← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มีร์ซา ฮาซัน อัชเทียนี (โมสโตฟี ออล-มามาเลก)

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอิหร่านทั้งหมด 6 สมัย ระหว่างปี ค.ศ. 1910 ถึง 1927
  • ได้รับบรรดาศักดิ์ 'โมสโตฟี ออล-มามาเลก' ตั้งแต่เยาว์วัยจากพระเจ้านาเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ กาจาร์
  • เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง 'สมาคมเพื่อมนุษยธรรม' (Society for Humanity) ร่วมกับโมฮัมหมัด มอสซาเดก
  • มีชื่อเสียงในด้านความรักชาติและการต่อต้านการแทรกแซงจากอังกฤษและรัสเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

มีร์ซา ฮาซัน อัชเทียนี (Mirza Hasan Ashtiani) หรือที่รู้จักกันดีในนามบรรดาศักดิ์ โมสโตฟี ออล-มามาเลก (Mostowfi ol-Mamalek ซึ่งแปลว่า 'สมุหบัญชีแห่งอาณาจักร') เป็นนักการเมืองและรัฐบุรุษชาวอิหร่านผู้ทรงอิทธิพลในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอิหร่านถึง 6 สมัย ระหว่างปี ค.ศ. 1910 ถึง 1927

ภาพถ่ายของโมสโตฟี ออล-มามาเลก
โมสโตฟี ออล-มามาเลก รัฐบุรุษชาวอิหร่าน

ภูมิหลังและชีวิตช่วงต้น

ฮาซันเกิดในครอบครัวขุนนางชั้นสูงที่มีชื่อเสียงในด้านการเป็นข้าราชการระดับสูงมาหลายชั่วอายุคนในสมัยราชวงศ์กาจาร์ (Qajar) โดยมีต้นกำเนิดจากจังหวัดอัชเทียน (Ashtian) และเชื่อกันว่าสืบเชื้อสายมาจากสมัยราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavids)

บิดาของเขาคือ มีร์ซา ยูซุฟ โมสโตฟี ออล-มามาเลก ซึ่งเป็นข้าราชการในราชสำนักกาจาร์ และเคยดำรงตำแหน่งมหาเสนาบดี (Grand Vizier) รวมถึงนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้บิดาของเขายังได้รับมอบหมายให้วางผังเมืองเตหะรานในช่วงที่ประชากรเพิ่มขึ้นถึง 150,000 คน ส่วนปู่ของเขาคือ มีร์ซา ฮาซัน โมสโตฟี ออล-มามาเลก รุ่นที่ 1 ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์นี้ภายใต้การปกครองของพระเจ้าโมฮัมหมัด ชาห์ กาจาร์

ฮาซันได้รับบรรดาศักดิ์ โมสโตฟี ออล-มามาเลก จากพระเจ้านาเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ กาจาร์ ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าขุนนางในสมัยนั้นที่มองว่าเขายังเด็กเกินไปสำหรับตำแหน่งสำคัญนี้ เพื่อเป็นการยุติการเยาะเย้ย พระเจ้านาเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ จึงทรงเพิ่มคำนำหน้าว่า "อากา" (Aaqaa) ซึ่งหมายถึง "ท่าน" หรือ "นาย" เพื่อบังคับให้เหล่าขุนนางต้องเรียกเขาด้วยความเคารพ ส่งผลให้ในแวดวงการเมืองเขามักถูกเรียกสั้น ๆ ว่า "อากา"

ด้านการศึกษา เขาเริ่มเรียนตั้งแต่อายุ 5 ปี โดยศึกษาไวยากรณ์และวรรณกรรมภาษาอาหรับ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในภาษาฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อบิดาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1885 เขาได้เข้ามารับผิดชอบหน้าที่ต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของบิดาของโมฮัมหมัด มอสซาเดก

การเดินทางไปยุโรปและการก่อตั้งสมาคมเพื่อมนุษยธรรม

หลังจากมีความขัดแย้งกับพระเจ้าโมซัฟฟาร์ อัด-ดิน ชาห์ ฮาซันได้เดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างปี ค.ศ. 1900 ถึง 1907 ในช่วงเวลานี้เขาได้เดินทางเยือนหลายประเทศในยุโรปเพื่อศึกษาระบบการปกครองและสังคม

เขากลับสู่อิหร่านในปี ค.ศ. 1907 หลังจากเกิดการปฏิวัติรัฐธรรมนูญเปอร์เซีย (Persian Constitutional Revolution) และการสวรรคตของพระเจ้าโมซัฟฟาร์ อัด-ดิน ชาห์ โดยเดินทางกลับพร้อมกับ อาลี อัสการ์ ข่าน ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

เมื่อกลับมาถึง เขาได้ร่วมกับโมฮัมหมัด มอสซาเดก ก่อตั้ง สมาคมเพื่อมนุษยธรรม (Society for Humanity หรือ Jameeyate Ensaniat) โดยมีมอสซาเดกเป็นรองประธาน สมาคมนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพบปะและแลกเปลี่ยนทางความคิด ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์ระหว่างสมาคม

บทบาททางการเมือง

ในช่วงยุคการปฏิวัติรัฐธรรมนูญ โมสโตฟี ออล-มามาเลก มีบทบาทโดดเด่นอย่างยิ่ง โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีถึง 15 ครั้ง และนายกรัฐมนตรี 6 ครั้ง ดำรงตำแหน่งหลากหลายทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม สมาชิกสภามาจลิส (Majlis) และรัฐมนตรีที่ไม่มีพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งความผันผวนนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไร้เสถียรภาพในอิหร่านขณะนั้น

บุคลิกภาพและชื่อเสียง

เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ของอิหร่าน โดยมีชื่อเสียงในด้านความสุภาพ ซื่อสัตย์ ถ่อมตัว และใจกว้าง นอกจากนี้เขายังเป็นที่รู้จักในการต่อต้านอิทธิพลของอังกฤษและรัสเซียในอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งสะท้อนถึงความรักชาติและความซื่อตรงที่ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากมหาอำนาจต่างชาติ

ข้อวิพากษ์วิจารณ์

แม้จะเป็นที่รักของประชาชน แต่เขาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในบางครั้งว่าขาดความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็งพอที่จะผลักดันนโยบายผ่านสภามาจลิสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดยืนต่อมหาอำนาจ

มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับต่างชาติ บางแหล่งระบุว่าเขาชื่นชอบรัสเซีย (Russophile) ในขณะที่บางแหล่งระบุว่าเขาเอนเอียงไปทางเยอรมนีและตุรกี

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกของเขาเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1910 ในช่วงสภามาจลิสสมัยที่ 2 โดยมีพรรค Melliyoun Democrats ให้การสนับสนุน ซึ่งประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาสูงและเคยเดินทางไปยุโรป

คณะรัฐมนตรีของเขาถูกขนานนามว่า "คณะรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่" (Young Peoples' Cabinet) ซึ่งมีนโยบายที่ก้าวหน้าในขณะนั้น เช่น การแยกศาสนาออกจากการเมือง การจัดเก็บภาษีจากเจ้าที่ดินและธุรกิจ การนำระบบเกณฑ์ทหารมาใช้ และการกู้ยืมเงินภายในประเทศแทนการกู้ยืมจากต่างประเทศเพื่อลดการพึ่งพามหาอำนาจ

คำถามที่พบบ่อย

โมสโตฟี ออล-มามาเลก คือใคร?

เขาคือ มีร์ซา ฮาซัน อัชเทียนี นักการเมืองและรัฐบุรุษชาวอิหร่านที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 6 สมัยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นบุคคลสำคัญในการปฏิวัติรัฐธรรมนูญเปอร์เซีย

ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า 'อากา'?

พระเจ้านาเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ กาจาร์ ทรงเพิ่มคำนำหน้าว่า 'อากา' (Aaqaa) ให้กับเขา เพื่อให้เหล่าขุนนางที่เยาะเย้ยในความเยาว์วัยของเขาต้องเรียกเขาด้วยความเคารพ

นโยบายหลักของ 'คณะรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่' คืออะไร?

นโยบายเน้นการพึ่งพาตนเอง เช่น การแยกศาสนาออกจากการเมือง การเก็บภาษีเจ้าที่ดิน และการกู้ยืมเงินภายในประเทศแทนการกู้ยืมจากต่างประเทศ

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับโมฮัมหมัด มอสซาเดก?

เขามีความสัมพันธ์เป็นลูกพี่ลูกน้องลำดับที่สอง และได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมเพื่อมนุษยธรรม (Society for Humanity) เพื่อส่งเสริมด้านมนุษยธรรมและการเมือง

เขามีชื่อเสียงในด้านใดเป็นพิเศษ?

เขามีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์ ความถ่อมตัว และการต่อต้านอิทธิพลของมหาอำนาจต่างชาติอย่างอังกฤษและรัสเซียในอิหร่าน