← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติบริษัท แมเรียน เมอร์เรล ดาว และวิวัฒนาการทางยา

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้ง Marion Laboratories ในปี 1950 โดย Ewing Marion Kauffman เริ่มต้นจากธุรกิจอาหารเสริมแคลเซียมในห้องใต้ดิน
  • เป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในคดี Daubert v. Merrell Dow Pharmaceuticals ซึ่งสร้างมาตรฐานการรับฟังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในศาลสหรัฐฯ
  • มีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามนำยาธาลิโดไมด์เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ แต่ถูกระงับโดย FDA
  • เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Dow Chemical, Merrell Dow และ Marion Laboratories

แมเรียน เมอร์เรล ดาว (Marion Merrell Dow) เป็นบริษัทเภสัชกรรมสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่มีฐานการดำเนินงานในเมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี ระหว่างปี ค.ศ. 1950 ถึง 1996 โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการนำยาที่ถูกค้นพบแล้วแต่ยังไม่มีการทำตลาดโดยบริษัทอื่นมาพัฒนาและจัดจำหน่ายสู่ผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ

บริษัทได้นำยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพหลายชนิดเข้าสู่ตลาด ซึ่งรวมถึง:

  • Cardizem: ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและความดันโลหิตสูง
  • Carafate: ยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • Gaviscon: ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร
  • Nicorette: หมากฝรั่งช่วยเลิกบุหรี่
  • Cepacol: น้ำยาบ้วนปาก
  • Seldane: ยาต้านฮิสตามีน (ซึ่งถูกถอนออกจากตลาดในภายหลัง)
อาคารสำนักงานของบริษัทในแคนซัสซิตี
สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่ 9300 Ward Parkway ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ก่อตั้งอย่าง ยูวิง แมเรียน คอฟแมน (Ewing Marion Kauffman) มีความมั่งคั่งเพียงพอที่จะก่อตั้งทีมเบสบอล แคนซัสซิตี รอยัลส์ (Kansas City Royals)

วิวัฒนาการและประวัติความเป็นมา

รากฐานจาก Richardson-Merrell

ต้นกำเนิดของบริษัทสามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี ค.ศ. 1828 เมื่อ วิลเลียม เอส. เมอร์เรล (William S. Merrell) เปิดร้านขายยา Western Market Drug Store ในเมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ต่อมาได้ขยายธุรกิจสู่การขายส่งยา และหลังจากเขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1880 ลูกชายของเขาได้ก่อตั้งบริษัท William S. Merrell Chemical Company

ในช่วงทศวรรษ 1930 บริษัทได้ควบรวมกิจการกับบริษัทของ ลันส์ฟอร์ด ริชาร์ดสัน (Lunsford Richardson) กลายเป็น Richardson-Merrell ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Vicks VapoRub

กรณีศึกษาเรื่องยาธาลิโดไมด์ (Thalidomide)

เหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งของ Richardson-Merrell คือความพยายามในการนำยาธาลิโดไมด์เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ "Kevadon" ในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 ยานี้เป็นที่นิยมในยุโรปในฐานะยาระงับประสาทและยาแก้คลื่นไส้อาเจียนสำหรับผู้สูงอายุ และมีการนำไปใช้กับหญิงตั้งครรภ์แม้จะไม่มีการทดสอบอย่างเป็นทางการ

Richardson-Merrell ได้ยื่นคำขออนุมัติยาใหม่ (NDA) ต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ในปี ค.ศ. 1960 และได้แจกจ่ายยาจำนวน 2.5 ล้านเม็ดให้แก่แพทย์ชาวอเมริกัน 1,200 คน เพื่อเป็นการตลาดล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ฟรานเซส โอลด์แฮม เคลซี (Frances Oldham Kelsey) นักเภสัชวิทยาของ FDA ได้ปฏิเสธคำขออนุมัติยาหลายครั้ง เนื่องจากข้อมูลการศึกษาความเสี่ยงไม่เพียงพอ

เมื่อมีการเปิดเผยว่าเด็กกว่า 10,000 คนทั่วโลกเกิดมาพร้อมความพิการทางร่างกายอย่างรุนแรงจากการใช้ยานี้ Richardson-Merrell จึงถอนคำขอและเรียกคืนยาที่เหลือทั้งหมด ส่งผลให้มีเด็กในสหรัฐฯ เพียง 17 คนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งความเด็ดขาดของเคลซีทำให้เธอได้รับรางวัล President's Award for Distinguished Federal Civilian Service จากประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ในปี ค.ศ. 1962

การเปลี่ยนผ่านสู่ Merrell Dow และ Marion Merrell Dow

ในปี ค.ศ. 1980 Dow Chemical ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในแผนกยาของ Richardson-Merrell และเปลี่ยนชื่อเป็น Merrell Dow Pharmaceuticals ในขณะที่ส่วนที่เหลือกลายเป็น Richardson-Vicks, Inc. และถูก Procter & Gamble ซื้อกิจการในปี ค.ศ. 1985

ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 Dow Chemical ได้เข้าซื้อหุ้น 67% ของ Marion Laboratories และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Marion Merrell Dow การควบรวมครั้งนี้เป็นการรวมจุดแข็งระหว่างทีมขายที่ทรงพลังของ Marion Laboratories และความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาของ Merrell Dow

บทบาทในคดีสำคัญของศาลฎีกาสหรัฐฯ

บริษัท Merrell Dow Pharmaceuticals มีชื่อปรากฏในคดีสำคัญของศาลฎีกาสหรัฐฯ อย่างน้อยสองคดี ได้แก่:

  • Merrell Dow Pharmaceuticals Inc. v. Thompson (1986): คดีที่เกี่ยวข้องกับเขตอำนาจศาลดั้งเดิม (Original Jurisdiction)
  • Daubert v. Merrell Dow Pharmaceuticals (1993): คดีประวัติศาสตร์ที่กำหนดมาตรฐานการรับฟังพยานผู้เชี่ยวชาญและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "Daubert Standard"

ประวัติของ Marion Laboratories

ยูวิง คอฟแมน (Ewing Kauffman) ก่อตั้ง Marion Laboratories ในปี ค.ศ. 1950 เริ่มต้นจากห้องใต้ดินในบ้านของเขาด้วยเงินทุนเพียง 5,000 ดอลลาร์ โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมที่ทำจากเปลือกหอยนางรมบด คอฟแมนใช้ชื่อกลางของตนเองในการตั้งชื่อบริษัทเพื่อไม่ให้ดูเหมือนเป็นธุรกิจที่ดำเนินงานโดยคนเพียงคนเดียว

กลยุทธ์ทางธุรกิจของ Marion Laboratories คือการไม่เน้นการวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยตนเอง แต่จะใช้วิธีซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วนำมาปรับสูตรและทำตลาดใหม่ ซึ่งทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วและมีผลกำไรต่อพนักงานสูงที่สุดในบรรดาบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ในขณะนั้น

คำถามที่พบบ่อย

Marion Merrell Dow คือบริษัทอะไร?

เป็นบริษัทเภสัชกรรมของสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินงานในเมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี ระหว่างปี 1950-1996 โดยเชี่ยวชาญในการนำยาที่ถูกค้นพบแล้วมาพัฒนาและทำตลาด

คดี Daubert v. Merrell Dow Pharmaceuticals มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นคดีที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ใช้กำหนดกฎเกณฑ์ในการรับฟังพยานผู้เชี่ยวชาญและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในศาลรัฐบาลกลาง ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานทางกฎหมายที่สำคัญจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์ยาธาลิโดไมด์เกี่ยวข้องกับบริษัทนี้อย่างไร?

บริษัท Richardson-Merrell (บริษัทต้นกำเนิด) พยายามนำยาธาลิโดไมด์เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในชื่อ Kevadon แต่ถูกระงับโดย FDA ทำให้ลดจำนวนผู้ได้รับผลกระทบในสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับยุโรป

ใครคือผู้ก่อตั้ง Marion Laboratories?

ยูวิง แมเรียน คอฟแมน (Ewing Marion Kauffman) ผู้ซึ่งต่อมาได้ใช้ความมั่งคั่งจากการทำธุรกิจนี้ก่อตั้งทีมเบสบอลแคนซัสซิตี รอยัลส์

ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของบริษัทมีอะไรบ้าง?

ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ ได้แก่ Cardizem, Carafate, Gaviscon และ Nicorette