← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ รัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปี 1929-1931)
  • เป็นสตรีคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาในพระองค์ (Privy Counsellor) ของสหราชอาณาจักร
  • เป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภา General Council ของ Trades Union Congress (TUC)
  • เริ่มต้นอาชีพจากการเป็นพนักงานร้านขายผ้าและต่อสู้เพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานระดับล่าง

มาร์กาเร็ต เกรซ บอนด์ฟิลด์ (Margaret Grace Bondfield; 17 มีนาคม ค.ศ. 1873 – 16 มิถุนายน ค.ศ. 1953) เป็นนักการเมืองสังกัดพรรคแรงงาน (Labour Party) ผู้นำสหภาพแรงงาน และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีชาวอังกฤษ ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร และเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาในพระองค์ (Privy Counsellor) เมื่อเธอได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาลพรรคแรงงานช่วงปี ค.ศ. 1929–1931

ภาพพอร์ตเทรตของมาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์
มาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ นักการเมืองและผู้นำสหภาพแรงงานผู้ทรงอิทธิพล

ชีวิตวัยเยาว์และครอบครัว

มาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1873 ที่เมืองชาร์ด (Chard) มณฑลซัมเมอร์เซต เธอเป็นบุตรคนที่ 10 จากพี่น้องทั้งหมด 11 คน โดยมีบิดาคือ วิลเลียม บอนด์ฟิลด์ ช่างทำลูกไม้ที่มีประวัติการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้น และมารดาคือ แอนน์ (นามสกุลเดิม เทย์เลอร์) บุตรสาวของศาสนาจารย์นิกายคองกรีเกชันนัลลิสต์

ครอบครัวของเธอประสบความยากลำบากทางการเงินอย่างมากในช่วงที่เธอยังเป็นทารก เนื่องจากบิดาตกงานและไม่สามารถหางานประจำได้ ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะต้องเข้าสถานสงเคราะห์คนยากจน (Workhouse) อย่างไรก็ตาม บิดาของเธอเป็นผู้ที่ศึกษาด้วยตนเองและมีความสนใจในด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ โดยเคยร่วมออกแบบเครื่องบินต้นแบบที่นำไปจัดแสดงในงาน Great Exhibition ปี ค.ศ. 1851

มาร์กาเร็ตได้รับการศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาท้องถิ่นจนถึงอายุ 13 ปี ก่อนจะทำงานเป็นครูฝึกหัดในแผนกนักเรียนชายเป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นในปี ค.ศ. 1887 ขณะอายุ 14 ปี เธอได้เดินทางออกจากเมืองชาร์ดเพื่อไปเป็นเด็กฝึกงานในร้านขายผ้าที่เมืองโฮฟ (Hove) ใกล้กับเมืองไบรตัน

ภาพถ่ายเก่าของมาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์
มาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ ในช่วงวัยทำงานตอนต้น

เส้นทางสู่การเป็นผู้นำแรงงานและสิทธิสตรี

หลังจากจบการฝึกงาน บอนด์ฟิลด์ทำงานเป็นพนักงานขายในร้านขายผ้าหลายแห่งในเมืองไบรตัน ซึ่งเธอได้เผชิญกับความจริงอันโหดร้ายของระบบ "Living-in" หรือการที่พนักงานต้องพักอาศัยอยู่ในที่พักที่นายจ้างจัดให้ ซึ่งมักมีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด ไม่ถูกสุขลักษณะ และขาดความเป็นส่วนตัว

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอหันมาสนใจปัญหาสังคมและสิทธิแรงงาน โดยได้รับการสนับสนุนด้านความรู้จาก ลูอิซา มาร์ตินเดล และลูกสาว ซึ่งเป็นกลุ่มเสรีนิยมที่สนับสนุนสิทธิสตรี บอนด์ฟิลด์เริ่มเข้าสู่แวดวงสังคมนิยมและในปี ค.ศ. 1898 เธอได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการของสหภาพพนักงานร้านค้า พนักงานคลังสินค้า และเสมียนแห่งชาติ (National Amalgamated Union of Shop Assistants, Warehousemen and Clerks - NAUSAWC)

เธอยังมีบทบาทสำคัญในขบวนการสังคมนิยมสตรี โดยช่วยก่อตั้งสมาคมแรงงานสตรี (Women's Labour League - WLL) ในปี ค.ศ. 1906 และดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสิทธิการเลือกตั้งสำหรับผู้ใหญ่ (Adult Suffrage Society) โดยบอนด์ฟิลด์มีความเชื่อว่าสิทธิการเลือกตั้งควรขยายให้ครอบคลุมผู้ใหญ่ทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเพศหรือทรัพย์สิน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่ม Suffragists สายรุนแรงที่เรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งให้สตรีในเงื่อนไขเดียวกับที่ผู้ชายได้รับในขณะนั้น

ภาพบรรยากาศการทำงานของพนักงานร้านค้าในสมัยก่อน
สภาพการทำงานของพนักงานร้านค้าที่บอนด์ฟิลด์พยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

บทบาททางการเมืองและการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

บอนด์ฟิลด์ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภา TUC (Trades Union Congress) ในปี ค.ศ. 1918 และก้าวขึ้นเป็นประธาน TUC ในปี ค.ศ. 1923 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เธอได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) เป็นครั้งแรก

ในรัฐบาลพรรคแรงงานเสียงข้างน้อยปี ค.ศ. 1924 เธอได้รับตำแหน่งเลขานุการรัฐสภาในกระทรวงแรงงาน ต่อมาในปี ค.ศ. 1929–1931 เธอได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม วาระการดำรงตำแหน่งของเธอเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ซึ่งทำให้เธอต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดการปัญหาการว่างงาน การที่เธอพิจารณาปรับลดสวัสดิการผู้ว่างงานเพื่อประคองเศรษฐกิจทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและสร้างความร้าวฉานกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางแรงงาน แม้ว่าเธอจะไม่ได้ติดตาม แรมเซย์ แมคโดนัลด์ ไปเข้าร่วมรัฐบาลแห่งชาติ (National Government) หลังจากรัฐบาลพรรคแรงงานล่มสลายในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1931

ภาพเอกสารหรือภาพประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน
การทำงานในกระทรวงแรงงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

ชีวิตบั้นปลายและมรดกทางประวัติศาสตร์

บอนด์ฟิลด์ยังคงมีบทบาทในสหภาพแรงงาน NUGMW จนถึงปี ค.ศ. 1938 และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอได้ทำงานวิจัยและตรวจสอบข้อมูลให้กับกลุ่มสตรีด้านสวัสดิการสาธารณะ (Women's Group on Public Welfare) เพื่อช่วยเหลือสังคมในช่วงสงคราม

คำถามที่พบบ่อย

มาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ คือใคร?

เธอคือนักการเมืองพรรคแรงงานและผู้นำสหภาพแรงงานชาวอังกฤษ ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในช่วงปี ค.ศ. 1929-1931

ทำไมมาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ ถึงมีความขัดแย้งกับกลุ่มแรงงานในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี?

เนื่องจากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ เธอได้พิจารณาปรับลดสวัสดิการผู้ว่างงานเพื่อแก้ไขปัญหาการเงินของประเทศ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มแรงงานและสหภาพแรงงานที่เธอเคยเป็นผู้นำ

จุดยืนของเธอเรื่องสิทธิการเลือกตั้งของสตรีแตกต่างจากกลุ่ม Suffragists อย่างไร?

บอนด์ฟิลด์สนับสนุน 'สิทธิการเลือกตั้งสำหรับผู้ใหญ่ทุกคน' (Adult Suffrage) โดยไม่คำนึงถึงเพศหรือทรัพย์สิน ในขณะที่กลุ่ม Suffragists สายรุนแรงมักเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งให้สตรีในเงื่อนไขเดียวกับที่ผู้ชายมีในขณะนั้น ซึ่งมักจำกัดเฉพาะผู้มีทรัพย์สิน

มาร์กาเร็ต บอนด์ฟิลด์ เริ่มต้นอาชีพการทำงานอย่างไร?

เธอเริ่มต้นจากการเป็นเด็กฝึกงานในร้านขายผ้าที่เมืองโฮฟ และทำงานเป็นพนักงานขายในเมืองไบรตัน ซึ่งประสบการณ์ความลำบากในระบบ Living-in ทำให้เธอหันมาเข้าสู่เส้นทางนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงาน

เธอได้รับตำแหน่งสำคัญอะไรบ้างในสหภาพแรงงาน?

เธอเคยเป็นผู้ช่วยเลขาธิการของ NAUSAWC และต่อมาได้เป็นประธานสภา General Council ของ Trades Union Congress (TUC) ซึ่งเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้