อาณัติแห่งซีเรียและเลบานอน ยุคการปกครองของฝรั่งเศส (1923-1946)
สรุปใจความสำคัญ
- อาณัติแห่งซีเรียและเลบานอนเริ่มต้นในปี 1923 และสิ้นสุดลงในปี 1946 เมื่อกองทัพฝรั่งเศสถอนตัวออกไป
- ระบบอาณัติถูกออกแบบมาเพื่อให้ประเทศผู้ดูแลเตรียมความพร้อมให้ดินแดนนั้นๆ สู่การปกครองตนเอง ไม่ใช่การล่าอาณานิคมแบบถาวร
- ดินแดนภายใต้อาณัติถูกแบ่งออกเป็นหลายรัฐย่อย เช่น รัฐอะลาไวต์ และรัฐจาบาล ดรูซ เพื่อการบริหารจัดการของฝรั่งเศส
อาณัติแห่งซีเรียและเลบานอน (ค.ศ. 1923–1946) คือระบบอาณัติของสันนิบาตชาติที่ก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและการแบ่งแยกจักรวรรดิออตโตมัน โดยครอบคลุมดินแดนของซีเรียและเลบานอนในปัจจุบัน ระบบอาณัตินี้ถูกออกแบบมาให้แตกต่างจากการล่าอาณานิคมแบบดั้งเดิม โดยกำหนดให้ประเทศผู้ปกครองทำหน้าที่เป็น "ผู้ดูแล" จนกว่าประชากรในดินแดนนั้นจะมีความพร้อมในการปกครองตนเอง ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น อาณัติจะสิ้นสุดลงและเกิดเป็นรัฐอธิปไตย

การจัดตั้งและการบริหารจัดการ
ในช่วงสองปีหลังสิ้นสุดสงครามในปี 1918 ตามข้อตกลง ไซก์ส-พิโก (Sykes–Picot Agreement) ระหว่างสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส อังกฤษได้ควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอิรักและทางตอนใต้ของซีเรีย (ปัจจุบันคืออิสราเอล ปาเลสไตน์ และจอร์แดน) ในขณะที่ฝรั่งเศสควบคุมพื้นที่ส่วนที่เหลือของซีเรีย รวมถึงเลบานอน และอเล็กซานเดรตตา
ในวันที่ 29 กันยายน 1923 ฝรั่งเศสได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสันนิบาตชาติให้ดูแลอาณัติแห่งซีเรีย ซึ่งรวมถึงดินแดนของเลบานอนในปัจจุบันและอเล็กซานเดรตตาด้วย โดยมีคณะกรรมาธิการอาณัติถาวร (Permanent Mandates Commission - PMC) ของสันนิบาตชาติเป็นผู้ตรวจสอบการดำเนินงาน
โครงสร้างการปกครอง
ฝรั่งเศสบริหารจัดการภูมิภาคนี้ผ่านรัฐบาลและดินแดนที่หลากหลาย ดังนี้:
- สหพันธรัฐซีเรีย (Syrian Federation): ค.ศ. 1922–1924
- รัฐซีเรีย (State of Syria): ค.ศ. 1925-1930
- สาธารณรัฐซีเรียภายใต้อาณัติ (Mandatory Syrian Republic): ค.ศ. 1930–1946
- รัฐย่อยอื่นๆ: ได้แก่ เลบานอนที่ยิ่งใหญ่ (Greater Lebanon), รัฐอะลาไวต์ (Alawite State) และรัฐจาบาล ดรูซ (Jabal Druze State)
- รัฐฮาไต (Hatay State): ซึ่งถูกตุรกีผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งในปี 1939

ภูมิหลังและความขัดแย้ง
หลังความพ่ายแพ้ของออตโตมัน กองทัพอังกฤษภายใต้การนำของนายพลเซอร์ เอ็ดมันด์ อัลเลนบี ได้เข้าสู่ดามัสกัสในปี 1918 พร้อมกับกองกำลังของการปฏิวัติอาหรับที่นำโดย ไฟซาล (Faisal) โอรสของกษัตริย์ฮุสเซนแห่งฮิญาซ ไฟซาลได้จัดตั้งรัฐบาลอาหรับชุดแรกในดามัสกัส โดยหวังว่ารัฐอาหรับใหม่จะครอบคลุมดินแดนอาหรับทั้งหมดตั้งแต่เมืองอเลปโปในซีเรียเหนือไปจนถึงเอเดนในเยเมนใต้
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงลับไซก์ส-พิโกได้กำหนดให้ฝรั่งเศสมีอำนาจเหนือซีเรียและเลบานอน เมื่อกองทัพฝรั่งเศสเข้ายึดครองพื้นที่ชายฝั่งเลบานอนและกดดันให้รัฐบาลอาหรับยอมจำนน ความตึงเครียดจึงเพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีการพยายามเจรจาในที่ประชุมสันติภาพปารีส แต่ฝรั่งเศสยังคงยืนกรานที่จะเข้าควบคุมซีเรีย
ในปี 1919 คณะกรรมาธิการคิง-เครน (King–Crane Commission) จากสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งผลสรุปยืนยันว่าชาวซีเรียคัดค้านระบบอาณัติและต้องการให้มี "ซีเรียที่ยิ่งใหญ่" (Greater Syria) ที่รวมปาเลสไตน์เข้าไว้ด้วย แต่ข้อสรุปนี้ถูกเพิกเฉยโดยทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส
คำถามที่พบบ่อย
อาณัติแห่งซีเรียและเลบานอนคืออะไร?
คือระบบการปกครองที่สันนิบาตชาติมอบหมายให้ฝรั่งเศสเป็นผู้ดูแลดินแดนซีเรียและเลบานอนหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ดินแดนเหล่านี้ก้าวสู่การเป็นรัฐเอกราช
ข้อตกลงไซก์ส-พิโก (Sykes–Picot Agreement) มีบทบาทอย่างไร?
เป็นข้อตกลงลับระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสในการแบ่งเขตอิทธิพลในตะวันออกกลางหลังการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเป็นรากฐานของการแบ่งดินแดนซีเรียและเลบานอนให้ฝรั่งเศสดูแล
อาณัติสิ้นสุดลงเมื่อใด?
สิ้นสุดลงในปี 1946 เมื่อซีเรียและเลบานอนประกาศเอกราชในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และกองทัพฝรั่งเศสได้ถอนกำลังออกไปในที่สุด