เทคโนโลยีสปินออฟจาก NASA การเปลี่ยนนวัตกรรมอวกาศสู่ผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน
สรุปใจความสำคัญ
- เทคโนโลยีสปินออฟคือการนำงานวิจัยและสิทธิบัตรของ NASA ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
- NASA มีฐานข้อมูลเทคโนโลยีสปินออฟมากกว่า 2,000 รายการ ตั้งแต่ปี 1976
- ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดี เช่น เมมโมรี่โฟม และเซนเซอร์ภาพ CMOS เป็นผลมาจากเทคโนโลยีสปินออฟ
- NASA ไม่ได้เป็นผู้ประดิษฐ์ Tang, Velcro หรือ Teflon ตามความเชื่อทั่วไป
เทคโนโลยีสปินออฟ (NASA Spin-off Technologies) คือ ผลิตภัณฑ์และบริการเชิงพาณิชย์ที่ได้รับการพัฒนาโดยอาศัยความช่วยเหลือจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น สัญญาจ้างวิจัยและพัฒนา (อาทิ รางวัล SBIR หรือ STTR), การอนุญาตให้ใช้สิทธิในสิทธิบัตรของ NASA, การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของหน่วยงาน, ความช่วยเหลือทางเทคนิคจากบุคลากร หรือการใช้ข้อมูลจากการวิจัยของ NASA เพื่อนำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
กลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 NASA ได้จัดตั้ง โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer Program) เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรของ NASA เข้ากับภาคอุตสาหกรรมเอกชน โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านวารสารและเว็บไซต์ "NASA Tech Briefs" และมีการรายงานความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นประจำทุกปีในสิ่งพิมพ์ที่ชื่อว่า "Spinoffs" ซึ่งจนถึงปี ค.ศ. 2016 มีการบันทึกเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จมากกว่า 2,000 รายการ
ตัวอย่างเทคโนโลยีสปินออฟที่สำคัญ
มีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ผู้คนคุ้นเคยซึ่ง NASA ระบุว่าเป็นผลมาจากเทคโนโลยีสปินออฟ ได้แก่:
- เมมโมรี่โฟม (Memory Foam): เดิมเรียกว่า Temper Foam พัฒนาขึ้นเพื่อลดแรงกระแทกในเบาะนั่งของนักบินอวกาศ
- อาหารแช่เยือกแข็ง (Freeze-dried Food): พัฒนาเพื่อถนอมอาหารสำหรับภารกิจอวกาศ
- ผ้าห่มฉุกเฉิน (Space Blankets): แผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อนที่ใช้ในงานกู้ภัยและกิจกรรมกลางแจ้ง
- เซนเซอร์ภาพ CMOS (CMOS Image Sensors): เทคโนโลยีเบื้องหลังกล้องดิจิทัลและสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน
- อุปกรณ์ดับเพลิง: นวัตกรรมด้านวัสดุและอุปกรณ์ป้องกันความร้อน
- เครื่องช่วยฟังแบบฝัง (Cochlear Implants): พัฒนาโดยวิศวกรของ NASA เพื่อช่วยผู้ที่มีปัญหาการได้ยินขั้นรุนแรง
ข้อควรระวัง: มีความเชื่อผิดๆ ว่า NASA เป็นผู้ประดิษฐ์ Tang, Velcro หรือ Teflon แต่ในความเป็นจริง NASA ไม่ได้เป็นผู้คิดค้นสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่เป็นผู้นำมาใช้และพัฒนาให้เหมาะสมกับภารกิจอวกาศเท่านั้น
การประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์และสุขภาพ
นวัตกรรมจากอวกาศได้สร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อวงการแพทย์ ดังนี้:
เครื่องวัดอุณหภูมิทางหูแบบอินฟราเรด
บริษัท Diatek Corporation ร่วมกับ NASA พัฒนาเครื่องวัดอุณหภูมิที่วัดการแผ่รังสีความร้อนจากแก้วหู ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการวัดอุณหภูมิของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ วิธีนี้ช่วยให้วัดไข้ในทารกแรกเกิดหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องสัมผัสเยื่อบุผิว
อุปกรณ์ช่วยการทำงานของหัวใจ (Ventricular Assist Device - VAD)
ความร่วมมือระหว่าง NASA, ดร. ไมเคิล เดอเบคีย์, ดร. จอร์จ นูน และ MicroMed Technology Inc. นำไปสู่การสร้างปั๊มหัวใจขนาดเล็กสำหรับผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายหัวใจ โดยอุปกรณ์นี้มีขนาดเล็กกว่าปั๊มหัวใจรุ่นก่อนๆ ทำให้ลดอัตราการติดเชื้อและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
การติดตามดวงตาด้วย Lidar ในการผ่าตัด LASIK
ในทศวรรษ 1980 NASA พัฒนาเทคโนโลยี LADAR (Laser RADAR หรือ Lidar) เพื่อใช้ในการนำทางและเชื่อมต่อยานอวกาศแบบอัตโนมัติ ต่อมาเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการผ่าตัด LASIK เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตาผู้ป่วยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (สูงสุด 100 ครั้งต่อวินาที) โดยเครื่อง LADARVision 4000 สามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้ถึง 4,000 ครั้งต่อวินาที ทำให้การปรับรูปกระจกตาด้วยเลเซอร์มีความแม่นยำสูงขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
เทคโนโลยีสปินออฟ (Spin-off) คืออะไร?
คือผลิตภัณฑ์หรือบริการเชิงพาณิชย์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้พื้นฐานจากงานวิจัย สิทธิบัตร หรือความช่วยเหลือทางเทคนิคจาก NASA เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันบนโลก
NASA ประดิษฐ์ Velcro และ Teflon หรือไม่?
ไม่ NASA ไม่ได้เป็นผู้ประดิษฐ์ Velcro หรือ Teflon แต่เป็นผู้นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในชุดอวกาศและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับภารกิจการสำรวจอวกาศ
ตัวอย่างเทคโนโลยีสปินออฟด้านการแพทย์ที่สำคัญมีอะไรบ้าง?
ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องวัดอุณหภูมิทางหูแบบอินฟราเรด, อุปกรณ์ช่วยการทำงานของหัวใจ (VAD), และระบบติดตามดวงตาด้วย Lidar สำหรับการผ่าตัด LASIK


