← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ลอร์ดวิลเบอร์ฟอร์ซ ผู้พิพากษาและรัฐบุรุษผู้ทรงอิทธิพลของอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ร่างเอกสารการยอมจำนนของเยอรมนี (German Instrument of Surrender) ในปี ค.ศ. 1945
  • เป็นผู้พิพากษาอังกฤษเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น Lord of Appeal in Ordinary โดยตรงจากศาลสูง โดยไม่ผ่านศาลอุทธรณ์
  • ดำรงตำแหน่ง Senior Law Lord ของอังกฤษตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ถึง 1982
  • ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมต่อต้านการค้าทาส (Anti-Slavery Society) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971

ริชาร์ด ออร์ม วิลเบอร์ฟอร์ซ (Richard Orme Wilberforce) หรือ บารอนวิลเบอร์ฟอร์ซ (Baron Wilberforce) เป็นผู้พิพากษาชาวอังกฤษผู้ทรงเกียรติ ดำรงตำแหน่งลอร์ดผู้พิพากษาศาลสูงสุด (Lord of Appeal in Ordinary) ระหว่างปี ค.ศ. 1964 ถึง 1982 โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักกฎหมายที่โดดเด่นที่สุดในยุคของเขา

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

วิลเบอร์ฟอร์ซเกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1907 ที่เมืองจาลันธาร์ ประเทศอินเดีย เป็นบุตรของซามูเอล วิลเบอร์ฟอร์ซ ผู้พิพากษาศาลสูงละฮอร์ และแคทเธอรีน วิลเบอร์ฟอร์ซ เขาเติบโตในอินเดียจนถึงอายุ 7 ปี ก่อนจะถูกส่งกลับมายังอังกฤษในปี ค.ศ. 1914 ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1

เขาเข้าศึกษาที่วิทยาลัยวินเชสเตอร์ (Winchester College) โดยในตอนแรกเขามีความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ แต่ได้รับคำแนะนำจากครูใหญ่ให้เปลี่ยนมาศึกษาด้านคลาสสิก (Classics) เพื่อขยายโอกาสในอาชีพ ซึ่งเขาทำได้ดีเยี่ยมจนได้รับรางวัลสูงสุดของวิทยาลัยถึง 4 รางวัล ต่อมาเขาเข้าศึกษาที่ New College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งทั้งในสาขา Classical Moderations และ Literae humaniores นอกจากนี้เขายังได้รับทุนการศึกษาหลายรายการ และได้รับเลือกให้เป็น Prize Fellow ของ All Souls College ในปี ค.ศ. 1932 ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้จนกระทั่งเสียชีวิต

การเริ่มต้นอาชีพกฎหมายและบทบาทในสงครามโลกครั้งที่ 2

วิลเบอร์ฟอร์ซเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพกฎหมายโดยได้รับการเรียกตัวเข้าสู่เนติบัณฑิตยสภา Middle Temple ในปี ค.ศ. 1932 และเริ่มปฏิบัติงานในด้านกฎหมาย Chancery (กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินและมรดก)

การรับราชการทหาร

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้นในปี ค.ศ. 1939 วิลเบอร์ฟอร์ซอาสาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพบกอังกฤษ สังกัดกองทหารปืนใหญ่หลวง (Royal Artillery) เขาได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญหลายประการ ดังนี้:

  • เป็นนายทหารคนสนิท (Aide-de-camp) ของพลตรี Bernard Paget ในการรณรงค์ที่นอร์เวย์
  • ดำรงตำแหน่งพันโท ดูแลด้านสันทนาการของกองทัพที่กระทรวงสงคราม
  • ในปี ค.ศ. 1945 เขาได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ คือการร่างเอกสารการยอมจำนนของเยอรมนี (German Instrument of Surrender) ซึ่งลงนามโดยจอมพล Wilhelm Keitel และคณะที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945

หลังสงคราม เขาทำหน้าที่หัวหน้าส่วนกฎหมายของอังกฤษในสภาควบคุมพันธมิตร (Allied Control Council) และดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงในสำนักงานควบคุมเยอรมนีและออสเตรีย จากผลงานการรับราชการทหาร เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE และเหรียญ Bronze Star จากสหรัฐอเมริกา

เส้นทางสู่การเป็นผู้พิพากษาชั้นสูง

วิลเบอร์ฟอร์ซกลับมาประกอบวิชาชีพทนายความอีกครั้งในปี ค.ศ. 1947 และก้าวหน้าในอาชีพอย่างรวดเร็ว โดยได้รับการแต่งตั้งเป็น Queen's Counsel (QC) ในปี ค.ศ. 1954 นอกจากนี้เขายังมีบทบาทในระดับนานาชาติ โดยเป็นตัวแทนทางกฎหมายของอังกฤษในคดีสำคัญที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) เช่น คดีช่องแคบ Corfu และคดีประมงนอร์เวย์

การดำรงตำแหน่งในสภาขุนนางและศาลสูงสุด

ในปี ค.ศ. 1961 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาศาลสูง (High Court) ในแผนก Chancery และในปี ค.ศ. 1964 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น Lord of Appeal in Ordinary และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นบารอนวิลเบอร์ฟอร์ซ (Baron Wilberforce) ซึ่งถือเป็นกรณีที่หาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์กฎหมายอังกฤษที่ผู้พิพากษาจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสภาขุนนางโดยตรงจากศาลสูง โดยไม่ต้องผ่านศาลอุทธรณ์ (Court of Appeal)

ตลอดระยะเวลา 18 ปีในตำแหน่ง Law Lord เขาได้พิจารณาคดีอุทธรณ์ถึง 465 คดี และดำรงตำแหน่งเป็น Senior Law Lord ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 จนกระทั่งเกษียณอายุในปี ค.ศ. 1982

มรดกและผลงานทางสังคม

วิลเบอร์ฟอร์ซมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับบรรพบุรุษของเขา โดยเฉพาะ วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ ผู้ต่อสู้เพื่อการเลิกทาสในอังกฤษ เขาจึงดำรงตำแหน่งประธานสมาคมต่อต้านการค้าทาส (Anti-Slavery Society) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ในการสร้างความยุติธรรมในสังคม

คำถามที่พบบ่อย

ลอร์ดวิลเบอร์ฟอร์ซมีบทบาทสำคัญอย่างไรในสงครามโลกครั้งที่ 2?

เขามีบทบาทสำคัญในฐานะนักกฎหมายทหาร โดยเป็นผู้ร่างเอกสารการยอมจำนนของเยอรมนี (German Instrument of Surrender) ที่ลงนามในกรุงเบอร์ลินเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945

ความโดดเด่นในอาชีพผู้พิพากษาของเขาคืออะไร?

เขาเป็นผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Lord of Appeal in Ordinary (ลอร์ดผู้พิพากษาศาลสูงสุด) โดยตรงจากศาลสูง (High Court) ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในระบบกฎหมายอังกฤษ

เขามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับวิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ?

เขาเป็นทายาทสายตรงของวิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ นักรณรงค์เลิกทาสผู้โด่งดัง และได้สืบทอดเจตนารมณ์โดยการดำรงตำแหน่งประธานสมาคมต่อต้านการค้าทาส (Anti-Slavery Society)