Middle Temple ประวัติศาสตร์และบทบาทของเนติบัณฑิตยสภาแห่งลอนดอน
สรุปใจความสำคัญ
- Middle Temple เป็นหนึ่งในสี่เนติบัณฑิตยสภา (Inns of Court) ของอังกฤษที่มีสิทธิ์แต่งตั้ง Barristers
- เคยเป็นกองบัญชาการของอัศวินเทมพลาร์ (Knights Templar) ก่อนจะกลายเป็นที่ตั้งของนักกฎหมาย
- Helena Florence Normanton เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี ค.ศ. 1919
- เป็นเขตปกครองพิเศษ (Liberty) ที่มีความเป็นอิสระจาก City of London ในบางด้าน
The Honourable Society of the Middle Temple หรือที่รู้จักกันในชื่อ Middle Temple เป็นหนึ่งในสี่เนติบัณฑิตยสภา (Inns of Court) ที่มีสิทธิ์ในการแต่งตั้งสมาชิกให้เป็นเนติบัณฑิต (Barristers) ของอังกฤษ โดยร่วมกับ Inner Temple, Gray's Inn และ Lincoln's Inn

Middle Temple ตั้งอยู่ในย่าน Temple ของลอนดอน ใกล้กับศาลยุติธรรมหลวง (Royal Courts of Justice) และตั้งอยู่ในเขต City of London โดยมีสถานะเป็นเขตปกครองพิเศษ (Liberty) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นอิสระในระดับหนึ่ง
ประวัติความเป็นมา
ในช่วงศตวรรษที่ 12 และต้นศตวรรษที่ 13 กฎหมายในลอนดอนถูกสอนโดยนักบวชเป็นหลัก แต่ในปี ค.ศ. 1218 มีคำสั่งห้ามไม่ให้นักบวชปฏิบัติงานในศาลทางโลก (Secular Courts) ส่งผลให้กฎหมายเริ่มถูกสอนและปฏิบัติโดยฆราวาสแทน

Middle Temple คือส่วนตะวันตกของ "The Temple" ซึ่งเคยเป็นกองบัญชาการของอัศวินเทมพลาร์ (Knights Templar) จนกระทั่งถูกยุบในปี ค.ศ. 1312 ต่อมาในปี ค.ศ. 1320 เริ่มมีนักกฎหมายเข้ามาเช่าพื้นที่ และในปี ค.ศ. 1346 พื้นที่ส่วนตะวันตกนี้ได้กลายเป็นที่ตั้งของนักกฎหมายจาก St George's Inn ซึ่งเป็นที่มาของตราสัญลักษณ์รูปกางเขนเซนต์จอร์จ (Cross of St George) ที่ยังคงใช้อยู่ในตราประจำสถาบันจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์
- การปฏิวัติของชาวนา (1381): บันทึกทั้งหมดของสถาบันถูกเผาทำลายในช่วงการปฏิวัตินี้
- พระราชทานสิทธิ์ (1608): พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทรงพระราชทานสิทธิ์ให้ Middle Temple และ Inner Temple ถือครองพื้นที่ร่วมกันตลอดไป ตราบเท่าที่ยังคงให้การศึกษาและที่พักแก่เหล่านักกฎหมาย
- เหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ (1679): เกิดไฟไหม้ครั้งรุนแรงซึ่งสร้างความเสียหายมากกว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของลอนดอนปี 1666 โดยมีการใช้เบียร์จากห้องใต้ดินมาช่วยดับไฟเนื่องจากแม่น้ำเทมส์กลายเป็นน้ำแข็ง
- การเปิดรับผู้หญิง (1919): Helena Florence Normanton เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเข้าเป็นสมาชิกนักศึกษาของ Middle Temple เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1919


ความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2
ในช่วงการโจมตีทางอากาศ (The Blitz) ระหว่างปี ค.ศ. 1940–1944 พื้นที่ของ Temple ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ห้องสมุด โบสถ์ และบ้านของ Master ถูกเผาทำลาย และห้องทำงานของเนติบัณฑิต (Chambers) กว่า 39% ถูกทำลายลง
บทบาทในปัจจุบัน
แม้ว่าในปัจจุบันสถาบันจะไม่ได้รับผิดชอบด้านการศึกษากฎหมายในระดับพื้นฐานเหมือนในอดีต แต่ Middle Temple ยังคงมีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรมด้านการว่าความ (Advocacy) และจริยธรรมสำหรับนักกฎหมายรุ่นใหม่ รวมถึงการมอบทุนการศึกษาและจัดหาที่พักราคาประหยัดให้แก่สมาชิก
อาคารและสิ่งก่อสร้าง
Middle Temple เป็นเจ้าของอาคาร 43 หลัง ซึ่งหลายหลังเป็นอาคารอนุรักษ์ (Listed Buildings) โดยมีทั้งอาคารสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นทดแทนส่วนที่ถูกทำลายในช่วงสงคราม และอาคารเก่าแก่ที่ย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 16
คำถามที่พบบ่อย
Middle Temple คืออะไร?
เป็นหนึ่งในสี่เนติบัณฑิตยสภา (Inns of Court) ของอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่ฝึกอบรมและแต่งตั้งสมาชิกให้เป็นเนติบัณฑิต (Barristers) ของอังกฤษและเวลส์
ความสัมพันธ์ระหว่าง Middle Temple และ Inner Temple คืออะไร?
ทั้งสองสถาบันใช้พื้นที่ร่วมกันในย่าน Temple และใช้โบสถ์ Temple Church ร่วมกัน ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นโดยอัศวินเทมพลาร์ในศตวรรษที่ 12
ทำไม Middle Temple ถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นศูนย์กลางการศึกษากฎหมายของอังกฤษมานานหลายศตวรรษ และมีรากฐานมาจากพื้นที่ของอัศวินเทมพลาร์ รวมถึงการเป็นสถานที่ที่ผู้หญิงคนแรกได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนกฎหมายในอังกฤษ
