ประวัติสุสานโลนเมาน์เทน จากพื้นที่ฝังศพสู่ใจกลางเมืองซานฟรานซิสโก
สรุปใจความสำคัญ
- เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1854 และประกอบด้วยสุสานย่อย 4 แห่ง
- ร่างผู้ล่วงลับส่วนใหญ่ถูกย้ายไปยังเมืองโคลมา (Colma) ภายในปี ค.ศ. 1941
- พื้นที่เดิมของสุสานเมสันนิกถูกเปลี่ยนเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก (USF)
สุสานโลนเมาน์เทน เป็นกลุ่มของสุสานหลายแห่งที่เคยตั้งอยู่ในย่านโลนเมาน์เทนของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยครอบคลุมพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นถนน California Street, Geary Boulevard, Parker Avenue และ Presidio Avenue สุสานแห่งนี้เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1854 และประกอบด้วยสุสานย่อยหลายแห่ง ได้แก่ สุสานลอเรลฮิลล์ (Laurel Hill Cemetery), สุสานคาลวารี (Calvary Cemetery), สุสานเมสันนิก (Masonic Cemetery) และสุสานออดเฟลโลว์ส (Odd Fellows Cemetery)

การก่อตั้งและการใช้งานในยุคแรก
สุสานโลนเมาน์เทนเปิดตัวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1854 โดยเดิมทีมีการวางแผนให้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 320 เอเคอร์ แต่ในเวลาต่อมาผู้ดูแลตัดสินใจว่าพื้นที่ขนาดเล็กลงก็เพียงพอสำหรับความต้องการของเมือง ในสมัยนั้น พื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็น "ดินแดนภายนอก" (outside lands) เนื่องจากอยู่นอกเขตเมืองซานฟรานซิสโกและมีสภาพดินเป็นทราย ก่อนหน้าการก่อตั้งสุสานแห่งนี้ การฝังศพส่วนใหญ่ในเมืองจะทำที่สุสานเยอร์บา บูเอนา (Yerba Buena Cemetery) ซึ่งปัจจุบันคือจัตุรัส Civic Center Plaza
ผู้ที่ถูกฝังในสุสานโลนเมาน์เทนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนร่ำรวย เส้นทางเดินระหว่างหลุมศพถูกตั้งชื่อตามสุสานที่มีชื่อเสียงในฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เช่น Mount Auburn, Green-Wood และ Oak Hill ทำให้สุสานแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวและการปิกนิกในวันอาทิตย์


ปัญหาและความเสื่อมโทรม
ในช่วงศตวรรษที่ 19 การฝังศพไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอไป เมื่อสุสานในเมืองเริ่มเต็ม พื้นที่ที่จำกัดทำให้บางครั้งมีการฝังศพโดยไม่ใช้โลงศพ ส่งผลให้มีรายงานการพบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ในอาคารเก็บศพหรือบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ การถวายอาหารของชาวจีนเพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับยังดึงดูดคนพเนจรให้เข้ามาในพื้นที่ และในปี ค.ศ. 1866 มีรายงานข่าวว่าสุสานโลนเมาน์เทนกำลังเต็มอย่างรวดเร็วและเริ่มสร้างก๊าซพิษจากการเน่าเปื่อยของศพจำนวนมาก

การรื้อถอนและการย้ายร่างผู้ล่วงลับ
แนวคิดเรื่องการย้ายสุสานออกนอกเมืองเริ่มแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1880 โดยมีแรงผลักดันหลักจากเจ้าของที่ดินโดยรอบที่กังวลว่าสุสานจะขัดขวางการพัฒนาพื้นที่ และความกังวลด้านสุขอนามัย เนื่องจากในขณะนั้นสุสานเริ่มทรุดโทรมและกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น
ในปี ค.ศ. 1894 J. H. Bond บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Richmond Banner ได้รณรงค์ให้ย้ายสุสานไปยังเมืองโคลมา (Colma) โดยอ้างว่าป้ายหลุมศพเริ่มผุพังและสุสานเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค ซึ่งสร้างความขัดแย้งกับทางศาสนจักรคาทอลิกที่คัดค้านการย้ายร่างจากสุสานคาลวารีเนื่องจากถือเป็น "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์" รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์ที่มองว่าการย้ายร่างบรรพบุรุษผู้บุกเบิกเมืองซานฟรานซิสโกเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ตาย
การต่อสู้ทางกฎหมายดำเนินไปหลายปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1902 คณะกรรมการกำกับดูแลของซานฟรานซิสโกได้ออกกฎหมายห้ามขายที่ดินหลุมศพหรือฝังศพใหม่ภายในเมือง และในปี ค.ศ. 1921 รัฐแคลิฟอร์เนียได้ผ่านกฎหมาย Morris Act ซึ่งอนุญาตให้ทิ้งสุสานได้หากเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่เห็นชอบ ต่อมาในปี ค.ศ. 1923 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายให้เทศบาลสามารถเคลื่อนย้ายร่างผู้ล่วงลับได้
ร่างผู้ล่วงลับส่วนใหญ่ถูกย้ายออกไปในช่วงปี ค.ศ. 1929 และโดยปี ค.ศ. 1941 ร่างทั้งหมดในสุสานโลนเมาน์เทนได้ถูกย้ายไปยังเมืองโคลมา ซึ่งเป็นเมืองที่กลายเป็นนครแห่งความตาย (necropolis) ของซานฟรานซิสโก แม้ว่าจะมีบางร่างที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้และหายสาบสูญไปในระหว่างกระบวนการนี้

การใช้ประโยชน์พื้นที่ในปัจจุบัน
หลังจากที่สุสานถูกรื้อถอน พื้นที่เดิมของสุสานลอเรลฮิลล์และสุสานคาลวารีถูกเปลี่ยนเป็นย่านที่พักอาศัยและศูนย์การค้าในย่านโลนเมาน์เทน ส่วนพื้นที่ของสุสานเมสันนิกได้กลายเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก (University of San Francisco - USF) และพื้นที่ของสุสานออดเฟลโลว์สได้ถูกเปลี่ยนเป็นสนามเด็กเล่นและสระว่ายน้ำ Angelo Rossi รวมถึงบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
สุสานโลนเมาน์เทนตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในย่านโลนเมาน์เทนของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างถนน California Street, Geary Boulevard, Parker Avenue และ Presidio Avenue
ทำไมสุสานโลนเมาน์เทนถึงถูกย้าย?
เนื่องจากปัญหาด้านสุขอนามัย ความเสื่อมโทรมของพื้นที่ และความต้องการนำที่ดินมาพัฒนาเป็นย่านที่พักอาศัยและสถาบันการศึกษา
ร่างผู้ล่วงลับถูกย้ายไปที่ใด?
ร่างส่วนใหญ่ถูกย้ายไปยังเมืองโคลมา (Colma) ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นศูนย์รวมสุสานขนาดใหญ่ของซานฟรานซิสโก
