← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แมรี เบอร์เนตตา ควินน์ แม่ชีฟรานซิสกันและนักวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นแม่ชีฟรานซิสกันชาวอเมริกันที่ควบตำแหน่งนักวิจารณ์วรรณกรรมและกวี
  • เขียนหนังสือ 5 เล่ม และมีบทความวิชาการจำนวนมากที่วิเคราะห์กวีนิพนธ์สมัยใหม่
  • มีเครือข่ายการติดต่อสื่อสารผ่านจดหมายกับกวีและนักเขียนชื่อดังระดับโลก เช่น แฟลนเนอรี โอคอนเนอร์ และเอซรา พาวนด์
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน

แมรี เบอร์เนตตา ควินน์ (Mary Bernetta Quinn, เดิมชื่อ วิโอลา โรเซลิน ควินน์; 19 กันยายน 1915 – 24 กุมภาพันธ์ 2003) เป็นแม่ชีในคณะฟรานซิสกันชาวอเมริกัน นักวิจารณ์วรรณกรรม และกวี ผู้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงศรัทธาทางศาสนากับวรรณกรรมสมัยใหม่ เธอเป็นที่รู้จักจากการเขียนหนังสือ 5 เล่ม และบทความวิชาการจำนวนมาก โดยเน้นการวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของศาสนจักรคาทอลิกกับกวีนิพนธ์สมัยใหม่ โดยเฉพาะในผลงานของนักเขียนชื่อดังอย่าง แฟลนเนอรี โอคอนเนอร์, เดนิส เลเวอร์ตอฟ, เอซรา พาวนด์, วอลเลซ สตีเวนส์ และแรนดัลล์ จาร์เรลล์ ซึ่งหลายท่านเป็นคู่สนทนาทางจดหมายของเธอด้วย

ประวัติและการศึกษา

เบอร์เนตตา ควินน์ เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1915 ที่เมืองเลกเจนีวา รัฐวิสคอนซิน โดยเป็นบุตรของ เอลเลน เอ็ม. ฟอแรน ควินน์ ชาวไอริช และเบอร์นาร์ด แฟรงคลิน ควินน์ ชาววิสคอนซิน ในปี 1934 เธอเข้าสู่คณะซิสเตอร์ฟรานซิสกันแห่งสมาคมพระแม่แห่งลูร์ด (Franciscan Sisters of the Congregation of Our Lady of Lourdes) ณ เซนต์ฟรานซิสพาริช เมืองเลกเจนีวา และได้ปฏิญาณตนเป็นครั้งแรกในปี 1937

ด้านการศึกษา ควินน์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาภาษาอังกฤษจากวิทยาลัยเซนต์เทเรซา (College of Saint Teresa) ในเมืองวิโนนา รัฐมินนิโซตา ในปี 1942 จากนั้นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งอเมริกา (Catholic University of America) ในวอชิงตัน ดี.ซี. ในปี 1944 และได้รับปริญญาเอกสาขาภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin–Madison) ในปี 1952 โดยวิทยานิพนธ์ของเธอได้รับการตีพิมพ์บางส่วนในวารสาร The Sewanee Review นอกจากนี้เธอยังได้ศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนฤดูร้อนนานาชาติเยตส์ (International Yeats Summer School) ในเมืองสลิโก ประเทศไอร์แลนด์

เส้นทางอาชีพ

การสอน

ควินน์เริ่มต้นอาชีพการสอนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในชิคาโก และรัฐมินนิโซตา ต่อมาในปี 1954 เธอได้เข้าร่วมเป็นอาจารย์ในภาควิชาภาษาอังกฤษของวิทยาลัยเซนต์เทเรซา จนถึงปี 1967 นอกจากนี้เธอยังมีความสนใจในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยสำหรับคนผิวดำ (HBCUs) โดยได้ไปสอนที่มหาวิทยาลัยอัลเลน (Allen University) ในเซาท์แคโรไลนา และมหาวิทยาลัยนอร์ฟอล์กสเตต (Norfolk State University) ในเวอร์จิเนีย

ในระดับนานาชาติ เธอได้ไปสอนที่ประเทศญี่ปุ่นในสองวิทยาเขต ได้แก่ มหาวิทยาลัยเซเครดฮาร์ท (University of the Sacred Heart) และมหาวิทยาลัยเมจิ กาคุอิน (Meiji Gakuin University) รวมถึงการเป็นศาสตราจารย์รับเชิญที่มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งอเมริกา, มหาวิทยาลัยบัฟฟาโล, วิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์สเพรสไบทีเรียน และวิทยาลัยเซียนา

ผลงานกวีนิพนธ์และวรรณกรรม

ควินน์เขียนบทกวีตลอดชีวิต โดยเริ่มตีพิมพ์ผลงานในช่วงทศวรรษ 1940 ผลงานของเธอได้รับคำชมจาก แฟลนเนอรี โอคอนเนอร์ นักเขียนคาทอลิกชื่อดัง ซึ่งยกย่องว่าเธอเป็น "ซิสเตอร์ที่มินนิอาโพลิสที่เขียนบทกวีได้ดีมาก"

เธอตีพิมพ์หนังสือทั้งหมด 5 เล่ม ได้แก่:

  • Motive and Method in the Cantos of Ezra Pound (1953) - เขียนร่วมกับ ฮิวจ์ เคนเนอร์, กาย ดาวเวนพอร์ต และฟอร์เรสต์ รีด
  • The Metamorphic Tradition in Modern Poetry (1955)
  • Give Me Souls: A Life of Raphael Cardinal Merry del Val (1958)
  • To God Alone the Glory: A Life of St. Bonaventure (1962)
  • Ezra Pound: An Introduction to the Poetry (1972)

หลังจากเกษียณอายุ เธอได้ตีพิมพ์รวมบทกวีชื่อ --dancing in stillness ในปี 1983 นอกจากนี้เธอยังได้รับทุนสนับสนุนจาก National Endowment for the Humanities และ National Endowment for the Arts รวมถึงได้รับสิทธิ์พำนักในฐานะศิลปินที่ Yaddo, Bellagio Center และ MacDowell Colony

การติดต่อสื่อสารกับบุคคลสำคัญทางวรรณกรรม

จุดเด่นประการหนึ่งในชีวิตของควินน์คือการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านจดหมายกับนักเขียนและกวีระดับโลกจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงเครือข่ายทางปัญญาที่กว้างขวางของเธอ บุคคลที่เธอติดต่อด้วย ได้แก่:

  • นักเขียนและกวี: แฟลนเนอรี โอคอนเนอร์, เดนิส เลเวอร์ตอฟ, โรเบิร์ต โลเวลล์, เซมัส ฮีลนีย์, วอลเลซ สตีเวนส์, และริชาร์ด วิลเบอร์
  • นักเขียนนวนิยาย: โรเบิร์ต เพนน์ วอร์เรน, แคโรไลน์ กอร์ดอน และดอริส เบตต์ส
  • บุคคลอื่น ๆ: กาย ดาวเวนพอร์ต (นักเขียนและจิตรกร), แมรี เดอ ราเชวิลท์ซ (บุตรสาวของเอซรา พาวนด์) และโดนัลด์ เดวิดสัน (นักปรัชญา)

เอกสารและจดหมายเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุด Beinecke Rare Book and Manuscript Library ของมหาวิทยาลัยเยล และห้องสมุด Wilson Special Collections ของมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาที่แชปเพิลฮิลล์ (UNC-Chapel Hill)

บั้นปลายชีวิต

ในปี 1983 ควินน์เกษียณอายุและย้ายไปอยู่ที่ Assisi Heights ในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐมินนิโซตา เธอฉลองครบรอบ 60 ปี (Diamond Jubilee) ในการเป็นนักบวชฟรานซิสกันในปี 1997 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2003 โดยทิ้งร่างต้นฉบับที่ยังเขียนไม่เสร็จของหนังสือสำหรับเด็กเรื่อง Pilgrimage to the Stars ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Divine Comedy ของดันเต ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่ UNC-Chapel Hill

คำถามที่พบบ่อย

แมรี เบอร์เนตตา ควินน์ คือใคร?

เธอเป็นแม่ชีในคณะฟรานซิสกันชาวอเมริกัน นักวิจารณ์วรรณกรรม และกวี ผู้เชี่ยวชาญด้านกวีนิพนธ์สมัยใหม่และมีสายสัมพันธ์กับนักเขียนชื่อดังหลายท่าน

ผลงานเขียนที่สำคัญของเธอมีอะไรบ้าง?

เธอตีพิมพ์หนังสือ 5 เล่ม โดยเน้นที่การวิเคราะห์ผลงานของ เอซรา พาวนด์ และกวีนิพนธ์สมัยใหม่ รวมถึงรวมบทกวีของตนเองชื่อ --dancing in stillness

เธอมีความสัมพันธ์กับนักเขียนคนใดบ้าง?

เธอมีจดหมายโต้ตอบกับบุคคลสำคัญทางวรรณกรรมมากมาย เช่น แฟลนเนอรี โอคอนเนอร์, โรเบิร์ต โลเวลล์, และเซมัส ฮีลนีย์

เอกสารส่วนตัวของเธอถูกเก็บรักษาไว้ที่ไหน?

จดหมายและเอกสารของเธอถูกเก็บรักษาไว้ที่มหาวิทยาลัยเยล (Beinecke Library) และมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาที่แชปเพิลฮิลล์ (UNC-Chapel Hill)