Made in the A.M. อัลบั้มสุดท้ายของ One Direction ก่อนการพักวง
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 และชุดสุดท้ายของ One Direction ก่อนพักวงในปี 2016
- เป็นอัลบั้มชุดเดียวที่บันทึกเสียงโดยสมาชิก 4 คน หลังจาก Zayn Malik ลาออก
- เปิดตัวที่อันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร และอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา
- มียอดขายทั่วโลกประมาณ 2.4 ล้านก๊อปปี้ในปี 2015
Made in the A.M. เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 และเป็นชุดสุดท้ายของวงบอยแบนด์สัญชาติอังกฤษ-ไอริช One Direction โดยวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ภายใต้สังกัด Columbia Records และ Syco Music อัลบั้มนี้มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ของวง เนื่องจากเป็นอัลบั้มชุดเดียวที่ไม่มี Zayn Malik ซึ่งลาออกจากวงในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 และเป็นผลงานชุดสุดท้ายที่มี Liam Payne ร่วมบันทึกเสียงก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2024 นอกจากนี้ยังเป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายที่ปล่อยออกมาก่อนที่สมาชิกที่เหลือจะประกาศพักวงอย่างไม่มีกำหนดในเดือนมกราคม ค.ศ. 2016

การผลิตและการปล่อยผลงาน
ก่อนการวางจำหน่ายอัลบั้ม วงได้ปล่อยซิงเกิลนำสามเพลง ได้แก่ "Drag Me Down" (31 กรกฎาคม 2015), "Perfect" (16 ตุลาคม 2015) และ "History" (6 พฤศจิกายน 2015) ซึ่งทั้งสามเพลงสามารถขึ้นสู่ 10 อันดับแรกของชาร์ตเพลงในหลายประเทศ
ความสำเร็จของซิงเกิลนำ
เพลง "Drag Me Down" ถูกปล่อยออกมาโดยไม่มีการโปรโมตล่วงหน้า และสร้างสถิติเป็นเพลงที่มีการสตรีมมากที่สุดในสัปดาห์แรกบนชาร์ต UK Singles Chart ด้วยยอดการเล่น 2.03 ล้านครั้ง ในสหรัฐอเมริกา เพลงนี้เปิดตัวที่อันดับ 3 บนชาร์ต Billboard Hot 100 และสร้างสถิติยอดดาวน์โหลดสูงสุดในสัปดาห์แรกของวงที่ 350,000 ครั้ง
บริบทการบันทึกเสียงและการพักวง
Julian Bunetta โปรดิวเซอร์หลักของวงเปิดเผยว่า สมาชิกทั้ง 4 คนบันทึกเสียงอัลบั้มนี้โดยทราบดีว่าจะเป็นผลงานชุดสุดท้ายก่อนการพักวง เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มจึงมีความหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องความรัก ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน ไปจนถึงความรู้สึกของการสูญเสีย ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะจิตใจของสมาชิกในขณะนั้น
ผลตอบรับทางชาร์ตและยอดขาย
Made in the A.M. เปิดตัวที่อันดับ 1 บน UK Albums Chart ด้วยยอดขาย 93,189 ก๊อปปี้ และอันดับ 2 บน US Billboard 200 ด้วยยอดขายเทียบเท่าอัลบั้ม 459,000 ยูนิตในสัปดาห์แรก (เป็นยอดขายแผ่นจริง 402,000 ก๊อปปี้) ซึ่งสูงกว่ายอดขายสัปดาห์แรกของอัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Four
ในสหราชอาณาจักร อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ขายเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของปี 2015 โดยเป็นรองเพียงอัลบั้ม 25 ของ Adele เท่านั้น ในระดับโลก อัลบั้มนี้มียอดขายรวม 2.4 ล้านก๊อปปี้ ทำให้เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 6 ของปีนั้น
คำวิจารณ์จากสื่อ
นักวิจารณ์ดนตรีให้การตอบรับในเชิงบวกโดยทั่วไป โดยได้รับคะแนน Metascore 65 จาก Metacritic ซึ่งระบุว่า "ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกโดยทั่วไป"
- The Daily Telegraph: ชื่นชมว่าแม้เนื้อหาเพลงจะมีความเหนื่อยล้าจากการเลิกรา แต่ในเชิงดนตรียังคงเป็นเพลงป๊อปที่ยอดเยี่ยม มีโครงสร้างเพลงที่สง่างามและท่อนฮุคที่ติดหู
- Billboard: เปรียบเทียบอัลบั้มนี้ว่าเป็นเหมือน "Abbey Road" ของวง (สื่อถึงผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนแยกทาง) แม้จะวิจารณ์ว่าบางเพลงยังคงเป็นสูตรสำเร็จของเพลงรักแบบป๊อป
- Rolling Stone: เปรียบเทียบกับอัลบั้ม Let It Be ของ The Beatles โดยระบุว่าเป็นผลงานที่วงป๊อปที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณแฟนเพลงก่อนจากลา และสังเกตว่าดนตรีพยายามรักษาแนวทางร็อกแบบอัลบั้ม Midnight Memories และ Four
- Teen Vogue: บรรยายว่าอัลบั้มนี้เป็น "จดหมายรัก" ถึงแฟนคลับ และชื่นชมที่สมาชิกมีส่วนร่วมในการเขียนเพลงเองมากขึ้น ทำให้เสียงดนตรีมีวิวัฒนาการขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
Made in the A.M. เป็นอัลบั้มสุดท้ายของ One Direction หรือไม่?
ใช่ เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดสุดท้ายที่วางจำหน่ายก่อนที่วงจะประกาศพักวงอย่างไม่มีกำหนดในเดือนมกราคม 2016
ทำไม Zayn Malik ถึงไม่อยู่ในอัลบั้มนี้?
Zayn Malik ได้ลาออกจากวง One Direction ในเดือนมีนาคม 2015 ก่อนที่การบันทึกเสียงอัลบั้มนี้จะเริ่มต้นขึ้น
เพลงใดบ้างที่เป็นซิงเกิลหลักของอัลบั้มนี้?
ซิงเกิลหลักประกอบด้วยเพลง Drag Me Down, Perfect และ History
อัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายอย่างไร?
อัลบั้มนี้เปิดตัวที่อันดับ 1 ใน UK Albums Chart และอันดับ 2 ใน US Billboard 200 โดยมียอดขายทั่วโลก 2.4 ล้านก๊อปปี้ในปี 2015
