← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มาริส คูชินสคิส อดีตนายกรัฐมนตรีลัตเวีย

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลัตเวียระหว่างปี ค.ศ. 2016 ถึง 2019
  • เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกจากสหภาพเขียวและเกษตรกรนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004
  • ผลักดันงบประมาณกลาโหมของลัตเวียให้ถึง 2% ของ GDP ตามข้อกำหนดของ NATO
  • เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองวัลมีราและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาภูมิภาค

มาริส คูชินสคิส (Māris Kučinskis เกิด 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1961) เป็นนักการเมืองชาวลัตเวีย ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งลัตเวียระหว่างปี ค.ศ. 2016 ถึง 2019 โดยมีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศผ่านช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงและการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ภาพถ่ายของ มาริส คูชินสคิส
มาริส คูชินสคิส นักการเมืองชาวลัตเวีย

ชีวิตช่วงต้นและเส้นทางอาชีพ

คูชินสคิสเกิดที่เขตลิมบาจิ (Limbaži) ประเทศลัตเวีย เขาใช้ชีวิตที่นั่นจนถึงอายุ 16 ปี หลังจากจบการศึกษาระดับประถมศึกษาที่หมู่บ้านคีร์บิชิ (Ķirbiži) เขาได้ย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมศึกษา Valmiera Secondary School No. 4 ในเมืองวัลมีรา (Valmiera)

หลังจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1980 เขาเริ่มทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่แผนกการเงินของคณะกรรมการตัวแทนประชาชนเมืองวัลมีรา (The Valmiera Board of People's Deputies) และได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารในกองทัพโซเวียตระหว่างปี ค.ศ. 1981 ถึง 1984 จากนั้นเขาเข้าศึกษาในคณะการจัดการและข้อมูลทางเศรษฐกิจของมหาวิทยาลัยรัฐลัตเวีย (Latvian State University) พร้อมกับเริ่มทำงานเป็นสมุห์บัญชีที่โรงงานอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยในเมืองวัลมีราตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984

ในปี ค.ศ. 1987 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของแผนกที่พักอาศัยและสาธารณูปโภคประจำเขตของคณะกรรมการตัวแทนประชาชนเมืองวัลมีรา และในปี ค.ศ. 1991 เขาได้ก่อตั้งบริษัทเอกชน Apgāds Ltd ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการค้าวัสดุก่อสร้าง โดยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการจนถึงปี ค.ศ. 1994 และขึ้นเป็นผู้อำนวยการในช่วงปี ค.ศ. 1997 ถึง 1998

ในช่วงที่พักจากการทำกิจกรรมทางการเมืองตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2011 คูชินสคิสได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของรองผู้อำนวยการบริหารของสมาคมเมืองใหญ่แห่งลัตเวีย (Association of Greater Latvian Cities หรือ LLPA) ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมเมืองสำคัญ 9 แห่งของลัตเวีย และต่อมาเขาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำของ LLPA ตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2013 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016

เส้นทางการเมือง

นายกเทศมนตรีเมืองวัลมีรา

คูชินสคิสได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาเมืองวัลมีราครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 และดำรงตำแหน่งประธานสภาเมืองในปี ค.ศ. 1996 เขาได้รับเลือกกลับมาอีกครั้งในปี ค.ศ. 1998 และดำรงตำแหน่งประธานสภาเมืองจนถึงปี ค.ศ. 2002 นอกจากนี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1998 ถึง 2000 เขายังดำรงตำแหน่งประธานสภาเขตวัลมีรา โดยเขาได้เข้าร่วมพรรคประชาชน (People's Party) ในปี ค.ศ. 1997

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรัฐมนตรี

เขาเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร (Saeima) ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2002 ในนามพรรคประชาชน ต่อมาในรัฐบาลของนายไอการ์ส คาลวีติส (Aigars Kalvītis) คูชินสคิสได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาภูมิภาค ระหว่างปี ค.ศ. 2004 ถึง 2006

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งและดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มพรรคประชาชนในสภา ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาในนามพันธมิตรเพื่อลัตเวียที่ดี (For a Good Latvia) และในปี ค.ศ. 2011 เขาได้เข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 11 แทนที่นางอิวีตา กริกูเล (Iveta Grigule) ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรป

ในการเลือกตั้งเดือนตุลาคม ค.ศ. 2014 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 12 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาระยะยาวของรัฐสภา

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

มาริส คูชินสคิส ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
มาริส คูชินสคิส ในช่วงการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีลัตเวีย

วันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2016 ประธานาธิบดีไรมอนด์ส เวยอนิส (Raimonds Vējonis) ได้เสนอชื่อคูชินสคิสให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนที่นางไลมโดตา สตราอูมา (Laimdota Straujuma) ที่ลาออก และคณะรัฐมนตรีของเขาได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016

คูชินสคิสเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 ที่ไม่ได้มาจากพรรคเอกภาพ (Unity Party) หรือพรรคในเครือ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกจากสหภาพเขียวและเกษตรกร (Union of Greens and Farmers) นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004

นโยบายและความมั่นคง

ภายใต้การนำของคูชินสคิส ลัตเวียได้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงของ NATO ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้จ่ายงบประมาณด้านกลาโหม 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการให้ NATO เพิ่มเกณฑ์การใช้จ่ายเป็น 4% ของ GDP

นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 เขาได้สนับสนุนข้อตกลงที่ตุรกีเรียกร้องเงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันล้านยูโร เพื่อแลกกับการควบคุมผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองซีเรีย โดยเขามองว่าการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้มีกระแสผู้ลี้ภัยไหลเข้าสู่ลัตเวียอย่างไม่สามารถควบคุมได้

การเลือกตั้งปี 2018 และการพ้นจากตำแหน่ง

ในการเลือกตั้งเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018 สหภาพเขียวและเกษตรกรสูญเสียที่นั่งในสภาไป 10 ที่นั่ง ทำให้พรรคกลายเป็นกลุ่มการเมืองขนาดเล็ก และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้ ส่งผลให้คูชินสคิสถูกแทนที่โดยนายคริชยานิส คารินส์ (Krišjānis Kariņš) จากพรรคเอกภาพ ซึ่งเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2019

บทบาทหลังพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แม้จะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่คูชินสคิสยังคงได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งปี ค.ศ. 2018 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 และในเดือนเมษายน ค.ศ. 2019 เขาได้ร่วมลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายคารินส์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

คำถามที่พบบ่อย

มาริส คูชินสคิส ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลัตเวียในช่วงเวลาใด?

เขดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ถึง 23 มกราคม ค.ศ. 2019

บทบาทของคูชินสคิสในด้านความมั่นคงระหว่างประเทศคืออะไร?

เขาได้ผลักดันให้ลัตเวียใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศ 2% ของ GDP ตามข้อกำหนดของ NATO และปฏิเสธข้อเสนอของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะให้เพิ่มเป็น 4%

คูชินสคิสมาจากพรรคการเมืองใด?

เขาเป็นสมาชิกของสหภาพเขียวและเกษตรกร (Union of Greens and Farmers) และเคยเป็นสมาชิกพรรคประชาชน (People's Party)