← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ไมโครซอฟท์ 365 ระบบซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานและบริการคลาวด์ครบวงจร

สรุปใจความสำคัญ

  • Microsoft 365 เปลี่ยนชื่อมาจาก Office 365 เพื่อสะท้อนการรวมบริการที่มากกว่าแค่ซอฟต์แวร์สำนักงาน
  • เป็นบริการในรูปแบบการสมัครสมาชิก (Subscription) ที่มีการอัปเดตฟีเจอร์อย่างต่อเนื่อง
  • รวมซอฟต์แวร์หลักอย่าง Word, Excel, PowerPoint เข้ากับบริการคลาวด์ เช่น OneDrive, Teams และ Outlook
  • รองรับการใช้งานข้ามแพลตฟอร์มทั้ง Windows, macOS, iOS และ Android

ไมโครซอฟท์ 365 (Microsoft 365) หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ Office 365 คือตระกูลผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity Software) และบริการบนระบบคลาวด์ที่ครอบคลุมทั้งการสร้างสรรค์เอกสาร การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน ซึ่งพัฒนาและดูแลโดยบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft)

ระบบนี้เป็นการรวมตัวกันของบริการออนไลน์ เช่น Outlook.com, OneDrive และ Microsoft Teams เข้ากับโปรแกรมประยุกต์ที่เคยถูกจำหน่ายภายใต้ชื่อ Microsoft Office (เช่น Word, Excel, PowerPoint และ Outlook) ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, อุปกรณ์พกพา และผ่านเว็บเบราว์เซอร์ นอกจากนี้ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เช่น Exchange Server, SharePoint และ Viva Engage

โลโก้ Microsoft 365
Microsoft 365 เป็นแพลตฟอร์มที่รวมซอฟต์แวร์สำนักงานและบริการคลาวด์เข้าด้วยกัน

วิวัฒนาการและการเปลี่ยนชื่อแบรนด์

ไมโครซอฟท์เริ่มนำเสนอแบรนด์ Office 365 ในปี 2010 เพื่อเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ในรูปแบบการบริการ (Software as a Service - SaaS) สำหรับตลาดองค์กร โดยเน้นการให้บริการโฮสต์ เช่น Exchange, SharePoint และ Lync Server รวมถึงการใช้งาน Office ผ่านเว็บ

ต่อมาเมื่อมีการเปิดตัว Office 2013 ไมโครซอฟท์ได้ผลักดันให้บริการนี้เป็นโมเดลหลักในการจัดจำหน่ายชุดซอฟต์แวร์ Office โดยเพิ่มแผนการใช้งานสำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่เชื่อมต่อกับ OneDrive และ Skype พร้อมเน้นย้ำถึงการอัปเดตฟีเจอร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากใบอนุญาตแบบซื้อขาด (Perpetual License) ที่ผู้ใช้ต้องซื้อเวอร์ชันใหม่เพื่อให้ได้ฟีเจอร์ล่าสุด

ในเดือนกรกฎาคม 2017 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวแบรนด์ Microsoft 365 สำหรับตลาดองค์กร โดยเป็นการรวม Office 365 เข้ากับใบอนุญาต Windows 10 Enterprise และผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยและการจัดการอุปกรณ์บนคลาวด์ จนกระทั่งในวันที่ 21 เมษายน 2020 ไมโครซอฟท์ได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ Office 365 เป็น Microsoft 365 ทั้งหมด เพื่อสะท้อนว่าบริการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ซอฟต์แวร์ Office แต่ยังรวมถึงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนคลาวด์และฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกด้วย

นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคม 2022 ไมโครซอฟท์ประกาศยกเลิกการใช้แบรนด์ "Microsoft Office" สำหรับบริการส่วนใหญ่ภายในเดือนมกราคม 2023 โดยเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Microsoft 365 แทน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงจำหน่ายชุดซอฟต์แวร์แบบซื้อขาดภายใต้ชื่อ Microsoft Office ต่อไป

ประวัติการพัฒนาในยุคเริ่มต้น

หน้าจอการใช้งาน Office 365 ยุคแรก
การพัฒนา Office 365 ในช่วงเริ่มต้นเน้นการรวมบริการออนไลน์เพื่อแข่งขันกับ Google Workspace

การเปิดตัว Office 365

Microsoft ประกาศเปิดตัว Office 365 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2010 โดยเริ่มจากช่วง Beta ส่วนตัวสำหรับบางองค์กร ก่อนจะเปิด Beta สาธารณะในวันที่ 18 เมษายน 2011 และเปิดใช้งานทั่วไปในวันที่ 28 มิถุนายน 2011 โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้ในระดับองค์กร

การออกแบบ Office 365 มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมบริการออนไลน์ที่มีอยู่เดิม (เช่น Business Productivity Online Suite) ให้กลายเป็นบริการคลาวด์ที่ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อแข่งขันกับ Google Workspace โดยรวมเอา Exchange Server (อีเมล), SharePoint (เครือข่ายสังคมภายในและการทำงานร่วมกัน) และ Lync (การสื่อสารและ VoIP) เข้าไว้ด้วยกัน

การขยายตัวสู่ผู้บริโภคทั่วไป

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Office 365 เวอร์ชันอัปเดต ซึ่งขยายแผนการใช้งานให้ครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภทและผู้บริโภคทั่วไป โดยมีการนำ OneDrive เข้ามาเป็นฟีเจอร์หลักในการเชื่อมต่อข้อมูล

  • แผนสำหรับบ้าน (Home Premium): ให้สิทธิ์เข้าถึงชุดซอฟต์แวร์ Office 2013 สำหรับคอมพิวเตอร์สูงสุด 5 เครื่อง พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล OneDrive และการโทรผ่าน Skype
  • แผนสำหรับมหาวิทยาลัย: ออกแบบมาเพื่อนักศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะ

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ไมโครซอฟท์เริ่มจำหน่ายการสมัครสมาชิก Office 365 แบบชำระเงินล่วงหน้าผ่านร้านค้าปลีก ควบคู่ไปกับ Office 2013 แบบซื้อขาด ซึ่งจำกัดการติดตั้งเพียงเครื่องเดียวและไม่มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่

การบูรณาการเครื่องมือทางธุรกิจ

ในปี 2013 ไมโครซอฟท์ได้เพิ่มการบูรณาการกับ Yammer (แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมสำหรับองค์กรที่ซื้อกิจการในปี 2012) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถลงชื่อเข้าใช้เพียงครั้งเดียว (Single Sign-On) และแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Power BI ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ (Business Intelligence) ที่ทำงานร่วมกับ Excel เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ดียิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Microsoft 365 แตกต่างจาก Microsoft Office อย่างไร?

Microsoft 365 เป็นบริการแบบสมัครสมาชิกที่รวมซอฟต์แวร์ Office และบริการคลาวด์ (เช่น OneDrive, Teams) พร้อมการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ตลอดเวลา ในขณะที่ Microsoft Office (แบบซื้อขาด) เป็นการซื้อใบอนุญาตครั้งเดียวเพื่อใช้งานเวอร์ชันนั้นๆ โดยไม่มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต

Office 365 เปลี่ยนเป็น Microsoft 365 เมื่อไหร่?

ไมโครซอฟท์ได้เปลี่ยนชื่อ Office 365 เป็น Microsoft 365 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2020

Microsoft 365 สามารถใช้งานบนอุปกรณ์ใดได้บ้าง?

สามารถใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS รวมถึงอุปกรณ์พกพาที่ใช้ระบบ Android และ iOS และสามารถใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้