รางวัล L'Oréal-UNESCO สำหรับสตรีในด้านวิทยาศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2541 โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิ L'Oréal และ UNESCO
- มอบเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่นักวิจัยหญิง 5 ท่านจาก 5 ภูมิภาคทั่วโลกในแต่ละปี
- มีการสลับสาขาวิทยาศาสตร์ที่มอบรางวัลทุก 2 ปี ระหว่างวิทยาศาสตร์ชีวภาพและวิทยาศาสตร์กายภาพ/คณิตศาสตร์/คอมพิวเตอร์
- มีผู้ได้รับรางวัลถึง 7 ท่านที่ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานในการคัดเลือก
รางวัล L'Oréal-UNESCO สำหรับสตรีในด้านวิทยาศาสตร์ (L'Oréal-UNESCO For Women in Science International Awards) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2541 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับสถานะของสตรีในวงการวิทยาศาสตร์ ผ่านการเชิดชูเกียรติและให้การยอมรับนักวิจัยหญิงที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างคุณประโยชน์ต่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของโลก
รางวัลนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิของบริษัท L'Oréal จากประเทศฝรั่งเศส และองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) โดยผู้ได้รับรางวัลแต่ละท่านจะได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เกณฑ์การคัดเลือกและขอบเขตของรางวัล
ในแต่ละปี คณะกรรมการตัดสินระดับนานาชาติจะคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลจำนวน 5 ท่าน โดยแบ่งตามภูมิภาคดังนี้:
- แอฟริกาและรัฐอาหรับ
- เอเชียและแปซิฟิก
- ยุโรป
- ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน
- อเมริกาเหนือ (เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543)
สำหรับการกำหนดสาขาวิชาที่ได้รับรางวัล จะใช้วิธีสลับสาขาทุกๆ สองปี (เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546) โดยในปีเลขคู่จะมอบรางวัลให้แก่นักวิจัยในสาขา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) และในปีเลขคี่จะมอบรางวัลให้แก่สาขา วิทยาศาสตร์กายภาพ คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Physical Sciences, Mathematics and Computer Science)

ความเชื่อมโยงกับรางวัลโนเบล
รางวัล L'Oréal-UNESCO ได้รับการยอมรับในด้านการคัดเลือกนักวิจัยที่มีศักยภาพสูง โดยข้อมูลจนถึงปี พ.ศ. 2566 พบว่ามีผู้ได้รับรางวัล L'Oréal-UNESCO ถึง 7 ท่านที่ได้รับรางวัลโนเบลในเวลาต่อมา (หรือก่อนหน้า) ได้แก่:
- Christiane Nüsslein-Volhard (สรีรวิทยาหรือการแพทย์, 1995)
- Elizabeth Blackburn (สรีรวิทยาหรือการแพทย์, 2009)
- Ada Yonath (เคมี, 2009)
- Emmanuelle Charpentier (เคมี, 2020)
- Jennifer Doudna (เคมี, 2020)
- Katalin Karikó (สรีรวิทยาหรือการแพทย์, 2023)
- Anne L'Huillier (ฟิสิกส์, 2023)
ทุนสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ (International Rising Talents)
นอกเหนือจากรางวัลหลักแล้ว ความร่วมมือนี้ยังมีการมอบทุนสนับสนุนสำหรับนักวิทยาศาสตร์หญิงรุ่นใหม่ เพื่อส่งเสริมการทำวิจัยในระดับปริญญาเอกและหลังปริญญาเอก
- พ.ศ. 2543 - 2557: มอบทุน Fellowship ให้แก่นักวิจัยหญิงเพื่อไปทำวิจัยในห้องปฏิบัติการต่างประเทศ
- พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน: เปลี่ยนชื่อเป็น International Rising Talent Grants โดยมอบทุนให้แก่นักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยหลังปริญญาเอกจำนวน 15 ท่านต่อปี โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุด 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลา 2 ปี

รางวัลพิเศษและโครงการระดับภูมิภาค
ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของรางวัล (พ.ศ. 2566) ได้มีการมอบรางวัลเกียรติยศพิเศษให้แก่นักวิจัย 3 ท่านที่ต้องลี้ภัยทางการเมืองและถูกบังคับให้หยุดชะงักเส้นทางอาชีพในประเทศบ้านเกิด ได้แก่ Mursal Dawodi (ปัญญาประดิษฐ์, อัฟกานิสถาน), Ann Al Sawoor (คณิตศาสตร์, อิรัก) และ Marycelin Baba (ชีววิทยาโมเลกุล, ไนจีเรีย)
นอกจากนี้ ยังมีโครงการให้รางวัลในระดับประเทศและภูมิภาค เช่น ในเกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อขยายผลการส่งเสริมสตรีในด้านวิทยาศาสตร์ให้ครอบคลุมทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
รางวัล L'Oréal-UNESCO For Women in Science คืออะไร?
เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2541 โดย L'Oréal และ UNESCO เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยหญิงที่มีผลงานโดดเด่นและส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์
ใครมีสิทธิ์ได้รับรางวัลนี้และมีเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไร?
รางวัลนี้มอบให้แก่นักวิจัยหญิงที่มีผลงานวิจัยยอดเยี่ยม โดยคัดเลือกปีละ 5 ท่านจาก 5 ภูมิภาคหลักของโลก และมีการสลับสาขาวิชาที่มอบรางวัลทุกๆ 2 ปี
ทุน International Rising Talent Grants แตกต่างจากรางวัลหลักอย่างไร?
รางวัลหลักมอบให้แก่นักวิจัยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอาชีพแล้ว ส่วน International Rising Talent Grants เป็นทุนสนับสนุนสำหรับนักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยหลังปริญญาเอก (Post-doc) เพื่อส่งเสริมผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักวิจัย
ผู้ได้รับรางวัลได้รับเงินสนับสนุนจำนวนเท่าใด?
ผู้ได้รับรางวัลหลักจะได้รับเงินทุน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผู้ได้รับทุน Rising Talents จะได้รับทุนสูงสุด 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลา 2 ปี

