← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คณะกรรมการความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็กแห่งชาติ

สรุปใจความสำคัญ

  • บริหารจัดการโดยสภาความปลอดภัยแห่งชาติ (National Safety Council) ของสหรัฐอเมริกา
  • ทำหน้าที่ดูแลหลักสูตรการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานช่างเทคนิคและวิทยากรด้านความปลอดภัยของเด็กในรถยนต์
  • ทำงานร่วมกับ NHTSA ในด้านเนื้อหาทางเทคนิค และ Safe Kids Worldwide ในด้านการออกใบรับรอง
  • ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 และเริ่มใช้หลักสูตรมาตรฐานฉบับแรกในปี 1998

คณะกรรมการความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็กแห่งชาติ (National Child Passenger Safety Board หรือ NCPSB) เป็นองค์กรที่บริหารจัดการโดยสภาความปลอดภัยแห่งชาติ (National Safety Council) มีหน้าที่หลักในการรักษาคุณภาพและความถูกต้องของโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็กในระดับชาติของสหรัฐอเมริกา

บทบาทและวัตถุประสงค์

โปรแกรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมและรับรองช่างเทคนิค (Technicians) และวิทยากร (Instructors) ด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็ก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กในการติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์ความปลอดภัยในรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ การติดตั้งหรือใช้งานคาร์ซีทไม่ถูกต้อง, การปล่อยเด็กทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด และความเสี่ยงจากผู้ขับขี่ที่เป็นวัยรุ่น

บริบทด้านความปลอดภัยของเด็กในสหรัฐอเมริกา

อุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเด็กในสหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทุกๆ 33 วินาที การใช้คาร์ซีท (Car Seats) เบาะเสริม (Booster Seats) และเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องสามารถลดการบาดเจ็บรุนแรงและการเสียชีวิตได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

  • คำแนะนำพื้นฐาน: ทารกและเด็กหัดเดินควรใช้คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-facing seat) จนกว่าจะมีอายุอย่างน้อย 2 ปี
  • ข้อกำหนดทางกฎหมาย: ทั้ง 50 รัฐในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายบังคับใช้คาร์ซีท โดยมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันตามอายุ น้ำหนัก และส่วนสูงของเด็ก

ความเสี่ยงเพิ่มเติม

นอกเหนือจากอุบัติเหตุจากการชน นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องโรคลมแดด (Heatstroke) ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ดูแลลืมเด็กไว้ในรถ โดยในปี 2017 มีเด็กเสียชีวิตจากสาเหตุนี้ถึง 42 ราย รวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเมื่อเด็กเดินทางกับผู้ขับขี่วัยรุ่น ซึ่งมีโอกาสได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมากกว่าเด็กที่เดินทางกับผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า

การดำเนินงานและโปรแกรมการรับรอง

คณะกรรมการ NCPSB ทำงานร่วมกับหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ องค์การบริหารความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติ (National Highway Traffic Safety Administration หรือ NHTSA) และ Safe Kids Worldwide โดยมีบทบาทแบ่งหน้าที่ดังนี้:

หน่วยงานบทบาทหน้าที่
NHTSAรับผิดชอบด้านความถูกต้องทางเทคนิคของหลักสูตรการฝึกอบรม
Safe Kids Worldwideรับผิดชอบด้านกระบวนการรับรอง (Certification) และการต่ออายุใบรับรอง (Re-certification)
NCPSBให้ข้อมูลและมุมมองจากองค์กรต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรมการฝึกอบรมยังคงมีประสิทธิภาพและทันสมัย

ประวัติความเป็นมา

ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 หน่วยงาน NHTSA ได้มอบหมายให้ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็ก (Patterns for Life Team) สำรวจสถานการณ์ความปลอดภัยของเด็กในระดับชาติ ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอแนะให้มีหลักสูตรมาตรฐานระดับชาติและกระบวนการรับรองช่างเทคนิค

ในปี 1993 ได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็กแห่งชาติ (NCPSB) เพื่อรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งจากองค์กรระดับชาติและท้องถิ่น ผู้ผลิตยานยนต์และคาร์ซีท รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันการบาดเจ็บ โดยหลักสูตรมาตรฐานฉบับแรกถูกเผยแพร่ในปี 1998

การเชิดชูเกียรติ

ในทุกปี คณะกรรมการจะมอบรางวัลเพื่อยกย่องบุคคลและทีมงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็ก โดยแบ่งเป็นรางวัลช่างเทคนิคแห่งปี (Technician of the Year), วิทยากรแห่งปี (Instructor of the Year) และทีมแห่งปี (Team of the Year)

คำถามที่พบบ่อย

คณะกรรมการความปลอดภัยของผู้โดยสารเด็กแห่งชาติ (NCPSB) คืออะไร?

เป็นองค์กรในสหรัฐอเมริกาที่ดูแลมาตรฐานการฝึกอบรมและการรับรองช่างเทคนิคและวิทยากร เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปกครองจะได้รับคำแนะนำในการใช้คาร์ซีทอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

ใครเป็นผู้รับผิดชอบด้านเนื้อหาทางเทคนิคของหลักสูตรการฝึกอบรม?

องค์การบริหารความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบความถูกต้องทางเทคนิคของหลักสูตร

ทำไมการใช้คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-facing) จึงสำคัญ?

เพราะช่วยลดการบาดเจ็บรุนแรงและการเสียชีวิตในทารกและเด็กหัดเดินได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง โดยแนะนำให้ใช้จนกว่าเด็กจะมีอายุอย่างน้อย 2 ปี

ปัจจัยเสี่ยงหลัก 3 ประการที่ NCPSB ให้ความสำคัญคืออะไร?

ได้แก่ การติดตั้งหรือใช้งานคาร์ซีทไม่ถูกต้อง, การปล่อยเด็กทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด (Hot Cars) และการให้ผู้ขับขี่วัยรุ่นเป็นผู้รับผิดชอบในการรับส่งเด็ก