มะเร็งโพรงหลังจมูก (Nasopharyngeal Carcinoma) คืออะไร สาเหตุและอาการ
สรุปใจความสำคัญ
- มะเร็งโพรงหลังจมูกมักเริ่มจากก้อนที่คอซึ่งเกิดจากการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
- ไวรัส Epstein-Barr (EBV) เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งโพรงหลังจมูกประเภทที่ 2 และ 3
- การบริโภคปลาเค็มและเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีสารไนโตรซามีนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้
มะเร็งโพรงหลังจมูก หรือ Nasopharyngeal Carcinoma (NPC) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในบริเวณโพรงหลังจมูก ซึ่งส่วนใหญ่มักพบในบริเวณส่วนหลังและด้านข้างของโพรงหลังจมูก หรือที่เรียกว่า fossa of Rosenmüller โดยคิดเป็นร้อยละ 50 ของผู้ป่วยทั้งหมด โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และมีความแตกต่างจากมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอชนิดอื่นๆ ทั้งในด้านการเกิด สาเหตุ พฤติกรรมทางคลินิก และวิธีการรักษา

สัญญาณและอาการ
อาการของมะเร็งโพรงหลังจมูกมักเริ่มจากการมีก้อนเนื้อหรือมวลบริเวณด้านหลังของลำคอทั้งสองข้าง ซึ่งก้อนเหล่านี้มักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่เกิดจากการที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวมโตขึ้น ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยหลายราย และมักนำไปสู่การวินิจฉัยโรคผ่านการตรวจชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลือง
อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
- อาการทางระบบประสาทและหู: ปวดศีรษะ, เจ็บคอ, มีปัญหาในการได้ยิน, หายใจลำบาก หรือพูดลำบาก
- อาการทางใบหน้า: ปวดใบหน้าหรือมีอาการชา, มองเห็นภาพเบลอหรือเห็นภาพซ้อน, อ้าปากลำบาก
- อาการทางหู: การติดเชื้อในหูซ้ำๆ (ซึ่งในผู้ใหญ่จะพบได้น้อยกว่าในเด็ก หากมีการติดเชื้อในหูโดยไม่มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ควรได้รับการตรวจโพรงหลังจมูก)
- อาการจากก้อนเนื้องอกหลัก: อาการขากรรไกรแข็ง (trismus), อาการหูชั้นกลางอักเสบ, อาหารไหลย้อนกลับทางจมูกเนื่องจากกล้ามเนื้อเพดานอ่อนอ่อนแรง, การสูญเสียการได้ยิน และอัมพาตของเส้นประสาทสมอง
ในกรณีที่ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจทำให้เกิดการอุดกั้นทางจมูก มีเลือดกำเดาไหล หรือมีเสียงพูดที่เปลี่ยนไป (nasal twang) และหากมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น อาจทำให้เกิดอาการปวดกระดูกหรือการทำงานของอวัยวะผิดปกติ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
มะเร็งโพรงหลังจมูกเกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการ ได้แก่ ไวรัส สิ่งแวดล้อม และพันธุกรรม
1. ปัจจัยทางไวรัส
มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับการติดเชื้อ ไวรัส Epstein-Barr (EBV) ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมากทั่วโลก แม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อ EBV จะไม่เป็นมะเร็ง แต่ในผู้ที่มีปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ไวรัสนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งได้
2. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและอาหาร
การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปและปลาเค็มที่มีสาร nitrosamines ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีส่วนสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะในบางภูมิภาคของเอเชียตะวันออกและแอฟริกา
3. ปัจจัยทางพันธุกรรม
ความไวทางพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ของยีนบางชนิด (เช่น NF-κB signalling) มีส่วนเกี่ยวข้องในผู้ป่วยเกือบครึ่งหนึ่งของกรณีที่ทำการศึกษา
การจำแนกประเภทของมะเร็งโพรงหลังจมูก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จำแนกมะเร็งโพรงหลังจมูกออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
| ประเภท | ลักษณะเด่น | กลุ่มที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| ประเภทที่ 1 (Type 1) | Squamous cell carcinoma (แบบมีเคราติน) | ผู้ใหญ่สูงอายุ |
| ประเภทที่ 2 (Type 2) | Non-keratinizing carcinoma (แบบไม่มีเคราติน) | มีความเกี่ยวข้องกับไวรัส EBV |
| ประเภทที่ 3 (Type 3) | Undifferentiated carcinoma (แบบไม่แยกชนิด) | เด็กและวัยรุ่น |
ประเภทที่ 2 และ 3 มักมีความเกี่ยวข้องกับระดับของไวรัส EBV ที่สูงขึ้น และอาจพบการแทรกซึมของเซลล์อักเสบ เช่น ลิมโฟไซต์ และพลาสมาเซลล์ ซึ่งเรียกว่า lymphoepithelioma
คำถามที่พบบ่อย
อาการเริ่มแรกของมะเร็งโพรงหลังจมูกคืออะไร?
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือการพบก้อนเนื้อที่บริเวณลำคอ ซึ่งเกิดจากการที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวมโตขึ้นโดยไม่มีอาการเจ็บปวด
ไวรัส EBV เกี่ยวข้องกับมะเร็งโพรงหลังจมูกอย่างไร?
ไวรัส Epstein-Barr (EBV) สามารถติดเชื้อในเซลล์บุผิวของโพรงหลังจมูกและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะในประเภทที่ 2 และ 3
ใครคือกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้?
กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่มีปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ที่บริโภคอาหารประเภทปลาเค็มหรือเนื้อสัตว์แปรรูปเป็นประจำ และผู้ที่ติดเชื้อไวรัส EBV โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแอฟริกา