← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบตรวจจับเหตุการณ์และสัญญาณไฟอัตโนมัติบนทางหลวง (MIDAS)

สรุปใจความสำคัญ

  • MIDAS เป็นระบบตรวจจับการจราจรบนทางหลวงของสหราชอาณาจักรที่ทำงานร่วมกับป้ายแจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • ใช้เซนเซอร์หลายประเภท เช่น ห่วงเหนี่ยวนำ เรดาร์ และเซนเซอร์ไร้สาย เพื่อวัดความเร็วและปริมาณจราจร
  • ช่วยลดอุบัติเหตุบนทางหลวงโดยการปรับความเร็วแนะนำและบังคับตามสภาพการจราจรจริง
  • เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสู่ระบบทางหลวงอัจฉริยะ (Smart Motorways) ในสหราชอาณาจักร

ระบบตรวจจับเหตุการณ์และสัญญาณไฟอัตโนมัติบนทางหลวง หรือที่รู้จักในชื่อ MIDAS (Motorway Incident Detection and Automatic Signalling) คือเครือข่ายเซนเซอร์ตรวจวัดการจราจรแบบกระจายตัวที่ติดตั้งบนทางหลวงในสหราชอาณาจักร ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนศูนย์ควบคุมภูมิภาค (Regional Control Centre - RCC) เกี่ยวกับปริมาณการไหลของจราจรและความเร็วเฉลี่ยของยานพาหนะ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนป้ายข้อความแปรผัน (Variable Message Signs) และกำหนดขีดจำกัดความเร็วแนะนำ (Advisory Speed Limits) หรือขีดจำกัดความเร็วบังคับ (Mandatory Speed Limits) บนทางหลวงอัจฉริยะ (Smart Motorways) โดยใช้การแทรกแซงจากมนุษย์ให้น้อยที่สุด

เทคโนโลยีการตรวจวัด

MIDAS ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่หลากหลายในการเก็บข้อมูลการจราจร ได้แก่:

  • ห่วงเหนี่ยวนำ (Inductive Loops): เซนเซอร์ที่ฝังอยู่ใต้ผิวถนนเพื่อตรวจจับยานพาหนะ
  • เรดาร์ (Radar): เทคโนโลยีที่นำมาทดลองใช้โดยบริษัท AGD Technologies และ Wavetronix
  • เซนเซอร์ไร้สายแบบแมกนีโต-เรซิสทีฟ (Magneto-resistive Wireless Sensors): เทคโนโลยีจาก Clearview Intelligence

ข้อมูลการไหลของจราจรจากระบบ MIDAS ยังถูกนำไปใช้โดยผู้ให้บริการข้อมูลการจราจรภายนอก เช่น RAC, TomTom และ Google ผ่านระบบรายงานข้อมูล

การติดตั้งและการใช้งาน

ในระยะแรก ระบบ MIDAS ถูกติดตั้งในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ทางหลวงสาย M25 ทางหลวงสาย M60 รอบเมืองแมนเชสเตอร์ และบริเวณ Birmingham box (ประกอบด้วยสาย M6, M5 และ M42) ปัจจุบันระบบนี้ได้ถูกติดตั้งครอบคลุมทางหลวงเกือบทุกเส้นทางในสหราชอาณาจักร รวมถึงถนนสายหลักบางส่วนที่ไม่ใช่ทางหลวง เช่น ถนนสาย A14

ประเภทของสัญญาณไฟและป้ายแจ้งเตือน

เส้นทางที่มีระบบ MIDAS จะมีการติดตั้งสัญญาณไฟในเกาะกลางถนนเพื่อแสดงความเร็วแนะนำสำหรับทั้งช่องจราจร อย่างไรก็ตาม ในทางหลวงสายหลักมักจะมีป้ายข้อความแปรผัน (Text Variable Message Signs) และในเส้นทางที่หนาแน่นที่สุด จะมีการติดตั้งสัญญาณควบคุมเลน (Lane Control Signals) เหนือแต่ละเลนจราจร

นอกจากนี้ ในโครงการทางหลวงอัจฉริยะ (Smart Motorways) ได้มีการนำป้ายและสัญญาณไฟรุ่นใหม่มาใช้เพื่อกำหนดขีดจำกัดความเร็วแบบบังคับและควบคุมการใช้เลนจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น

ประวัติและการพัฒนา

ระบบ MIDAS เข้ามาแทนที่ระบบตรวจจับเหตุการณ์อัตโนมัติ (Automatic Incident Detection - AID) ซึ่งเคยมีการทดลองใช้ในปี ค.ศ. 1989 บนทางหลวงสาย M1 เป็นระยะทาง 83 กิโลเมตร (52 ไมล์) โดยระบบ MIDAS เริ่มใช้งานครั้งแรกบนทางหลวงสาย M25 ในส่วนของควอดรันต์ตะวันตกเฉียงใต้ ก่อนที่จะเปิดใช้งานระบบจำกัดความเร็วแปรผันอย่างเต็มรูปแบบ

ภายในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2006 หน่วยงาน National Highways มีเป้าหมายที่จะติดตั้งระบบ MIDAS ให้ครอบคลุมระยะทางมากกว่า 910 กิโลเมตร (565 ไมล์) ของเครือข่ายทางหลวงในอังกฤษ

คำถามที่พบบ่อย

MIDAS คืออะไร?

MIDAS คือระบบตรวจจับเหตุการณ์และสัญญาณไฟอัตโนมัติบนทางหลวงของสหราชอาณาจักร ที่ใช้เซนเซอร์ตรวจวัดความเร็วและปริมาณจราจรเพื่อปรับป้ายแจ้งเตือนและจำกัดความเร็วอัตโนมัติ

ระบบ MIDAS ช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างไร?

ระบบจะตรวจจับเมื่อการจราจรเริ่มชะลอตัวหรือเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ และจะปรับลดความเร็วแนะนำบนป้ายสัญญาณไฟโดยอัตโนมัติ เพื่อเตือนผู้ขับขี่ให้ชะลอความเร็วและลดการชนท้าย

ความแตกต่างระหว่างความเร็วแนะนำและความเร็วบังคับในระบบ MIDAS คืออะไร?

ความเร็วแนะนำ (Advisory Speed Limits) คือการแนะนำให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วเพื่อความปลอดภัย แต่ความเร็วบังคับ (Mandatory Speed Limits) ซึ่งพบในทางหลวงอัจฉริยะ จะมีผลทางกฎหมายและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด