← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ความเชื่อและลัทธิมาคุมบาในบราซิล

สรุปใจความสำคัญ

  • มาคุมบาเป็นคำกว้างๆ ที่ใช้เรียกศาสนาแอฟริกัน-บราซิล ซึ่งมักมีความหมายเชิงลบเปรียบได้กับมนตร์ดำ
  • มีข้อถกเถียงว่าคำนี้อาจมาจากชื่อเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะในภาษาบันตู หรือมาจากคำว่า mocamba ที่หมายถึงที่พักของทาสหลบหนี
  • ในรีโอเดจาเนโร มาคุมบามักเกี่ยวข้องกับการสื่อสารกับวิญญาณเอ็กซู (Exu) หรือ 'ผู้คนแห่งท้องถนน'
  • คำนี้ถูกใช้เพื่อแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างศาสนาที่ถูกมองว่า 'บริสุทธิ์' (เช่น คันโดมเบล) กับความเชื่อที่ถูกมองว่าเป็น 'ไสยศาสตร์' (เช่น มาคุมบา)

มาคุมบา (Macumba) เป็นคำศัพท์กว้างๆ ที่ใช้เรียกกลุ่มความเชื่อและศาสนาของชาวแอฟริกัน-บราซิล (Afro-Brazilian religions) โดยผู้ที่ปฏิบัติความเชื่อนี้จะถูกเรียกว่า มาคุมเบโรส (macumbeiros) อย่างไรก็ตาม คำนี้มักถูกมองว่ามีความหมายในเชิงลบ โดยเปรียบได้กับคำว่า "ไสยศาสตร์ดำ" หรือ "มนตร์ดำ" ในภาษาอังกฤษ

ในความหมายเชิงกว้าง มาคุมบาถูกใช้เพื่อเรียกประเพณีทางศาสนาของชาวแอฟริกัน-บราซิลเกือบทั้งหมด รวมถึงศาสนาคันโดมเบล (Candomblé) และอุมบันดา (Umbanda) แต่ในความหมายที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น มาคุมบาจะถูกใช้เพื่ออธิบายประเพณีอย่าง ควิมบันดา (Quimbanda) ซึ่งเน้นการสื่อสารกับวิญญาณระดับล่างที่เรียกว่า เอ็กซู (exu) โดยเฉพาะการปฏิบัติในพื้นที่เมืองรีโอเดจาเนโร

ที่มาของคำว่ามาคุมบา

ต้นกำเนิดทางนิรุกติศาสตร์ของคำว่ามาคุมบายังคงเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการ โดยมีสมมติฐานหลักสองประการ ดังนี้:

  • สมมติฐานด้านเครื่องดนตรี: นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าคำนี้มาจากภาษาในกลุ่มบันตู (Bantu) ซึ่งหมายถึงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะ เนื่องจากมีการใช้เครื่องเคาะในพิธีกรรมของชาวบันตูที่ถูกนำตัวมายังบราซิล คำนี้จึงกลายเป็นคำที่เชื่อมโยงกับประเพณีทางศาสนาของชาวแอฟริกัน-บราซิล
  • สมมติฐานด้านที่อยู่อาศัย: มาร์กอส ออเรลิโอ ลุซ (Marcos Aurélio Luz) และจอร์จ ลาปัสซาด (Georges Lapassade) เสนอว่าคำว่ามาคุมบาอาจเพี้ยนมาจากคำว่า โมคัมบา (mocamba) ซึ่งหมายถึงหมู่บ้านหรือที่พักของทาสที่หลบหนี
เครื่องดนตรีที่ใช้ในพิธีกรรมมาคุมบา
ตัวอย่างเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมาคุมบา

การนิยามและความหมายที่แตกต่าง

การตีความคำว่ามาคุมบามีความขัดแย้งกันตามมุมมองของผู้ใช้และบริบททางสังคม:

ความหมายในเชิงทั่วไป

ในระดับภาษาพูด มาคุมบามักถูกใช้เรียกทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณในศาสนาแอฟริกัน-บราซิล นักมานุษยวิทยาอย่าง โรเบิร์ต เอ. โวคส์ (Robert A. Voeks) ระบุว่าผู้ที่มีทัศนคติเชิงลบต่อศาสนาคันโดมเบลมักมองว่าศาสนานี้เต็มไปด้วย "การบูชาปีศาจและมาคุมบา" ในขณะที่ผู้ปฏิบัติศาสนาอุมบันดาบางส่วนอาจเรียกตนเองว่ามาคุมเบโรสในเชิงล้อเลียนเพื่อลดทอนความรุนแรงของคำที่มีความหมายเชิงลบนี้

ความหมายในเชิงจำเพาะ

นักวิชาการบางท่าน เช่น เคลลี เฮย์ส (Kelly Hayes) และสตีเวน เอ็นเกลอร์ (Steven Engler) ชี้ให้เห็นว่า มาคุมบาถูกใช้เรียกพิธีกรรมที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางโลก การรักษาโรค หรือสิ่งที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "ไสยศาสตร์" (sorcery) หรือ "มนตร์ดำ" (black magic)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรีโอเดจาเนโร มาคุมบามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการสร้างความสัมพันธ์กับวิญญาณ เอ็กซู (exu) ซึ่งในมุมมองของคนนอกอาจถูกเรียกว่า "ปีศาจ" แต่สำหรับผู้ศรัทธาจะเรียกว่า โปโว ดา รูอา (povo da rua) หรือ "ผู้คนแห่งท้องถนน"

การแบ่งแยกทางสังคมและศาสนา

คำว่ามาคุมบายังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแบ่งแยก "ความถูกต้อง" ของศาสนา โดยมีการพยายามนำเสนอว่าศาสนาคันโดมเบลเป็นศาสนาที่บริสุทธิ์และสืบทอดมาจากแอฟริกาโดยตรง ในขณะที่ตราหน้าว่ามาคุมบาเป็นรูปแบบที่ "ไม่บริสุทธิ์" หรือเป็นเพียงการผสมผสานทางความเชื่อที่เสื่อมถอย

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือผลงานของนักสังคมวิทยา โรเจอร์ บาสติด (Roger Bastide) ซึ่งยกย่องประเพณีนาโก (Nago) ของคันโดมเบลว่าเป็นศาสนาที่ถูกต้องตามหลักการ แต่กลับมองว่าประเพณีบันตู (Bantu) ของคันโดมเบลเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของมาคุมบาซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ของไสยศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

มาคุมบา (Macumba) คืออะไร?

มาคุมบาเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกกลุ่มความเชื่อและศาสนาของชาวแอฟริกัน-บราซิล โดยในความหมายกว้างๆ จะครอบคลุมถึงศาสนาคันโดมเบลและอุมบันดา แต่ในความหมายจำเพาะจะหมายถึงพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์หรือการสื่อสารกับวิญญาณระดับล่าง

ทำไมคำว่ามาคุมบาถึงมีความหมายเชิงลบ?

เนื่องจากถูกนำไปเชื่อมโยงกับ 'มนตร์ดำ' หรือ 'ไสยศาสตร์' ทำให้คนในสังคมบราซิลบางส่วนมองว่าเป็นการบูชาปีศาจหรือการกระทำที่ผิดศีลธรรม

ความแตกต่างระหว่างมาคุมบากับคันโดมเบลคืออะไร?

ในมุมมองของนักวิชาการและผู้ปฏิบัติบางกลุ่ม คันโดมเบลถูกนำเสนอว่าเป็นศาสนาแอฟริกันที่บริสุทธิ์และมีโครงสร้างชัดเจน ในขณะที่มาคุมบาถูกมองว่าเป็นรูปแบบการปฏิบัติที่เน้นผลลัพธ์ทางโลกและมีความเป็นไสยศาสตร์มากกว่า