โครงการจดหมายเหตุที่มีชีวิตว่าด้วยเรื่องสุวพรรณศาสตร์ในแคนาดาตะวันตก
สรุปใจความสำคัญ
- โครงการ LAE ก่อตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมประวัติศาสตร์การทำหมันบังคับในแคนาดาตะวันตก โดยนำโดยศาสตราจารย์ Robert Wilson แห่งมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา
- ในรัฐแอลเบอร์ตา มีผู้ถูกบังคับทำหมันประมาณ 2,800 ราย ภายใต้กฎหมายปี 1928 จนถึงปี 1972
- โครงการเน้นการเก็บข้อมูลแบบ 'จดหมายเหตุที่มีชีวิต' ผ่านการบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่าจากผู้รอดชีวิตโดยตรง
- ได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งแคนาดา (SSHRC)
โครงการจดหมายเหตุที่มีชีวิตว่าด้วยเรื่องสุวพรรณศาสตร์ในแคนาดาตะวันตก (Living Archives on Eugenics in Western Canada หรือ LAE) เป็นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ที่นำโดยศาสตราจารย์ Robert Wilson จากมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา (University of Alberta) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสวนและทำความเข้าใจแง่มุมต่าง ๆ ของขบวนการสุวพรรณศาสตร์ (Eugenics) ในภูมิภาคแคนาดาตะวันตก
โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2009 และได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งแคนาดา (Social Sciences and Humanities Research Council of Canada หรือ SSHRC)
ประวัติศาสตร์สุวพรรณศาสตร์ในแคนาดาตะวันตก
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 แคนาดาตะวันตกเป็นพื้นที่ที่มีการนำแนวคิดสุวพรรณศาสตร์มาใช้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในรูปแบบของนโยบายและกฎหมายการทำหมันบังคับในรัฐแอลเบอร์ตาและรัฐบริติชโคลัมเบีย ทั้งสองรัฐได้ดำเนินการทำหมันบุคคลที่ถูกตราหน้าว่ามีความบกพร่องทางจิตหรือทางพัฒนาการ
ศาสตราจารย์ Wilson ระบุว่า ในขณะนั้นมีความเชื่อว่าภูมิภาคตะวันตกต้องการ "บุคคลที่แข็งแกร่ง" เพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้เกิดแนวคิดที่ต้องการผลิตประชากรที่มี "สายเลือดที่ดีที่สุด" โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของการทำหมันบังคับ ได้แก่ ผู้พิการหลากหลายประเภท, แม่เลี้ยงเดี่ยว, กลุ่มชนพื้นเมือง (First Nations และ Metis), ชาวยุโรปตะวันออก และผู้ยากไร้
- รัฐแอลเบอร์ตา: มีการบังคับทำหมันประมาณ 2,800 ราย ภายใต้พระราชบัญญัติการทำหมันทางเพศปี 1928 (Sexual Sterilization Act) ก่อนที่กฎหมายนี้จะถูกยกเลิกในปี 1972
- รัฐบริติชโคลัมเบีย: มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการทำหมันทางเพศในปี 1933 และถูกยกเลิกในเวลาต่อมาในปี 1973
การก่อตั้งและวัตถุประสงค์ของ LAE
แรงบันดาลใจในการก่อตั้ง LAE เกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อศาสตราจารย์ Robert Wilson ได้รับฟังเรื่องราวจากนักศึกษาหลายคนที่เล่าถึงญาติของตนที่เคยถูกส่งเข้าสถานสงเคราะห์และถูกบังคับทำหมัน เหตุการณ์นี้ทำให้ Wilson ตระหนักถึงความใกล้ตัวของปัญหาและนำไปสู่การสร้างโครงการเพื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้รอดชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่
ในปี 2010 Wilson ได้รับทุน CURA (Community-University Research Alliance) จาก SSHRC ซึ่งเป็นทุนที่สนับสนุนความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรชุมชน เนื่องจากเนื้อหาของโครงการมีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง การสร้างพันธมิตรกับองค์กรชุมชนที่ช่วยเหลือเหยื่อของการทำหมันบังคับจึงเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
เป้าหมายหลักของโครงการ
ภารกิจของ LAE คือการสร้างทรัพยากรทางวิชาการที่ล้ำสมัยสำหรับนักวิชาการในหลายสาขา และที่สำคัญกว่านั้นคือการดึงเอาองค์กรชุมชนและบุคคลที่เปราะบาง ซึ่งเรื่องราวของพวกเขาถูกละเลยจาก "ความทรงจำร่วมของชาวแคนาดา" ให้กลับมามีตัวตนอีกครั้ง โดยมีโครงการย่อยดังนี้:
- การจัดเก็บจดหมายเหตุ: รวบรวมเอกสารอย่างเป็นระบบเพื่อให้สาธารณชนและนักวิชาการเข้าถึงได้
- ประวัติศาสตร์บอกเล่า (Oral Histories): บันทึกคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตจากการถูกบังคับทำหมันและการถูกกักตัวในสถานสงเคราะห์
- เว็บไซต์เชิงโต้ตอบ: สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้ข้อมูลแก่สาธารณะ
- หลักสูตรการศึกษา: พัฒนาเนื้อหาการเรียนการสอนสำหรับระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สุวพรรณศาสตร์
บทบาทของผู้รอดชีวิตและการสร้างความตระหนักรู้
การบันทึกคำบอกเล่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของโครงการ โดยมีบุคคลสำคัญอย่าง Leilani Muir ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตคนแรกที่ฟ้องร้องรัฐแอลเบอร์ตาจนชนะคดีการทำหมันโดยมิชอบ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะคณะกรรมการบริหารและผู้ให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ส่วนตัว
Muir เน้นย้ำว่าการเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ในขณะที่ศาสตราจารย์ Wilson มองว่าการให้ผู้รอดชีวิตและครอบครัวมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงในฐานะแหล่งข้อมูล แต่ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการ คือกุญแจสำคัญในการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับเหยื่อ
สัปดาห์แห่งการสร้างความตระหนักรู้เรื่องสุวพรรณศาสตร์ในแอลเบอร์ตา
หนึ่งในกิจกรรมหลักประจำปีของ LAE คือการจัดงาน Alberta Eugenics Awareness Week (AEW) ซึ่งเริ่มครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2011 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสะท้อนคิดและการอภิปรายเกี่ยวกับผลกระทบของสุวพรรณศาสตร์ในแคนาดาตะวันตกผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยได้รับความร่วมมือจากนายกเทศมนตรีเมืองเอดมันตันในการประกาศให้เป็นสัปดาห์แห่งการสร้างความตระหนักรู้ในระดับเมือง
คำถามที่พบบ่อย
Living Archives on Eugenics in Western Canada (LAE) คืออะไร?
เป็นโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตาที่มุ่งเน้นการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับขบวนการสุวพรรณศาสตร์และการทำหมันบังคับที่เคยเกิดขึ้นในแคนาดาตะวันตก เพื่อสร้างความตระหนักรู้และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำ
ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ถูกบังคับทำหมันในแคนาดาตะวันตกในอดีต?
กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ผู้ที่มีความบกพร่องทางจิตหรือพัฒนาการ, ผู้พิการ, แม่เลี้ยงเดี่ยว, กลุ่มชนพื้นเมือง (First Nations และ Metis), ชาวยุโรปตะวันออก และผู้ยากไร้
ทำไมการบันทึกประวัติศาสตร์บอกเล่า (Oral History) จึงสำคัญต่อโครงการนี้?
เพราะเรื่องราวของผู้รอดชีวิตมักถูกละเลยจากบันทึกทางราชการหรือความทรงจำร่วมของสังคม การบันทึกคำบอกเล่าจึงเป็นการคืนเสียงและศักดิ์ศรีให้กับเหยื่อ และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
กฎหมายการทำหมันบังคับในแอลเบอร์ตาและบริติชโคลัมเบียถูกยกเลิกเมื่อใด?
ในรัฐแอลเบอร์ตา กฎหมายถูกยกเลิกในปี 1972 ส่วนในรัฐบริติชโคลัมเบีย กฎหมายถูกยกเลิกในปี 1973