สถาบันวิจัยสุขภาพและการดูแลแห่งชาติ (NIHR) ของอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- NIHR เป็นผู้ให้ทุนวิจัยทางคลินิกรายใหญ่ที่สุดในยุโรป (ข้อมูลปี 2016)
- มีงบประมาณมากกว่า 1.2 พันล้านปอนด์ในปี 2020-21
- เป็นผู้นำระดับโลกในการวิจัย COVID-19 โดยเฉพาะการค้นพบประโยชน์ของยาเดกซาเมทาโซน
สถาบันวิจัยสุขภาพและการดูแลแห่งชาติ (National Institute for Health and Care Research หรือ NIHR) เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยทางคลินิก สาธารณสุข การดูแลทางสังคม และการวิจัยเชิงแปลผลในประเทศอังกฤษ โดยมีพันธกิจหลักคือ "การปรับปรุงสุขภาพและความมั่งคั่งของประเทศผ่านการวิจัย"
ประวัติและความเป็นมา
NIHR ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 ภายใต้กลยุทธ์ "Best Research for Best Health" ของรัฐบาลอังกฤษ โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุขและดูแลทางสังคม (Department of Health and Social Care) ของสหราชอาณาจักร สถาบันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อยอดจากโครงการวิจัยและพัฒนาของ NHS ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 โดยมีปัจจัยผลักดันจากการให้ความสำคัญกับเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ (Evidence-based medicine) และการเพิ่มงบประมาณจากภาครัฐ
ในปี พ.ศ. 2565 สถาบันได้เปลี่ยนชื่อจาก National Institute for Health Research เป็น National Institute for Health and Care Research เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญในการวิจัยด้านการดูแลทางสังคม (Social Care) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความสำเร็จและการค้นพบที่สำคัญ
NIHR เป็นผู้นำระดับโลกในการวิจัยด้าน COVID-19 โดยมีการรับอาสาสมัครเข้าร่วมการศึกษากว่าหนึ่งล้านคน ความสำเร็จที่โดดเด่น ได้แก่:
- การทดลอง RECOVERY: ค้นพบว่ายาเดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) ซึ่งเป็นสเตียรอยด์ราคาถูก สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาลได้
- การศึกษา PANORAMIC: ศึกษาประสิทธิภาพของยา Molnupiravir และ Paxlovid ซึ่งได้รับรางวัล Prix Galien จากการออกแบบและการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม
- การบำบัดด้วยยีน: ประสบความสำเร็จในการใช้การบำบัดด้วยยีนเพื่อรักษาโรคฮีโมฟีเลีย เอ (Haemophilia A) เป็นครั้งแรก
- การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก: พิสูจน์ว่าการใช้ MRI มีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากได้ดีกว่าการเจาะชิ้นเนื้อแบบเดิม
- ยารักษาอาการไอ: ค้นพบว่ายา Gefapixant สามารถใช้รักษาอาการไอบางประเภทได้ ซึ่งถือเป็นยารักษาอาการไอตัวใหม่ตัวแรกในรอบ 50 ปี
- ภาวะครรภ์เป็นพิษ: แสดงให้เห็นว่าการตรวจเลือดสามารถนำมาใช้ในการวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษ (Pre-eclampsia) ได้ดียิ่งขึ้น
ขอบเขตการวิจัยและจุดเน้นทางยุทธศาสตร์
พื้นที่การดำเนินงานหลัก
ตามกลยุทธ์ "Best Research for Best Health: The Next Chapter" ที่ประกาศในปี พ.ศ. 2564 NIHR ได้กำหนดจุดเน้นทางยุทธศาสตร์ไว้ดังนี้:
- การเรียนรู้จากผลกระทบของ COVID-19 ต่อการวิจัยและการดูแลสุขภาพ
- การวิจัยสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังหลายโรคพร้อมกัน
- การดึงชุมชนและภูมิภาคที่ขาดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัย
- การปรับปรุงความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการยอมรับความแตกต่างภายในสถาบัน
โปรแกรมการให้ทุนวิจัย
NIHR มีโปรแกรมการให้ทุนที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนนักวิจัยในระบบสุขภาพและการดูแลของอังกฤษ เช่น:
- การประเมินประสิทธิภาพและกลไก (Efficacy and Mechanism Evaluation)
- การสังเคราะห์หลักฐาน (Evidence Synthesis)
- การวิจัยการส่งมอบบริการสุขภาพและการดูแลทางสังคม (Health and Social Care Delivery Research)
- การประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Technology Assessment)
- การวิจัยเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย (Research for Patient Benefit)
โรงเรียนวิจัยและหน่วยวิจัย
NIHR ได้จัดตั้งโรงเรียนวิจัยระดับชาติ 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวิจัยการดูแลปฐมภูมิ, โรงเรียนวิจัยการดูแลทางสังคม และโรงเรียนวิจัยสาธารณสุข เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์และพัฒนาอาชีพให้นักวิจัย นอกจากนี้ยังให้ทุนสนับสนุนหน่วยวิจัยในมหาวิทยาลัยที่เน้นหัวข้อเฉพาะ เช่น การบริจาคเลือดและอวัยวะ และการป้องกันสุขภาพ
การวิจัยสุขภาพระดับโลก (Global Health Research)
ในปี พ.ศ. 2559 NIHR ได้เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอการวิจัยสุขภาพระดับโลก เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักรและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยมุ่งเน้นการให้ทุนวิจัยในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง (LMICs) ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในอังกฤษและสถาบันในท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการวิจัยและตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลายในระดับสากล
คำถามที่พบบ่อย
NIHR คืออะไร?
NIHR คือสถาบันวิจัยสุขภาพและการดูแลแห่งชาติของอังกฤษ ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยทางคลินิก สาธารณสุข และการดูแลทางสังคม เพื่อปรับปรุงสุขภาพของประชากร
ทำไม NIHR ถึงเปลี่ยนชื่อในปี 2022?
เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทและความสำคัญของการวิจัยด้านการดูแลทางสังคม (Social Care) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนอกเหนือจากเพียงด้านสุขภาพ
NIHR มีบทบาทอย่างไรในการวิจัย COVID-19?
NIHR เป็นผู้นำในการวิจัยระดับโลก โดยดำเนินโครงการอย่าง RECOVERY trial ที่ค้นพบยาช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย และ PANORAMIC study ที่ศึกษาประสิทธิภาพของยาต้านไวรัส

