← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เขตมหานครมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเขตมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคมิดเวสต์ และอันดับ 16 ของสหรัฐอเมริกา
  • ประกอบด้วยเมืองหลักสองเมืองคือ มินนีแอโพลิส (เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ) และเซนต์พอล (เมืองหลวงของรัฐมินนิโซตา)
  • มีประชากรรวมในเขตสถิติรวม (CSA) ประมาณ 4.07 ล้านคน ตามข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2020
  • มินนีแอโพลิสมีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมโรงโม่เนื่องจากพลังงานจากน้ำตกเซนต์แอนโธนี

เขตมหานครมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล (Minneapolis–Saint Paul) เป็นเขตเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำมิสซิสซิปปี แม่น้ำมินนิโซตา และแม่น้ำเซนต์ครอยซ์ ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา พื้นที่นี้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ "Twin Cities" (เมืองแฝด) ตามชื่อของเมืองหลักสองเมือง คือ มินนีแอโพลิส ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในรัฐ และเซนต์พอล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐมินนิโซตา

ทัศนียภาพมุมกว้างของเขตมหานครมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล
ทัศนียภาพโดยรวมของเขตมหานครมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล

ลักษณะเด่นของเมืองแฝด

แม้จะถูกเรียกรวมกันว่าเมืองแฝด แต่มินนีแอโพลิสและเซนต์พอลเป็นเทศบาลอิสระที่มีเขตแดนชัดเจนและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน:

  • มินนีแอโพลิส: ตั้งอยู่ส่วนใหญ่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี มีลักษณะเป็นเมืองสมัยใหม่ มีย่านใจกลางเมืองที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและย่านอัพทาวน์ที่ทันสมัย
  • เซนต์พอล: ตั้งอยู่ส่วนใหญ่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี มีบรรยากาศคล้ายกับเมืองทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ด้วยย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบและสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนตอนปลายที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี

ความแตกต่างทางวัฒนธรรมนี้ทำให้มีคำกล่าวว่า "เซนต์พอลคือเมืองสุดท้ายของตะวันออก และมินนีแอโพลิสคือเมืองแรกของตะวันตก"

ภาพถ่ายทางอากาศของเมืองมินนีแอโพลิสและเซนต์พอล
การวางผังเมืองที่แตกต่างกันระหว่างมินนีแอโพลิสและเซนต์พอล

ประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐาน

เดิมทีพื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวโอจิบเว (Ojibwe) และชาวดาโกตา (Dakota) ก่อนที่กลุ่มชาวยุโรปจะเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐาน โดยมินนีแอโพลิสได้รับอิทธิพลจากชาวสแกนดิเนเวียและกลุ่มลูเธอรัน ในขณะที่เซนต์พอลถูกตั้งถิ่นฐานโดยชาวฝรั่งเศส ไอริช และเยอรมันคาทอลิกเป็นหลัก

การก่อตั้งและพัฒนาการ

การตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรปครั้งแรกเกิดขึ้นใกล้กับเมืองสติลวอเตอร์ (Stillwater) และต่อมามีการสร้างป้อมสนเนลลิง (Fort Snelling) ระหว่างปี ค.ศ. 1820 ถึง 1825 ณ จุดบรรจบของแม่น้ำมินนิโซตาและมิสซิสซิปปี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

ภาพประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานในยุคแรก
การขยายตัวของชุมชนยุคแรกในบริเวณลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี

มินนีแอโพลิสเติบโตขึ้นจากการรวมตัวกันของหมู่บ้านมินนีแอโพลิสและเซนต์แอนโธนี โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือ น้ำตกเซนต์แอนโธนี (Saint Anthony Falls) ซึ่งให้พลังงานน้ำมหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมโรงโม่ ทำให้มินนีแอโพลิสได้รับฉายาว่า "Mill City" ในขณะที่เซนต์พอลเติบโตขึ้นจากหมู่บ้านเล็กๆ เช่น Pig's Eye และ Lambert's Landing ซึ่งเป็นจุดขนถ่ายสินค้าทางเรือที่สำคัญ

ภาพน้ำตกเซนต์แอนโธนีในอดีต
น้ำตกเซนต์แอนโธนี ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มินนีแอโพลิสกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม

ภูมิศาสตร์และประชากร

เขตมหานครนี้มีความหลากหลายทางประชากรสูง ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของชุมชนผู้อพยพขนาดใหญ่ รวมถึงชาวโซมาลี (Somali), ชาวม้ง (Hmong) และชาวโอโรโม (Oromo)

แผนที่เขตสถิติมหานครมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล-บลูมิงตัน
แผนที่แสดงขอบเขตของเขตสถิติมหานคร (MSA) ซึ่งครอบคลุม 15 เคาน์ตี้

จากการสำมะโนประชากรปี 2020 เขตสถิติมหานครมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล-บลูมิงตัน มีประชากรประมาณ 3,690,261 คน และหากนับรวมในเขตสถิติรวม (CSA) ซึ่งครอบคลุม 21 เคาน์ตี้ จะมีประชากรสูงถึง 4,078,788 คน ทำให้เป็นเขตมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคมิดเวสต์ และอันดับ 16 ของสหรัฐอเมริกา

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมถึงเรียกว่า Twin Cities?

เพราะเป็นเขตมหานครที่มีเมืองขนาดใหญ่สองเมืองตั้งอยู่ใกล้กัน คือ มินนีแอโพลิส และ เซนต์พอล ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

มินนีแอโพลิสและเซนต์พอลแตกต่างกันอย่างไร?

มินนีแอโพลิสมีลักษณะทันสมัยและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ในขณะที่เซนต์พอลมีบรรยากาศแบบเมืองเก่า มีสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียน และเป็นเมืองหลวงของรัฐ

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ใดที่ทำให้มินนีแอโพลิสเติบโต?

น้ำตกเซนต์แอนโธนี (Saint Anthony Falls) เป็นปัจจัยสำคัญที่ให้พลังงานน้ำสำหรับโรงโม่แป้งและอุตสาหกรรม ทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญในอดีต