คดีนอร์ริส กับ ไอร์แลนด์ การต่อสู้เพื่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวและความหลากหลายทางเพศ
สรุปใจความสำคัญ
- ตัดสินโดยศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปในปี 1988
- วินิจฉัยว่าการเอาผิดพฤติกรรมรักร่วมเพศระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจกันละเมิดข้อ 8 ของอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
- นำไปสู่การยกเลิกกฎหมายอาผิดรักร่วมเพศในไอร์แลนด์ผ่านพระราชบัญญัติปี 1993
- มีบรรทัดฐานมาจากคดี Dudgeon v. United Kingdom
คดีนอร์ริส กับ ไอร์แลนด์ (Norris v. Ireland) เป็นคดีสำคัญทางกฎหมายที่ตัดสินโดยศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป (European Court of Human Rights - ECtHR) ในปี ค.ศ. 1988 ซึ่งมีผลให้การกำหนดให้การกระทำทางเพศบางประการระหว่างชายผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจกันในไอร์แลนด์เป็นความผิดทางอาญา ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ความเป็นมาของคดี
คดีนี้เริ่มต้นจากการฟ้องร้องในศาลไอร์แลนด์ภายใต้ชื่อคดี Norris v. Attorney General โดยเดวิด นอร์ริส (David Norris) ได้ยื่นฟ้องในปี ค.ศ. 1977 เพื่อท้าทายความชอบธรรมของกฎหมายที่เอาผิดกับพฤติกรรมรักร่วมเพศ โดยมีแมรี โรบินสัน (Mary Robinson) ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1990 เป็นทนายความอาวุโสผู้ดูแลคดี
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาแห่งไอร์แลนด์ได้มีคำวินิจฉัยในปี ค.ศ. 1983 ว่าสิทธิในความเป็นส่วนตัวของนอร์ริสไม่ถูกละเมิดโดยกฎหมายสองฉบับ ได้แก่:
- พระราชบัญญัติความผิดต่อบุคคล ค.ศ. 1861 (Offences against the Person Act 1861): ซึ่งกำหนดให้การกระทำที่เรียกว่า "buggery" เป็นความผิดทางอาญา
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา ค.ศ. 1885 (Criminal Law Amendment Act 1885): ซึ่งกำหนดให้การกระทำที่เรียกว่า "gross indecency" (การกระทำอันไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง) เป็นความผิดทางอาญา
การพิจารณาโดยศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป
หลังจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากศาลภายในประเทศ เดวิด นอร์ริส ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปในปี ค.ศ. 1983 ศาลได้พิจารณาคดีและมีคำพิพากษาในปี ค.ศ. 1988 โดยตัดสินให้เดวิด นอร์ริส เป็นฝ่ายชนะคดี
ศาลวินิจฉัยว่ากฎหมายของไอร์แลนด์ที่เอาผิดกับพฤติกรรมรักร่วมเพศระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจกันนั้น ขัดต่อข้อ 8 ของอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Article 8 of the European Convention on Human Rights) ซึ่งคุ้มครองสิทธิในการได้รับความเคารพในชีวิตส่วนตัวและชีวิตครอบครัว
คำตัดสินนี้มีแนวทางเดียวกับคดี Dudgeon v. United Kingdom ในปี ค.ศ. 1981 ซึ่งศาลได้ตัดสินในลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับการเอาผิดพฤติกรรมรักร่วมเพศในไอร์แลนด์เหนือ
ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย
คำพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลไอร์แลนด์ต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล ในที่สุด กฎหมายที่ถูกโต้แย้งในคดีนี้ได้รับการยกเลิกโดย พระราชบัญญัติกฎหมายอาญา (ความผิดเกี่ยวกับเพศ) ค.ศ. 1993 (Criminal Law (Sexual Offences) Act 1993) ซึ่งทำให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายรักชายที่ยินยอมพร้อมใจกันไม่เป็นความผิดทางอาญาในไอร์แลนด์อีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
คดี Norris v. Ireland คืออะไร?
เป็นคดีที่เดวิด นอร์ริส ฟ้องร้องว่ากฎหมายของไอร์แลนด์ที่กำหนดให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายรักชายที่ยินยอมพร้อมใจกันเป็นความผิดทางอาญา เป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวตามอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปตัดสินอย่างไรในคดีนี้?
ศาลตัดสินให้เดวิด นอร์ริส ชนะคดี โดยระบุว่ากฎหมายดังกล่าวละเมิดข้อ 8 ของอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและชีวิตครอบครัว
ผลลัพธ์ทางกฎหมายที่เกิดขึ้นหลังจากคดีนี้คืออะไร?
รัฐบาลไอร์แลนด์ได้ยกเลิกกฎหมายที่เอาผิดกับพฤติกรรมรักร่วมเพศระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมใจกัน โดยการตราพระราชบัญญัติกฎหมายอาญา (ความผิดเกี่ยวกับเพศ) ค.ศ. 1993
คดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับคดี Dudgeon v. United Kingdom อย่างไร?
ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปใช้บรรทัดฐานและเหตุผลในลักษณะเดียวกันกับที่เคยตัดสินในคดี Dudgeon v. United Kingdom ปี 1981 ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเอาผิดพฤติกรรมรักร่วมเพศในไอร์แลนด์เหนือ