← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน นักประวัติศาสตร์และนักเขียนผู้บันทึกชีวิตชาวอินเดียนแดง

สรุปใจความสำคัญ

  • แมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน เป็นนักเขียนและนักประวัติศาสตร์ที่บันทึกชีวิตและตำนานของชาวซู (Sioux) ในรัฐมินนิโซตา
  • ผลงานเรื่อง Aunt Phillis's Cabin เขียนขึ้นเพื่อโต้ตอบและปกป้องระบบทาสในภาคใต้ของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้หนังสือ Uncle Tom's Cabin
  • เธอเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองจากผู้สนับสนุนระบบทาสมาเป็นผู้สนับสนุนฝ่ายสหภาพ (Unionist) ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา

แมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน (24 กุมภาพันธ์ 1818 – 24 กุมภาพันธ์ 1887) เป็นนักประวัติศาสตร์และนักเขียนนวนิยายชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงจากการเขียนผลงานเกี่ยวกับชีวิตของชาวอินเดียนแดงในอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะชาวซู (Sioux) นอกจากนี้เธอยังเป็นบุคคลที่มีบทบาทในการโต้ตอบทางวรรณกรรมเกี่ยวกับประเด็นการมีทาสในสหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนสงครามกลางเมือง

ภาพพอร์ตเทรตของแมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน
แมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน

ประวัติส่วนตัว

แมรี เฮนเดอร์สัน เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1818 ที่เมืองวอร์เรนตัน รัฐเวอร์จิเนีย เป็นบุตรสาวของ โทมัส เฮนเดอร์สัน แพทย์ และแอนนา มาเรีย ทรัคสตัน เธอเติบโตมาในสังคมที่มีการถือครองทาสในรัฐเวอร์จิเนีย และได้รับการศึกษาในวอชิงตัน ดี.ซี. หลังจากครอบครัวย้ายถิ่นฐานไปที่นั่น

ในปี 1835 แมรีได้แต่งงานกับ เซธ อีสต์แมน (Seth Eastman) ซึ่งเป็นนายทหารและจิตรกรผู้มีชื่อเสียง เซธเคยมีภรรยาชาวอินเดียนแดงชื่อ วาคา งินาจิน วิง (Wakháŋ Inážiŋ Wiŋ) ซึ่งเป็นบุตรสาวของหัวหน้าเผ่าซันที ดาโกตา (Santee Dakota) ก่อนที่จะแต่งงานกับแมรี

การใช้ชีวิตที่ป้อมสนเนลลิง (Fort Snelling)

ในปี 1841 แมรีได้ติดตามสามีไปประจำการที่ป้อมสนเนลลิง (ปัจจุบันอยู่ในรัฐมินนิโซตา) ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้เธอได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวอินเดียนแดงอย่างใกล้ชิด เธอได้เรียนรู้ภาษาซูเพื่อศึกษาและบันทึกขนบธรรมเนียมและตำนานของชาวซู ซึ่งนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานเขียนชิ้นสำคัญของเธอ

ผลงานทางวรรณกรรม

การบันทึกวัฒนธรรมชาวซู

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งของเธอคือ Dahcotah; Or, Life and Legends of the Sioux Around Fort Snelling (1849) ซึ่งเป็นการบันทึกชีวิตและตำนานของชาวซู โดยอ้างอิงจากคำบอกเล่าของหญิงผู้รักษาโรคชาวซูที่ชื่อว่า เช็คเกอร์ด คลาวด์ (Chequered Cloud) หนังสือเล่มนี้ได้รับคำชื่นย่องว่ามีอิทธิพลต่อผลงาน The Song of Hiawatha ของ เฮนรี วอดส์เวิร์ธ ลองเฟลโลว์

นอกจากนี้ แมรียังเขียนหนังสือหลายเล่มที่วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติต่อชาวอินเดียนแดงโดยคนผิวขาว ทั้งในด้านการทหารและมิชชันนารี เช่นในหนังสือ Chicora and Other Regions of the Conquerors and the Conquered (1854)

การโต้ตอบเรื่องการมีทาส

ในช่วงก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกา แมรีได้เขียนนวนิยายเรื่อง Aunt Phillis's Cabin; Or, Southern Life As It Is (1852) เพื่อตอบโต้หนังสือ Uncle Tom's Cabin ของ แฮร์เรียต บีเชอร์ สโตว์ โดยในเรื่องนี้แมรีพยายามปกป้องสังคมการถือครองทาสในภาคใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เธอได้รับชื่อเสียงและยอดขายถล่มทลายในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา แมรีได้เปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองและกลายเป็นผู้สนับสนุนฝ่ายสหภาพ (Unionist) ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากสามีและลูกชายของเธอที่ร่วมรบในสงครามกลางเมือง โดยในปี 1864 เธอได้เขียนหนังสือ Jennie Wade of Gettysburg เพื่อยกย่องวีรสตรีของฝ่ายสหภาพ

บทสรุป

แมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1887 ในวอชิงตัน ดี.ซี. และถูกฝังที่สุสานโอ๊คฮิลล์ (Oak Hill Cemetery) ผลงานของเธอสะท้อนถึงความซับซ้อนของทัศนคติทางสังคมและวัฒนธรรมในสหรัฐอเมริกายุคศตวรรษที่ 19

คำถามที่พบบ่อย

แมรี เฮนเดอร์สัน อีสต์แมน มีชื่อเสียงจากผลงานด้านใดมากที่สุด?

เธอมีชื่อเสียงจากการบันทึกวัฒนธรรมและตำนานของชาวอินเดียนแดงเผ่าซู (Sioux) และการเขียนนวนิยายโต้ตอบประเด็นการมีทาสในสหรัฐอเมริกา

หนังสือเรื่อง Aunt Phillis's Cabin มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นหนึ่งในนวนิยาย 'Anti-Tom' ที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์มากที่สุด ซึ่งเขียนขึ้นเพื่อโต้ตอบแนวคิดต่อต้านการมีทาสในหนังสือ Uncle Tom's Cabin ของแฮร์เรียต บีเชอร์ สโตว์

ทำไมแมรีจึงสนใจศึกษาวัฒนธรรมชาวอินเดียนแดง?

เพราะเธอได้ติดตามสามีซึ่งเป็นนายทหารไปประจำการที่ป้อมสนเนลลิงในรัฐมินนิโซตา ทำให้เธอมีโอกาสได้เรียนรู้ภาษาและสัมผัสวิถีชีวิตของชาวซูอย่างใกล้ชิด