซ ราเวล และในปีเดียวกันนั้น เธอได้รับปริญญาโทด้านดนตรีจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสาขาแกรนด์โอเปร่าในภาควิชาดนตรีของ USC
ในแง่ของภาพลักษณ์ โรมาเป็นหนึ่งในบุคคลแรกๆ ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก (Rhinoplasty) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปรากฏตัวในภาพยนตร์พูดได้ (Talkies) ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในขณะนั้น
โรมาสมรสกับ เดวิด ทรอมเปเตอร์ (David Trompeter) นักอุตสาหกรรมและนักประดิษฐ์ ระหว่างปี 1958 ถึง 1961 เธอเป็นเจ้าของและบรรณาธิการนิตยสาร Musical Courier และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการร้องเพลงถึงสามเล่ม เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1965 ในเมืองกรีนวิช รัฐคอนเนตทิคัต
คำถามที่พบบ่อย
ลิซ่า โรมา คือใคร?
เธอเป็นนักร้องโซปราโนชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านโอเปร่า และอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย
เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงคืออะไร?
การที่เธอถูกเรียกตัวให้ร้องแทนนักร้องนำจาก Metropolitan Opera ในบทบาท Naughty Marietta และการได้ร้องแทนดาราหลักที่ Berlin State Opera ในบท La Boheme
นอกจากงานร้องเพลงแล้ว ลิซ่า โรมา ทำอะไรอีกบ้าง?
เธอทำงานเป็นพนักงานบัญชี ครูสอนเทนนิสและฟันดาบ เป็นเจ้าของนิตยสาร Musical Courier และเขียนหนังสือเกี่ยวกับการร้องเพลง 3 เล่ม

