← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ไมเคิล เบิร์นส์ (Michael Burns) ผู้บริหารระดับสูงแห่ง Lionsgate

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งรองประธาน (Vice Chairman) ของ Lionsgate มาตั้งแต่ปี 2000
  • มีบทบาทสำคัญในการนำ Lionsgate เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ในปี 2004
  • เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Novica.com และ Hollywood Stock Exchange
  • ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของ STARZ หลังจากแยกตัวจาก Lionsgate ในปี 2025

ไมเคิล เบิร์นส์ (Michael Burns) เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1958 เป็นผู้บริหารด้านความบันเทิงชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ Lionsgate เติบโตจากสตูดิโออิสระขนาดเล็กกลายเป็นบริษัทความบันเทิงระดับโลกที่หลากหลาย

Michael R. Burns
ไมเคิล เบิร์นส์ ผู้บริหารระดับสูงของ Lionsgate

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

เบิร์นส์เกิดในครอบครัวชาวไอริช-อเมริกันนิกายโรมันคาทอลิกที่เมืองลองแบรนช์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ บิดาของเขาเป็นผู้บริหารด้านการโฆษณาและเป็นทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองนิวคานาน รัฐคอนเนตทิคัต

ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (B.S.) จาก มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตท (Arizona State University) ในปี 1980 และได้รับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (M.B.A.) จาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ในปี 1992

เส้นทางอาชีพและการก้าวสู่ Lionsgate

เบิร์นส์เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นตัวแทนฝ่ายขายของ IBM ก่อนจะเข้าสู่โลกการเงิน โดยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการจัดการและหัวหน้าสำนักงานการธนาคารเพื่อการลงทุนของ Prudential Securities Inc. ในลอสแอนเจลิส ระหว่างปี 1991 ถึง 2000 นอกจากนี้เขายังมีประสบการณ์เป็นผู้บริหารในวอลล์สตรีทนานถึง 18 ปี โดยเคยร่วมงานกับ Shearson/American Express

การสร้างอาณาจักร Lionsgate

ในปี 1999 เบิร์นส์ได้รับเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ Lionsgate และได้ร่วมกับ Jon Feltheimer ในการจัดหาเงินทุนสนับสนุนจำนวน 33 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเบิร์นส์ดำรงตำแหน่งรองประธาน (Vice Chairman) ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2000

ภายใต้การนำของเขา Lionsgate ได้สร้างผลงานภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งในด้านคำวิจารณ์และรายได้ เช่น:

  • Monster's Ball: ส่งให้ Halle Berry คว้าออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
  • Crash: คว้ารางวัลออสการ์ 3 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • Saw: กลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์สยองขวัญที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล
  • The Hunger Games และ John Wick: แฟรนไชส์ระดับโลกที่สร้างรายได้มหาศาล

นอกจากภาพยนตร์แล้ว Lionsgate ยังขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจโทรทัศน์ โดยผลิตซีรีส์ชื่อดังอย่าง Mad Men, Orange is the New Black และ Power รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ STARZ ในปี 2016 ด้วยมูลค่า 4.4 พันล้านดอลลาร์

บทบาทปัจจุบันและกิจกรรมอื่นๆ

ในเดือนพฤษภาคม 2025 ธุรกิจสตูดิโอของ Lionsgate และธุรกิจสตรีมมิ่ง STARZ ได้แยกตัวออกจากกันเป็นสองบริษัทมหาชน โดยเบิร์นส์ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (non-Executive Chairman) ของคณะกรรมการ STARZ และยังคงดำรงตำแหน่งรองประธานของ Lionsgate ต่อไป

นอกเหนือจากงานบริหาร เบิร์นส์ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Novica.com และ Hollywood Stock Exchange รวมถึงเป็นกรรมการอิสระของ Hasbro, Inc. และสมาชิกของ Academy of Motion Picture Arts & Sciences

ชีวิตส่วนตัว

ไมเคิล เบิร์นส์ เคยสมรสกับนักแสดงสาว Lori Loughlin ในปี 1989 และหย่าร้างในปี 1996 ต่อมาเขาแต่งงานกับนักแสดงสาว Pell James ในปี 2006 และหย่าร้างในปี 2025 เขามีบุตรชาย 3 คน และมีบุตรสาวกับ Annabelle Dunne ซึ่งเป็นคู่ครองและผู้กำกับภาพยนตร์

คำถามที่พบบ่อย

ไมเคิล เบิร์นส์ มีบทบาทอย่างไรใน Lionsgate?

เขาเป็นรองประธาน (Vice Chairman) ที่ช่วยผลักดันให้ Lionsgate เติบโตจากสตูดิโออิสระขนาดเล็กสู่บริษัทความบันเทิงระดับโลก และมีส่วนสำคัญในการจัดหาเงินทุนและการขยายกิจการ

ภาพยนตร์เรื่องใดบ้างที่ประสบความสำเร็จภายใต้การบริหารของเขา?

ผลงานเด่น ได้แก่ แฟรนไชส์ Saw, The Hunger Games, John Wick รวมถึงภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์อย่าง Crash และ Monster's Ball

ปัจจุบันไมเคิล เบิร์นส์ ดำรงตำแหน่งอะไรบ้าง?

เขาดำรงตำแหน่งรองประธานของ Lionsgate และประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (non-Executive Chairman) ของ STARZ