← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน นักธุรกิจและนักการกุศลชาวอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอดีตประธานบริษัท GUS และบุตรชายของเซอร์ไอแซค วูลฟ์สัน
  • ได้รับแต่งตั้งเป็นบารอนวูลฟ์สัน (Baron Wolfson) ในปี ค.ศ. 1985
  • เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ British Academy, Royal Society และ Royal Academy of Engineering
  • ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และศิลปะ

ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน (Leonard Gordon Wolfson, Baron Wolfson) เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1927 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 เป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงและอดีตประธานบริษัท GUS (Grand Union Stores) เขาเป็นบุตรชายของเซอร์ไอแซค วูลฟ์สัน (Sir Isaac Wolfson) บารอนเน็ตลำดับที่ 1 ผู้ก่อตั้งอาณาจักรธุรกิจ GUS และเป็นบิดาของเจเน็ต วูลฟ์สัน เด บอตตอน (Janet Wolfson de Botton)

ภาพพอร์ตเทรตของลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน
ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน

ประวัติการศึกษาและชีวิตส่วนตัว

เลโอนาร์ด วูลฟ์สัน เข้าศึกษาที่โรงเรียนเดอะคิงส์สคูล วูสเตอร์ (The King's School, Worcester) ระหว่างปี ค.ศ. 1942 ถึง 1945 ในด้านชีวิตครอบครัว เขาแต่งงานกับรูธ สเตอร์ลิง (Ruth Sterling) ในปี ค.ศ. 1949 โดยทั้งคู่ครองคู่กันเป็นเวลา 41 ปี และมีบุตรสาวด้วยกัน 4 คน ก่อนที่จะหย่าร้างกันในเวลาต่อมา ต่อมาในปี ค.ศ. 1991 เขาได้แต่งงานกับเอสเทลล์ แจ็คสัน (Estelle Jackson)

บทบาททางธุรกิจและการเมือง

วูลฟ์สันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท GUS ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ของอังกฤษ ในด้านการเมือง เขาเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) และได้รับเกียรติให้เป็นอัศวิน (Knighted) ในปี ค.ศ. 1977 ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1985 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางตลอดชีพ (Life Peer) ในบรรดาศักดิ์ บารอนวูลฟ์สัน (Baron Wolfson) แห่งแมรีเลโบน ในนครเวสต์มินสเตอร์

เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1991 เลโอนาร์ดได้สืบทอดตำแหน่งบารอนเน็ตลำดับที่ 2 (2nd Baronet) แห่งเซนต์แมรีเลโบน ในมณฑลลอนดอน ทั้งนี้เขาได้รับอนุญาตให้ลาพักจากการปฏิบัติหน้าที่ในสภาขุนนาง (House of Lords) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008

งานด้านการกุศลและเกียรติยศทางวิชาการ

ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน เป็นนักการกุศลที่สนับสนุนกิจกรรมทางสังคมหลากหลายด้าน โดยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการสวัสดิการชาวยิว (Jewish Welfare Board) และเป็นทรัสตีของพิพิธภัณฑ์สงครามจักรวรรดิ (Imperial War Museum) นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิวูลฟ์สัน (Wolfson Foundation)

ด้วยการสนับสนุนด้านวิชาการและวิทยาศาสตร์ เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ (Honorary Fellow) ของสถาบันสำคัญหลายแห่ง ได้แก่:

  • สถาบันบริติชอะคาเดมี่ (British Academy) ในปี ค.ศ. 1986
  • ราชสมาคมแห่งลอนดอน (Royal Society) ในปี ค.ศ. 2005
  • ราชวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ (Royal Academy of Engineering) ใน ปี ค.ศ. 1997

นอกจากนี้ เขายังเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของวิทยาลัยในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด 3 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยวูลฟ์สัน (Wolfson College - ซึ่งตั้งชื่อตามบิดาของเขา), วิทยาลัยเซนต์แคทเธอรีน (St Catherine's College) และวิทยาลัยวูสเตอร์ (Worcester College)

ตราอาร์มของตระกูลวูลฟ์สัน
ตราอาร์มประจำตระกูลวูลฟ์สัน

มรดกและการสืบทอด

ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 เนื่องจากเขาไม่มีบุตรชาย ตำแหน่งบารอนเน็ตของเขาจึงสิ้นสุดลง (extinct) พร้อมกับการเสียชีวิตของเขา อย่างไรก็ตาม งานด้านการกุศลยังคงดำเนินต่อไปผ่าน มูลนิธิลอร์ดเลโอนาร์ดและเลดี้เอสเทลล์ วูลฟ์สัน (The Lord Leonard and Lady Estelle Wolfson Foundation) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2012 เพื่อสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การศึกษา และศิลปะ

คำถามที่พบบ่อย

ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน คือใคร?

เขาเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ อดีตประธานบริษัท GUS และนักการกุศลผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นบารอนและบารอนเน็ต

ลอร์ดเลโอนาร์ด วูลฟ์สัน มีบทบาททางการเมืองอย่างไร?

เขาเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) และเป็นสมาชิกสภาขุนนาง (House of Lords) ในฐานะบารอนวูลฟ์สัน

ตำแหน่งบารอนเน็ตของเขาสิ้นสุดลงเพราะเหตุใด?

เนื่องจากเขาไม่มีบุตรชายที่จะสืบทอดตำแหน่งตามกฎเกณฑ์ของบรรดาศักดิ์บารอนเน็ต ตำแหน่งนี้จึงสิ้นสุดลงเมื่อเขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 2010

มูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับเขามีอะไรบ้าง?

เขาเป็นประธานมูลนิธิวูลฟ์สัน (Wolfson Foundation) และต่อมามีการก่อตั้งมูลนิธิลอร์ดเลโอนาร์ดและเลดี้เอสเทลล์ วูลฟ์สัน ในปี ค.ศ. 2012 เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการศึกษา