มิเชล บาร์นิเยร์ อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสและนักการทูตสหภาพยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม ค.ศ. 2024
- เป็นบุคคลที่อายุมากที่สุดที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยสาธารณรัฐที่ 5 ของฝรั่งเศส
- เป็นหัวหน้าผู้เจรจาของสหภาพยุโรปในการเจรจา Brexit ระหว่างปี ค.ศ. 2016 ถึง 2021
- เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลฝรั่งเศสหลายกระทรวง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเกษตร
มิเชล บาร์นิเยร์ (Michel Barnier; เกิด 9 มกราคม ค.ศ. 1951) เป็นนักการเมืองชาวฝรั่งเศส ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งฝรั่งเศสในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม ค.ศ. 2024 บาร์นิเยร์เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองสายเนโอ-โกลลิสต์ (Neo-Gaullist) หลายพรรค เช่น UDR, RPR, UMP และ LR โดยมีประสบการณ์การทำงานในรัฐบาลฝรั่งเศสหลายสมัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 ถึง 2009
ในระดับนานาชาติ บาร์นิเยร์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะหัวหน้าผู้เจรจาของสหภาพยุโรป (EU) ในการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ระหว่างปี ค.ศ. 2016 ถึง 2021 นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งกรรมาธิการยุโรปด้านนโยบายภูมิภาค (ค.ศ. 1999–2004) และกรรมาธิการยุโรปด้านตลาดภายในและบริการ (ค.ศ. 2010–2014)

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ค.ศ. 2024)
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ได้แต่งตั้งบาร์นิเยร์ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกันยายน ค.ศ. 2024 ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบกะทันหัน โดยในขณะที่เข้ารับตำแหน่ง บาร์นิเยร์มีอายุ 73 ปี ซึ่งทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่อายุมากที่สุดที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้สาธารณรัฐที่ 5 ของฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม วาระการดำรงตำแหน่งของเขาเป็นช่วงเวลาที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์สาธารณรัฐที่ 5 โดยรัฐบาลของเขาถูกลงมติไม่ไว้วางใจโดยรัฐสภาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ส่งผลให้บาร์นิเยร์และคณะรัฐมนตรีต้องลาออกในวันถัดมา และถูกแทนที่โดยฟรองซัวส์ บายรู ในวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2025 เขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้งที่ 2 ของกรุงปารีส
ประวัติและการศึกษา
มิเชล บาร์นิเยร์ เกิดที่เมืองลา ทรอนช์ (La Tronche) ในเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส ในครอบครัวสายโกลลิสต์ บิดาของเขาเป็นช่างฝีมือด้านหนังและสิ่งทอ ส่วนมารดาเป็นสมาชิกฝ่ายซ้ายคริสเตียนและผู้ก่อตั้งสาขาท้องถิ่นของสันนิบาตต่อต้านความรุนแรงบนท้องถนน (Ligue contre la violence routière)
บาร์นิเยร์สำเร็จการศึกษาจาก École Supérieure de Commerce de Paris (ESCP) ในปี ค.ศ. 1972 โดยในช่วงระหว่างการศึกษา เขาเป็นสมาชิกของ Conférence Olivaint ซึ่งเป็นองค์กรนักศึกษาที่เตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตทางการเมือง
เส้นทางการเมืองในระดับชาติและยุโรป
บทบาทในฝรั่งเศส
บาร์นิเยร์เริ่มเข้าสู่การเมืองโดยการเป็นเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต่างๆ ของรัฐมนตรีสายโกลลิสต์ในช่วงทศวรรษ 1970 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดซาวัว (Savoie) ในปี ค.ศ. 1978 ขณะมีอายุ 27 ปี ในนามพรรค RPR
เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลฝรั่งเศสหลายตำแหน่ง ได้แก่:
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม (เริ่มปี ค.ศ. 1993)
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรป (ค.ศ. 1995–1997)
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ค.ศ. 2004–2005)
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร (ค.ศ. 2007)
บทบาทในสหภาพยุโรป
บาร์นิเยร์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของสหภาพยุโรป โดยเคยเป็นกรรมาธิการยุโรปด้านนโยบายภูมิภาค และต่อมาเป็นกรรมาธิการด้านตลาดภายในและบริการ ซึ่งเขามีบทบาทในการปฏิรูประบบธนาคารของยุโรปและผลักดันกฎระเบียบตลาดเดียวที่มีประสิทธิภาพ
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้เจรจาของสหภาพยุโรปในการเจรจา Brexit (ค.ศ. 2016–2021) ซึ่งเขาต้องรับหน้าที่ประสานงานระหว่างรัฐสมาชิก EU 27 ประเทศ เพื่อหาข้อตกลงในการถอนตัวของสหราชอาณาจักรที่ชัดเจนและเป็นธรรม
แนวคิดทางการเมือง
บาร์นิเยร์เป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมโกลลิสต์ที่สนับสนุนสหภาพยุโรป (Pro-European) เขามีจุดยืนที่เข้มงวดในเรื่องการควบคุมการย้ายถิ่นฐานจากนอกยุโรป การเพิ่มจำนวนเรือนจำ และการนำโทษจำคุกขั้นต่ำมาใช้กับอาชญากรรมบางประเภท
คำถามที่พบบ่อย
มิเชล บาร์นิเยร์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรใน Brexit?
เขาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้เจรจาของสหภาพยุโรป (EU) ระหว่างปี ค.ศ. 2016 ถึง 2021 โดยมีหน้าที่เจรจาเงื่อนไขการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป
ทำไมรัฐบาลของมิเชล บาร์นิเยร์ จึงสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว?
รัฐบาลของเขาถูกลงมติไม่ไว้วางใจโดยรัฐสภาฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ทำให้เขาและคณะรัฐมนตรีต้องลาออก
มิเชล บาร์นิเยร์ มีแนวคิดทางการเมืองแบบใด?
เขาเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมโกลลิสต์ (Gaullist conservative) ที่สนับสนุนสหภาพยุโรป และมีจุดยืนเข้มงวดเรื่องการย้ายถิ่นฐานและกฎหมายอาญา
