เมดเลอร์ ม้าแข่งพันธุ์เธอร์โรเบรดผู้สร้างชื่อในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นม้าแข่งพันธุ์เธอร์โรเบรดชาวอังกฤษที่ชนะการแข่งขันทุกนัดที่ลงสนามในช่วงอายุ 2 ปี
- เป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาในปี 1904 และ 1906
- มีลูกสาวชื่อ ทันย่า (Tanya) ซึ่งเป็นม้าตัวเมียตัวที่สองในประวัติศาสตร์ที่ชนะเลิศ Belmont Stakes
- เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1916 ขณะอายุ 26 ปี
เมดเลอร์ (Meddler) (ค.ศ. 1890–1916) เป็นม้าแข่งพันธุ์เธอร์โรเบรด (Thoroughbred) ชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มต้นจากการเป็นม้าสองปีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตัวหนึ่งในอังกฤษ ก่อนจะถูกขายไปยังสหรัฐอเมริกาและก้าวขึ้นเป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำของประเทศในเวลาต่อมา
ภูมิหลังและสายเลือด
เมดเลอร์ถูกผสมพันธุ์และเลี้ยงโดย จอร์จ แบร์ด (George Baird) โดยมีสายเลือดที่ยอดเยี่ยมจากทั้งฝั่งพ่อและแม่ ดังนี้:
- พ่อ (Sire): เซนต์ กาเทียน (St. Gatien) ซึ่งเป็นม้าที่เคยครองตำแหน่งร่วมชนะเลิศในการแข่ง Epsom Derby ปี 1884 และชนะเลิศการแข่ง Ascot Gold Cup ปี 1885
- แม่ (Dam): บิซี่บอดี้ (Busybody) ม้าตัวเมียที่สร้างผลงานโดดเด่นด้วยการชนะเลิศการแข่ง Epsom Oaks และ 1000 Guineas Stakes ในปี 1884
เส้นทางการแข่งขันในอังกฤษ
ในช่วงอายุสองปี เมดเลอร์สามารถเอาชนะการแข่งขันได้ทั้ง 3 ครั้งที่ลงสนาม ซึ่งทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นม้าหนุ่มที่เก่งที่สุดในรุ่น รองจากไอซิงกลาส (Isinglass) เท่านั้น ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการชนะเลิศรายการ Dewhurst Stakes ที่นิวแมร์เก็ต เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม โดยเขาสามารถนำโด่งตลอดเส้นทางและเอาชนะ เรบอร์น (Raeburn) ไปได้อย่างเฉียดฉิวเพียงครึ่งช่วงตัว
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการแข่งขันในอังกฤษของเมดเลอร์ต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันเนื่องจากกฎการแข่งม้าของอังกฤษในสมัยนั้น เมื่อเจ้าของคือ จอร์จ อเล็กซานเดอร์ แบร์ด เสียชีวิตลง การจองสนามแข่งทั้งหมดของเมดเลอร์จึงถือเป็นโมฆะ ส่งผลให้เขาไม่สามารถลงแข่งขันในรายการ Classic Races สำหรับม้าอายุสามปีได้
การย้ายสู่สหรัฐอเมริกาและบทบาทพ่อพันธุ์
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมดเลอร์ถูกขายให้กับ วิลเลียม เอช. ฟอร์บส์ (William H. Forbes) ชาวอเมริกันในราคา 76,000 ดอลลาร์ และถูกนำเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในปี 1893 เพื่อประจำการที่ Neponset Stud ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ต่อมาในปี 1894 หลังจากฟอร์บส์เสียชีวิต เมดเลอร์ถูกซื้อโดย วิลเลียม คอลลินส์ วิตนีย์ (William Collins Whitney) และย้ายไปประจำการที่ La Belle Stud ในเมืองเลกซิงตัน รัฐเคนทักกี
ความสำเร็จในฐานะพ่อพันธุ์
เมดเลอร์ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะพ่อพันธุ์ โดยขึ้นเป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาในปี 1904 และ 1906 ลูกม้าที่เกิดจากเขามีผลงานโดดเด่นหลายตัว เช่น:
- ทันย่า (Tanya): ลูกสาวของเมดเลอร์ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นม้าตัวเมียตัวที่สองที่สามารถชนะเลิศรายการ Belmont Stakes ในปี 1905
- โก บีทวีน (Go Between): ลูกชายที่ชนะเลิศรายการ Suburban Handicap และได้รับการยกย่องย้อนหลังให้เป็นแชมป์ม้าตัวผู้รุ่นใหญ่ของอเมริกา (American Champion Older Male Horse) ในปี 1906
- รอยัล ทัวริสต์ (Royal Tourist): หลานชายของเมดเลอร์ที่ชนะเลิศรายการ Preakness Stakes ในปี 1908 และสร้างสถิติโลกในการแข่งทางดินในรายการ Winters Handicap
นอกจากนี้ เมดเลอร์ยังเป็นพ่อของแม่ม้า (Dam sire) ให้กับม้าชื่อดังอย่าง โจเรน (Johren) แชมป์ม้าแห่งปีของอเมริกาปี 1918 และ เกรย์ แล็ก (Grey Lag) แชมป์ม้าแห่งปีปี 1921 ซึ่งได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศการแข่งม้าของสหรัฐอเมริกา (U.S. Racing Hall of Fame)
ช่วงปลายชีวิต
ต่อมา แคลเรนซ์ แมคเคย์ (Clarence Mackay) ได้ซื้อเมดเลอร์ในราคา 51,000 ดอลลาร์ จากการขายทอดตลาดม้าของวิลเลียม คอลลินส์ วิตนีย์ โดยแมคเคย์ได้นำเขาไปประจำการที่ Silverbrook Farm ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ และต่อมาที่ Kingston Farm ในรัฐเคนทักกี ก่อนที่เมดเลอร์จะถูกส่งไปยังสถานประกอบการผสมพันธุ์ม้าในประเทศฝรั่งเศส และเสียชีวิตที่นั่นเมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1916 ขณะมีอายุได้ 26 ปี
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเมดเลอร์ถึงไม่ได้แข่งรายการ Classic Races ในอังกฤษ?
เนื่องจากกฎการแข่งม้าของอังกฤษในขณะนั้น เมื่อเจ้าของม้า (จอร์จ อเล็กซานเดอร์ แบร์ด) เสียชีวิต การจองสนามแข่งทั้งหมดของม้าตัวนั้นจะถือเป็นโมฆะ เมดเลอร์จึงพลาดโอกาสในการแข่งขันรายการสำคัญสำหรับม้าอายุสามปี
เมดเลอร์ประสบความสำเร็จในฐานะพ่อพันธุ์ในประเทศใดบ้าง?
เมดเลอร์ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นเป็นพ่อพันธุ์ชั้นนำของประเทศในปี 1904 และ 1906
ลูกม้าตัวใดของเมดเลอร์ที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุด?
ลูกม้าที่โดดเด่น ได้แก่ ทันย่า (Tanya) ที่ชนะ Belmont Stakes และ โก บีทวีน (Go Between) ที่ชนะ Suburban Handicap และเป็นแชมป์ม้าตัวผู้รุ่นใหญ่ของอเมริกา
